3 รมต. “พลังประชารัฐ” ลงพื้นที่ “ตลาดน้ำคลองลัดมะยม” ลั่นไม่ได้มาหาเสียง

3 รัฐมนตรีพรรค “พลังประชารัฐ” ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม “สนธิรัตน์” ลั่นไม่ได้มาหาเสียง ย้ำจะลาออกจากรมต.เมื่อถึงเวลาเหมาะสม

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม นำโดยนายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และในฐานะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยม ได้จัดกิจกรรมระดมสมองแนวคิดจากเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ

โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ว่าที่เลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าที่โฆษกพรรค ร่วมกิจกรรม โดยมีตัวแทนเครือข่ายจากกลุ่มต่างๆ เข้าร่วมกว่า 200 คน ส่วนนายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรค ไม้ได้ร่วมกิจกรรมในวันนี้

ก่อนเริ่มกิจกรรม นายอุตตม และนายกอบศักดิ์ ได้เยี่ยมชมซุ้มกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ของเครือข่ายต่างๆที่นำมาแสดง โดยนายอุตตมและนายกอบศักดิ์ ยังได้ทดลองนวดแผนไทยด้วย

นายสนธิรัตน์ กล่าวก่อนเริ่มกิจกรรมว่า ขอทำความเข้าใจ วันนี้พวกตนไม่ได้มีเจตนามาในนามรัฐมนตรี ซึ่งอยากมาฟังพี่น้องประชาชนจากตัวแทนกลุ่มต่างๆ พวกตนมาในนามของพรรคพลังประชารัฐ จึงอยากให้ทุกคนสบายใจที่ได้มีการพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ไม่ได้มีหัวโขนติดมาในวันนี้ และต้องการแลกเปลี่ยนกับทุกคน เพราะภาคประชาสังคมคือหัวใจใหญ่ที่สำคัญมากกับการเปลี่ยนแปลงประเทศ

“หากภาคประชาสังคมไม่เข้มแข็งจะเป็นจิ๊กซอร์ที่ขาดหาย ตนอยู่ภาคประชาสังคมมาเป็น 10 ปีแล้ว ทำงานภาคประชาสังคมมาโดยตลอด ตนคิดว่าโอกาสภาคประชาสังคมที่จะเข้ามาให้นโยบายต่างๆ เรายังมีโอกาสน้อย”นายสนธิรัตน์กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พอเราทราบว่าพวกท่านมาอยู่กันที่นี่เป็นกลุ่ม ซึ่งนายชวนมีบทบาทในการช่วยรับฟังนโยบายต่างๆ ตนจึงถือโอกาสมาฟัง เพระหากท่านมีอะไรดีๆ ที่คิดว่าประเทศไทยขาดและเราอยากเติมสิ่งนั้นไปด้วยกัน ระหว่างที่ตนเดินมาพบกลุ่มต่างๆ ก็มีเรื่องราวดีๆ หลายอย่างที่ท่านรับผิดชอบกันอยู่ แต่ไม่เคยมาถึงสู่การขับเคลื่อนระดับนโยบาย เราจะรวบรวบสิ่งเหล่านี้สู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย

“เรามาในฐานะอาสาที่จะเป็นตัวแทนภาคประชาชน มารับฟังพี่น้อง วันนี้จะไม่มีพิธีกรรมเยอะ จะมีเพียงสาระที่อยากได้ อยากให้ทุกคนพูดเสนอประเด็นเต็มที่ ซึ่งพวกตนที่อาสามาทำงานบ้านเมืองในนามของพลังประชารัฐจะรับไปพิจารณา และเรื่องไหนที่ดี เดี๋ยวมาช่วยพรรคทำงาน มาช่วยกันแลกเปลี่ยนกันต่อ”นายสนธิรัตน์กล่าว

นายสนธิรัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวในบทบาทรัฐมนตรี และผู้บริหารพรรค หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุไม่ควรใช้สถานที่และเวลาราชการในการสัมภาษณ์การเมือง ว่า เราเข้าใจบทบาทตัวเองอยู่แล้ว จึงใช้โอกาสในวันหยุดมารับฟังประชาชน เพราะภาคประชาชนและหัวหน้าพรรคสนใจมาก เราเป็นพลังประชาต้องฟังทุกภาคส่วน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้เวลาหรือทรัพยากรของรัฐมาใช้

“ในเวลาราชการจะไม่คุยเรื่องการเมือง เราระมัดระวังมากเรื่องการตอบคำถาม เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฏกติกา จึงขอให้สบายใจได้ว่าจะเข้มงวด ไม่คิดจะใช้ความได้เปรียบของตำแหน่งและบทบาทหน้าที่รัฐมนตรีไปสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง แต่จะเดินหน้าทำงานโดยไม่เอาบทบาทรัฐมนตรีไปสร้างประโยชน์”นายสนธิรัตน์กล่าว

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ 4 รัฐมนตรี เข้าไปพูดคุยกันห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไปคุยกันเรื่องงาน ต้องดูว่าทำในบทบาทใด ถ้าคุยการเมืองเราจะไปประชุมข้างนอก เพราะไม่ถูกต้องที่จะใช้สถานที่ราชการ

เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าการลงพื้นที่ต่างๆเป็นการหาเสียงล่วงหน้า นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้หาเสียง เพียงแต่มาประชุม เพราะตลาดน้ำแห่งนี้ต่างเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป การจะไปใช้ที่อื่นประชาชนคงไม่สะดวก หากกลุ่มใดเชิญไปเราก็จะไป ซึ่งกลุ่มต่างๆเขาก็มีการประชุมกันอยู่แล้ว เมื่อพรรค พปชร.สนใจภาคประชาสังคม จึงต้องมารับฟัง

เมื่อถามว่ากลัวว่ากระแสต่อต้านการดำเนินงานของพรรคจะบานปลายและกระทบกับพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีกรอบและหลักเกณฑ์ ที่การเมืองบอบซ้ำนั้นเพราะเราไม่ได้อยู่บนหลักการ สิ่งที่เราทำในอดีตก็เคยทำกันมา เราเข้ามาทำถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ย่อมมีความลำบากใจมากกว่านักการเมืองในอดีตแน่นอน ซึ่งเราจะระมัดระวังให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม เวลาที่เหลืออยู่จะทำหน้าที่ในตำแหน่ง รมต.ให้ดีที่สุด ซึ่งจะต้องรอดูผลงานอีก 3 เดือนที่เหลือ และไม่อยากให้ใช้ความรู้สึกมาวิจารณ์ แต่ควรดูพฤติกรรมและหลักการเป็นตัวตั้ง จากนั้นจะสรุปให้ทราบว่า ที่ต้องการทำให้สูงกว่ามาตรฐานของนักการเมืองเดิมๆ

“ขอย้ำว่าจะยุติบทบาท รมต.เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลานั้นจะเดินหน้าทางการเมืองเต็มตัว เวลานี้ยังไม่ถึงเวลาก็จะทำงานในตำแหน่งต่อไปให้ดีที่สุด เพราะเราทั้ง 4 คน รับผิดชอบงานจำนวนมาก ต้องใช้เวลาสะสางงานที่ค้างคาอยู่”นายสนธิรัตน์ กล่าว



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ