ศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก 2 ปี “ทักษิณ” ไม่รอลงอาญา คดีทุจริตหวยบนดิน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง “นายสบโชค สุขารมณ์” อดีตประธานศาลฎีกาพร้อมองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน อ่านคำพิพากษาคดีออกโครงการสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว หรือหวยบนดิน คดีหมายเลขดํา อม.1/2551 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง “นายทักษิณ ชินวัตร” พร้อมกับพวก เป็นจำเลยที่1 -47 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 152, 153, 154 ,157 ประกอบมาตรา 83, 84, 86, 90, 91 , ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 4, 8, 9, 10 ,11

กรณีที่นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ถูกกล่าวหา ร่วมกลุ่มคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ 2 ปี 2549 และอดีตผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวม 47 คนดำเนินโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) ระหว่างงวดวันที่ 1 ส.ค.46 – 16 ก.ย.49 โดยมิชอบ

ในปี 2561 ป.ป.ช.โจทก์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯนำคดีนี้ซึ่งยื่นฟ้องตั้งแต่ปี 2551มาพิจารณาใหม่ เนื่องจาก ศาลสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เพราะ จำเลยหลบหนีโดยออกหมายจับแล้วยังไม่ได้ตัวมา จึงให้นำขึ้นมาพิจารณาใหม่ หลังจากปี 2560 มีการแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 โดยเมื่อเริ่มพิจารณาคดีใหม่ “นายทักษิณ” อดีตนายกฯ ไม่มาศาล และไม่ตั้งทนายความเข้ามาไต่สวนพยานสู้คดีโดยศาลได้ไต่สวนพยานฝ่าย ป.ป.ช.โจทก์แล้ว

ศาลฎีกาฯพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า วัตถุประสงค์การออกสลากกินแบ่ง เพื่อหาเงินรายได้เข้ารัฐ โดยก่อนการจำหน่ายสลากหวยบนดินมีการศึกษาข้อกฎหมายและผลกระทบทางสังคมแล้ว ได้ทักท้วงจำเลยที่ 1 ให้ทราบว่า การออกสลากหวยบนดินอาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยับยั้งความเสี่ยง ทั้งยังปรากฎข้อเท็จจริงว่า นายทักษิณ ได้สั่งการให้จำเลยที่ 10 และ ผอ.กองสลาก (ขณะนั้น) จำเลยที่ 42 เร่งดำเนินการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว โดยไม่ต้องรอเครื่องพิมพ์สลาก แสดงว่านายทักษิณ จำเลยที่ 1 ต้องการออกสลากหวยบนดินโดยไม่คำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกองสลาก และไม่แก้ไขข้อกฎหมายก่อน เข้าลักษณะเป็นเจ้ามือรับกินใช้ ซึ่งมีเงื่อนไขเดียวกับหวยใต้ดิน เป็นการพนันขันต่อให้มัวเมาประชาชน

ทั้งการนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีก็เข้าสู่วาระจรเป็นเหตุให้ครม.อนุมัติโดยเข้าใจว่า เป็นการกระทำโดยชอบตามกฎหมาย แม้การออกสลากหวยบนดินจะมีรายได้ 123,339,890,730 บาท แต่มีผลขาดทุน 7 งวด จำนวน 1,668,192,060 บาท นอกจากนี้ยังปรากฎข้อเท็จจริงว่า กองสลากยังได้เบิกงานเกินบัญชีจากธนาคารออมสินประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินสำรอง แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ย่อมรู้อยู่แล้วว่ามีความเสี่ยง แต่ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงเหมือนขั้นตอนการออกสลากอย่างที่เคยเป็นมา

การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการดำเนินโครงการออกสลากพิเศษฯ ที่ร่วมกับจำเลยที่ 10 และ 42 ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้ว แต่ไม่ปรากฎว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดอื่นตามมาตรา 153, 147, 152 ดังนั้น องค์คณะผู้พิพากษา มีมติเสียงข้างมาก จึงพิพากษาจำคุกนายทักษิณจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี และให้ออกหมายจับจำเลยมาปฏิบัติตามคำพิพากษา

ขณะที่คดีหวยบนดินนั้น ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องจำเลยรวมทั้งสิ้น 47 ราย โดยก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาฯ เคยมีคำพิพากษาในส่วนของกลุ่มคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย.52 โดยให้จำคุก “นายวราเทพ รัตนากร” รมช.คลัง (ขณะนั้น)จำเลยที่ 10 เป็นเวลา 2 ปีปรับ 20,000 บาท

ส่วน นายสมใจนึก เองตระกูล” ปลัด กระทรวงการคลังและประธานบอร์ดกองสลากฯ จำเลยที่ 31 จำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท ตามป.อาญา ม.157 และ 83 และ นายชัยวัฒน์ พสกภักดี ผอ.กองสลาก จำเลยที่ 42 กระทำผิด ป.อาญา 157 และ 86 , พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐฯ ม.11 เป็นความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดฯ อันเป็นบทหนักสุดตาม ป.อาญา ม.90 ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท

ทั้งนี้จำเลยทั้งสามไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ประกอบกับพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามไว้คนละ 2 ปีส่วนจำเลยอื่นใน ครม.นั้น ศาลฎีกาฯ พิพากษายกฟ้องซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

ด้านนายพัฒพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผอ.สำนักคดี ปปช. เปิดเผยว่า วันนี้ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีหวยบนดิน 2 ตัวและ 3 ตัว ซึ่งคดีนี้ปปช.ฟ้องขอให้ศาลลงโทษหลายมาตรา แต่มีบางมาตราที่ศาลเห็นว่าไม่เป็นความผิด ดังนั้นจะได้นำผลคำพิพากษาไปแจ้งต่อที่ประชุมคณะปปช.เพื่อพิจารณาว่า พอใจผลคำพิพากษาหรือจะอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯลงโทษในฐานความผิดอื่นด้วย ส่วนเรื่องความเสียหายทางแพ่งนั้น ศาลฎีกาฯไม่ได้พูดถึงในส่วนนี้ แต่ตามกฎหมายให้อำนาจหน่วยงานต้นสังกัดคือกระทรวงการคลังพิจารณาดำเนินการเรียกค่าเสียหาย

สำหรับคดีทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ปปช. และมีมติให้ยื่นต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อหยิบยกขึ้นมาพิจารณา คือ คดีหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว,คดีปล่อยกู้เอ็กซ์ซิมแบงก์ซึ่งศาลพิพากษาไปแล้ว,คดีทุจริตรถ และเรือดับเพลิง

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาตัดสินคดีของนายทักษิณ อดีตนายกฯ ในปี 2562 และมีโทษให้จำคุก ซึ่งเป็นการพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลย ตามกฎหมายใหม่ โดยก่อนหน้านี้เมื่ิอวันที่ 23
เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาฯให้จำคุกนายทักษิณ เป็นเวลา 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152 กรณีอนุมัติให้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมแก่สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ประมาณ 1,000 ล้านบาทผ่าน Exim Bank ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าทุน นอกเหนือจากกรอบเจรจาปฏิญญาพุกาม เพื่อประโยชน์แก่ บมจ.ชิน แซทเทิลไลท์ ที่ตนเองและครอบครัวถือหุ้น ซึ่งให้ออกหมายจับจำเลยมาบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ต่อไป