หดหู่! แม่พม่าล่ามโซ่ลูก อายุ7-9 ขวบอ้างเด็กชน หวั่นเกิดอันตราย

หดหู่! แม่พม่าล่ามโซ่ลูกอ้างเด็กชน
หดหู่ เจ้าหน้าที่ช่วยเด็กหญิง-ชายชาวพม่าวัย 7-9 ขวบ ที่ถูกแม่ล่ามโซ่  หลังแม่อ้างต้องเลี้ยงลูก5 คน  และลูกทั้ง 2 ซนมากหวั่นเกิดอันตราย แต่ถูกสังคมประนาม เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหาเพียงว่ากล่าวตักเตื่อน

วันนี้ (5 ธ.ค.60) เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว One Home เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจข้อเท็จจริงที่หน้าห้องพักแห่งหนึ่งอาคารพูนผลไนท์พล่าซ่า ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากกรณีที่โลกโซเชียลแชร์แพร่ภาพ ขอให้ช่วยเหลือเด็กหญิง-ชาย ที่ถูกแม่ชาวเมียนมาล่ามโซ่ ไว้หน้าห้องพัก ทำให้ผู้คนผ่านไปมาต่างเวทนาเป็นอย่างมาก
เบื้องได้นำตัวแม่เด็ก พ่อเลี้ยง ชาวเมียนมาร์วัย 33 ปีทั้งคู่ พร้อมตัวเด็กทั้ง 2 คน มาลงบันทึกประจำวันว่ากล่าวตักเตื่อนที่ สภ.เมือง จ.ภูเก็ต เบื้องต้นแม่วัย 33 ปี  เผยว่า มีลูก 5 คน เกิดกับสามีเก่า 5คนและสามีใหม่ 1 คนกับสามีใหม่พึงได้ 1 เดือน ก่อนหน้านี้เด็กหมดอยู่ที่ประเทศเมียนมาแต่เมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมาได้ไปรับลูกจำนวน 3 คน กลับมาดูแลเองประกอบด้วยลูกชายคนโตอายุ 17 ปี และลูกชายคนรอง อายุ 9 ขวบ พร้อมเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ที่ตกเป็นข่าวดังในโลกโซเชียล แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันปรากฎว่าลูกสาววัย 7 ขวบและลูกชายวัย 9 ขวบนั้นซุกซนมาชอบแอบหนีไปเล่นซุกซนบนถนนเป็นประจำห้ามทั้งตีก็ไม่ฟังเกือบโดนรถชนหลายครั้งแล้ว ประกอบกับต้องเลี้ยงดูลูกวัย 1 เดือนที่เกิดกับสามีใหม่ทำให้ดูแลไม่ทั่วถึงจำเป็นต้องล่ามโซ่ลูกทั้ง 2 คนไว้ เพื่อไม่แอบหนีไปซุกซนบนถนนอีกที่ทำไปเพราะรักไม่อยากให้ลูกเกิดอันตรายไม่ใช่ไม่รัก
 แต่ไม่ทราบว่าจะจัดการลูกทั้ง 2 คนอย่างไรเนื่องจากซุกซนมากจึงล่ามโซ่ไว้ดังกล่าว
น.ส.อัจฉรา สุระกุล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว
น.ส.อัจฉรา สุระกุล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวกล่าวหลังสอบสวนเจ้าหน้าที่แจ้งกับแม่และพ่อเลี้ยงเด็กว่าจะนำเด็กหญิงวัย 7 ขวบ พร้อมเด็กชายวัย 9 ขวบ ไปดูฟื้นฟูสภาพจิตใจที่บ้านพักเด็กและครอบครัวก่อนเนื่องจากเด็กอยู่ในอาการหวาดกลัวและอยู่ในอาการเครียดเป็นอย่างมากไม่ยอมพูดจาใดๆกับใคร ส่วนแม่และพ่อเลี้ยงเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีใด เพียงว่ากล่าวตักเตือนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเลี้ยงลูกต่อไป ร่วมทั้งประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้ง NGO ทางเมียนมาที่เขาดูแลเรื่องสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของแรงงานชาวเมียนมาอยู่ เนื่องจากแม่เด็กต้องการดูแลลูกทั้งหมดเองอยู่ใน จ.ภูเก็ต ไม่อยากให้กับไปที่ประเทศเมียนมา เพื่อหาทางในการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ