รมช.เกษตรฯ เดิมพันเก้าอี้ ดันเกษตรอินทรีย์ เลิกใช้สารพิษ

รมช.ยักษ์ ลั่น! ต้องเลิกใช้ 3 สารพิษอันตราย หนุนแนวคิด “ลุงตู่” พัฒนาพื้นที่เกษตรอินทรีย์ให้คนไทยได้บริโภคอาหารปลอด สารพิษ หากทำไม่ได้พร้อม “ลาออก” ตั้งคณะเฉพาะกิจศึกษาผลเสีย ส่งข้อมูลให้คณะกรรมการฯ ที่นายกฯ ตั้งภายใน 30 วัน

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ว่า รัฐบาลนี้ตั้งใจผลักดันให้เกิดพื้นที่เกษตรอินทรีย์เป้าหมาย 5 ล้านไร่ หากตนทำไม่ได้ก็พร้อมลาออก ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชัดเจนว่าเรื่องสุขภาพของประชาชนต้องมาก่อน โดยกำหนดกลุ่มคนเป้าหมายที่ต้องได้บริโภคอาหารจากผลผลิตและวัตถุดิบอินทรีย์ที่ปลอดภัยไม่มีสารพิษและปลอดจากการใช้ปุ๋ยยาจากสารเคมี คือ กลุ่มเด็กนักเรียน 12 ล้านคนทั่วประเทศ ที่อาหารที่เด็กกินต้องไม่มีสารพิษ แม้แต่ไนโตเจนในปุ๋ยก็ต้องไม่มีเพราะมีผลต่อการพัฒนาสมองและไอคิวเด็กกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล  7 ล้านรายต่อวัน และกลุ่มร้านอาหารทุกแห่งที่ต้องการใช้วัตถุดิบธรรมชาติได้มาตรฐานปลอดภัย รวมถึงนักท่องเที่ยว มาไทยก็ต้องการอาหารที่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน

“สำหรับปัญหาการใช้สารพิษ 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คอร์ไพริฟอส ไกลโฟรเซต จุดยืนของผมไม่มีคำว่าลด หรือควบคุมการใช้ ต้องเลิกใช้เท่านั้น” รมช.เกษตรฯ กล่าว

สำหรับระยะเวลาในการเลิกใช้สารพิษ นายวิวัฒน์ กล่าวว่า อยู่ที่คณะกรรมการศึกษาผลกระทบ ที่นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นประธาน โดยนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นและมอบหมายให้ศึกษาภายใน 60 วัน นอกจากนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ ซึ่งมีนายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ออาจารย์ภาควิชาประสาทวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์ เป็นคณะทำงาน  มาศึกษาเรื่องสารพิษ หาข้อมูลอย่างรอบด้านครบถ้วน ภายใน 30 วัน เพื่อเสนอคณะกรรมการฯ ที่นายกฯ ตั้งขึ้น

“ผมความเชื่อมั่นในการตัดสินใจของคณะกรรมการชุดนี้ รวมถึงจะพิจารณาผลกระทบต่อเกษตรกร ซึ่งมีกรรมการในบอร์ดใหญ่ของคณะกรรมการวัตถุอันตรายบางคนบอกว่าถ้าแบนสาร 3 ชนิดเกษตรกรไม่มีสารเคมีใช้ จะเจ๊ง  ส่วนผมอยากให้เลิกทันที แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกรรมการเฉพาะกิจ” รมช.เกษตรฯ กล่าว

นายแพทย์ธีระวัฒน์ กล่าวว่าคนเป็นแพทย์รักษาคนไข้ รับรู้แต่เพียงปลายทางว่าสารพิษเหล่านี้ทำให้เกิดโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หาย ตนอยู่กับคนป่วย เกษตรกรเจ็บป่วยจากสารเคมีมากว่า 40 ปี เห็นคนไข้ต้องถูกตัดแขนตัดขา ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่าไม่อันตราย ต่อไปจะนำคนไข้ที่ต้องถูกตัดแขนตัดขา เป็นโรคเนื้อเน่า มาส่งตัดที่กระทรวงเกษตรฯ เพราะคนเป็นแพทย์บอกว่าสารพิษเป็นอันตราย แต่ที่นี่บอกให้ใช้ได้ก็ต้องรับผิดชอบความเจ็บป่วยของไทย

“ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรอันดับ 58 ของโลก นำเข้าสารเหล่านี้อันดับ 5 ของโลก มูลค่านำเข้า 3 หมื่นกว่าล้านบาทแต่สร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดได้ถึง 8 เท่า เราคงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมจึงปฏิรูปประเทศไม่ได้ เพราะมีความเห็นวิปลาส ไม่รับข้อมูลทางวิชาการ แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง คณะกรรมการชุดต่าง ๆ เห็นย้อนแย้งกันหมด ผมไม่สนใจหัวโขนต่าง ๆ ผมไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง สิ่งที่ผมทำพยายามปลุกคนไทยให้ลุกขึ้นฟ้องร้องค่าเสียหาย กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่บอกไม่อันตราย ผมส่งสมุดปกขาวให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย บอกแหล่งผลิตการเกษตรเกือบทุกจังหวัดที่พบการปนเปื้อนสารพิษ แต่หน่วยงานเกี่ยวข้องไม่เคยตรวจเจอ ถ้าเจอก็น้อยมาก ขณะนี้มีปรากฎการณ์คนไทยมี 8 เพศสภาพ เพราะการเหนี่ยวนำของสารไปสู่สมองไปปิดกั้นการพัฒนาในจุดที่ควรพัฒนาความเป็นชาย เป็นหญิง จะพบว่าผู้ชายน่ารักบอบบางมากขึ้นทุกวัน รวมทั้งเด็ก ๆ จะพบว่ามีปัญหาไอคิวต่ำลง คนป่วยล้นโรงพยาบาล ผมยืนยันว่าอันตรายมาก ต้องเลิกโดยเร็ว และมาตรการควบคุมเกษตรกร ลดการใช้ ขอให้เลิกคิดเถอะพวกวิปลาสเอาติดคุกยึดทรัพย์ให้หมด แล้วเกษตรกรจะลืมตาอ้าปากได้เพราะเขาก็อยากให้ลูกหลานเขามีอนาคต” นายแพทย์ธีระวัฒน์กล่าว


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษตามโครงการพระราชดำริ