รวบนศ.ม.ดัง นครสวรรค์ โกงแชร์กว่า 20 ล้าน

 

 

รวบนักศึกษา ม.ชื่อดังเมืองปากน้ำโพเบี้ยววงเล่นแชร์ออนไลน์กว่า 20 ล้านบาท ชาวบ้านนับบร้อยแห่แจ้งความดำเนินคดี ตำรวจ สภ.ลาดยาวรวบทันควัน แจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์

พ.ต.ท.วินัย บุญเลิศ พนักงานสอบสวน สภ.ลาดยาว ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่เสียหายจากวงแชร์ล้มจำนวนกว่า 50 ราย ทยอยเดินทางมาแจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีกับนางสาวอภัสรีย์ ประเสริฐดี หรือแบม อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังเมืองนครสวรรค์ หลังเปิดเฟรสบุ๊กตั้งวงเล่นชวนประชาชนที่สนใจเล่นแชร์ออนไลน์ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้านบาทเปิดมาแล้วหลายปี ปรากฏว่าจู่ๆวงแชร์เกิดล้มไม่สามารถติดต่อได้ ปิดเฟรสบุ๊กหนี หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวนได้ไปเชิญตัวนางสาว อภัสรีย์มาสอบสวน พร้อมควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาฉ้อโกงประชาชน

จากการสอบสวนผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ทราบข่าวการเล่นแชร์แบบนี้จากเพื่อน แนะนำให้เล่นแชร์ผ่านเฟรสบุ๊กกับนางสาวอภัสรีย์ ตนจึงส่งเงินเล่นกันไปมาจำนวนกว่า 5 หมื่นบาท ปีแรกก็ไม่มีปัญหาส่งเงิน รับดอกเบี้ย และเปียแชร์ได้เงินมาตามปกติแต่จู่ๆไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ส่งเงินไปแล้วไม่สามารถติดต่อหรือมีเงินคืน ไปทวงถามจากนางสาวอภัสรีย์ก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงติดต่อบรรดาเพื่อนๆที่เล่นแชร์กัน ทราบว่าเจ้าของเฟรสบุ๊กรายนี้น่าจะปิดหรือหนี และทราบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท

ในวงการแชร์ออนไลน์นักเล่นจะรู้จักกันในนาม บ้านแชร์เงินผ่อนทองแบม ส่วนตัวและครอบครัวได้สูญเสียเงินไปกว่า3ล้านบาทไม่รวมดอกเบี้ย เล่นแชร์กับ น.ส.แบมมาได้3ปีกว่าแล้ว ช่วงปีแรกแรกๆก็ได้ดอกดีไม่มีปัญหา แต่ระยะหลังเริ่มมีปัญหาลูกแชร์เริ่มเปียแต่ไม่ได้ แต่กลับถูกนางสาวแบมชวนลงทุนเงินเล่นเพิ่มเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถเปียเงินได้จะไปเปียเอาทองมาก็ไม่ได้อีก จึงพูดคุยกันในกลุ่มคิดว่าน่าจะถูกหลอก จึงตัดสินใจชวนกันมาแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวแบมทันทีผู้เสียหายกว่า

 สำหรับพฤติกรรมแชร์รายนี้จะเปิดรับสมาชิก ทั้งแชร์ทองและแชร์เงินสด ตั้งแต่หลักพันบาทไปถึงหลักหมื่น หลักแสนบาท และยังมีหุ้นเล่นทองคำกันอีก โดยนางสาวแบมจะเป็นคนเก็บเงินโอนผ่านบัญชีทางออนไลน์  เช่น ใครลงทุนเล่นไป 10,000บาท ภายใน วันก็จะได้ดอกเบี้ย 1,000 บาท เป็นต้น ช่วงแรกก็จ่ายดอกเบี้ย เงินต้นกันตามปกติ แต่ช่วงหลังมีปัญหาบ่อย ล่าสุดมีผู้เสียหายจากอำเภอพยุหะคีรี อำเภอเมืองนครสวรรค์ และอำเภออื่นๆทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดีตาม สภ.ท้องทีเกิดเหตุจำนวนหลายร้อยรายแล้ว