เตือนรับมือแล้ง “136 เขื่อน” น้ำไม่ถึง 60%

สทนช.ร่อนหนังสือถึง 4 หน่วยงาน สำรวจน้ำในเขื่อนฯ พร้อมปรับแผนระบายน้ำ หลังพบ 136 แห่ง น้ำน้อยกว่า 60% เตือนเกษตรกรตุนน้ำรับมือ

วันนี้ (28 ก.ย.) นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยว่า สทนช.ได้แจ้งให้ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สำรวจปริมาณน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำที่รับผิดชอบ หากมีน้ำน้อยและคาดว่าจะไม่เพียงพอในฤดูแล้ง ให้ปรับลดการระบายน้ำและสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาเติมในอ่างฯในช่วงที่ฝนตกเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันพบว่ามีเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ 4 หน่วยงาน มีปริมาณกักเก็บน้ำน้อยกว่า 60% รวมทั้งสิ้น 136 แห่ง โดยเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ 9 แห่ง ได้แก่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีน้ำ 42% เขื่อนแม่มอก มีน้ำ 27% เขื่อนมูลบน มีน้ำ 54% เขื่อนห้วยหลวง มีน้ำ 50% เขื่อนลำนางรอง มีน้ำ 34% เขื่อนอุบลรัตน์ มีน้ำ 33% เขื่อนกระเสียว มีน้ำ 41% เขื่อนทับเสลา มีน้ำ 27% และเขื่อนบางลาง มีน้ำ 47%

“ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 1 ต.ค.ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง จากร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ปะทะกับมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมา โดยจะเริ่มในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ซี่งจะทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำที่มีน้ำน้อย”นายสำเริงกล่าว

นายสำเริง กล่าวว่า ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนและเกษตรกร เตรียมเก็บกักน้ำไว้ในแหล่งน้ำของตัวเองสำหรับใช้ในฤดูแล้ง ขณะที่สทนช.จะประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการฝนหลวงโดยด่วน