“สามารถ” สั่งการ สยจ.พิษณุโลก ช่วยเหยื่อแชร์ออมเงินมิลค์ มิลค์

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์ กับผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ สีกองทัพบกช่อง 7 ในประเด็น บ้านออม เงินบ้านแชร์ “มิลค์ มิลค์” ซึ่งท้าวแชร์เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลกได้ชักชวน กลุ่มนักศึกษาร่วมลงทุน ประมาณ 300 ราย โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูง  แต่ต่อมาท้าวแชร์กลับไม่จ่ายผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง ผู้เสียหายจึงรวมตัวกันไปแจ้งความดำเนินคดีกับท้าวแชร์ที่ตำรวจภูธรภาค 6

นายสามารถกล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดการฉ้อโกงประชาชนและลักษณะแชร์ลูกโซ่ ตามคำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 329/2563 ลงวันที่ 29 กันยายน 2563 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดการฉ้อโกงประชาชนและลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีนายสมศักดิ์ เทพสุทินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ลงนาม มีอำนาจหน้าที่ กำกับติดตาม ผลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์ที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการกระทำความผิดอันเกิดจากการฉ้อโกงประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่
จึงได้สั่งการให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลก พิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชน ตามนโยบาย “ยุติธรรมเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน” ของกระทรวงยุติธรรม  ซึ่งในเบื้องต้น ยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลกได้ประชุมหารือร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 6 เพื่อวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย โดยจะเชิญผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงแจ้งแนวทางในการให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ทั้งนี้ในกรณีที่มีผู้เสียหาย ตั้งแต่ 300 คนขึ้นไปหรือมีจำนวนเงินที่กู้ยืมรวมกันตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ก็จะเข้าหลักเกณฑ์ของการกำหนดรายละเอียดการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ 2547 ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เสนอต่อคณะกรรมการคดีพิเศษ พิจารณานาเป็นคดีพิเศษต่อไป

นอกจากนี้ ยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลกยังได้ลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธร เมืองพิษณุโลกเพื่อประสานให้ความช่วยเหลือ ผู้เสียหาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้หารือเกี่ยวกับพฤติการณ์การแห่งคดี และแนวทางการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย รวมทั้ง การแนะนำงานบริการของกองทุนยุติธรรม ตั้งแต่การช่วยเหลือ ค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตลอดจนการให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย

ปัญหาแชร์ลูกโซ่เป็นวาระแห่งชาติซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขโดยเร่งด่วนที่จะต้องบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้น มิได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้เสียหายเท่านั้นแต่ยังกระทบถึงระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชาติ รวมไปถึงปัญหาความมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมาพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้ผลักดันให้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความทันสมัย เพื่อ สกัดกั้นการ แพร่ระบาด ของแชร์ลูกโซ่

จากข้อมูลที่ได้รับรายงานจากยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลกทราบว่า ท้าวแชร์ ได้ประกาศโฆษณาทางเฟซบุ๊คในลักษณะการชักชวนผู้อื่นให้ร่วมลงทุนออมเงินกินดอกเบี้ย ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 – 21 กุมภาพันธ์ 2564 ทำให้มีผู้หลงเชื่อและร่วมลงทุนในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดพิษณุโลก จำนวนมาก โดยมีผลตอบแทนจูงใจแบ่งออก 6 เรท ดังนี้

  • เรทที่ 1 ราย 3 วันได้ผลตอบแทนร้อยละ 7 ของเงินลงทุน
  • เรทที่ 2 ราย 5 วันได้ผลตอบแทนร้อยละ 10 ของเงินลงทุน
  • เรทที่ 3 ราย 7 วันได้ผลตอบแทนร้อยละ 10 ของเงินลงทุน
  • เรทที่ 4 ราย 10 วันได้ผลตอบแทนร้อยละ 19 ของเงินลงทุน
  • เรทที่ 5 ราย13 วันได้ผลตอบแทนร้อยละ 20 ของเงินที่ลงทุน
  • เรทที่ 6 ราย 15 วันได้ผลตอบแทนร้อยละ 20 ของเงินลงทุน

ในระยะแรกท้าวแชร์ได้จ่ายผลตอบแทนบางส่วนให้กับผู้เสียหาย เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการลงทุน เมื่อผู้เสียหายร่วมลงทุนไปจำนวนหนึ่งแล้ว ท้าวแชร์ได้ประกาศปิดการลงทุนออมเงินและไม่สามารถติดต่อได้

กลโกงของกรณีแชร์บ้านออม เงินบ้านแชร์ “มิลค์ มิลค์” นี้ จะสังเกตได้ว่ามิใช่เป็นการตั้งวงแชร์ ตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พศ.2534 แต่เป็นการระดมเงินทุน โดยตั้งเรทการลงทุนเป็นจำนวนตัวเลขที่ไม่สลับซับซ้อน เพื่อให้เห็นว่าลงทุนง่าย จ่ายผลตอบแทนสูง ซึ่งเป็นกลอุบายให้ผู้ร่วมลงทุนหลงเชื่อ ขณะที้ผู้ร่วมลงทุนเองก็ไม่ได้ฉุกคิดว่าตนกำลังจะถูกโกง

“ตนจึงขอเน้นย้ำว่า การลงทุนในลักษณะนี้ ไม่ใช่แค่ความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนต้องเผชิญ แต่เป็นการถูกโกง 100%  ขอให้ประชาชน อย่าได้หลงเชื่อ และเข้าไปยุ่งเกี่ยว ที่สำคัญคือการดำเนินคดี แชร์ลูกโซ่นั้นกว่าคดีจะถึงที่สุดแล้วนำทรัพย์สินของท้าวแชร์ที่ยึดอายัดได้มาเฉลี่ยคืนเงินให้กับผู้เสียหายนั้น ใช้ระยะเวลาเกิน 10 ปี  ส่งผลให้ความเสียหายลุกลาม และส่งผลกระทบไปในวงกว้าง และสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง คือ  ท้าวแชร์หน้าใหม่ที่ออกมาหลอกลวงผู้ร่วมลงทุนในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีอายุน้อยลง” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรมกล่าว