“ปรีชาพล” ลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 เสนอตัวชิงนายกฯ

“ปรีชาพล” แย้มลงปาร์ตีลิสต์เบอร์ 1 ชูธงไทยรักษาชาติพร้อมชิงเก้าอี้นายกฯ ปัดแก้เกมแตกพรรคแบ่งเสียงฝั่งเพื่อไทย ซัดวิธีคิดผู้นำรัฐบาลเหมือนยาหมดอายุ แก้ปัญหาประชาชนไม่ได้ เย้ยดีแต่แจกเงินหวังคะแนนเสียง หวั่นหลังเลือกตั้งฝ่ายเผด็จการชนะพาประเทศวนกลับจุดเดิม

ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) กล่าวในรายการ “ทุบประเด็น” ทางสถานีโทรทัศน์ไบรท์ทีวีช่อง 20 เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า พรรคไทยรักษาชาติเป็นส่วนผสมของคนทุกรุ่น แต่ตนอยู่การเมืองมาแล้ว 11 ปี ตั้งแต่ปี 2550 เป็น ส.ส.ครั้งแรก ที่ผ่านมาได้พิสูจน์กับประชาชนไปแล้วว่าคะแนนดีขึ้นทุกครั้ง วันนี้ก้าวมาเป็นหัวหน้าพรรคเพราะคนทำงานทุกคนมีจุดหมายทำงานเพื่อบ้านเมือง ตั้งแต่อยู่พรรคเพื่อไทยก็เป็นพรรคที่ดี แต่เมื่อไทยพรรครักษาชาติให้โอกาสเป็นผู้บริหารจึงมีสิ่งอยากจะทำเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยมีการพูดคุยให้มาทำพรรคการเมืองเพราะอยากเห็นประเทศชาติเปลี่ยนแปลง หลังจากพรรคนี้จัดตั้งเมื่อปี 2552 ส่วนตัวย่อ ทษช. ที่มีคนบอกเป็นทักษิณ ชินวัตรก็สามารถคิดได้ แต่ที่ตัวย่อหมายถึงไทยรักษาชาติ คือ การรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

“วันนี้ผมพร้อมเสนอชื่อเป็นนายกฯ แต่ตอนนี้ยังต้องมีกระบวนการสรรหา จึงยังไม่ขอพูดไปก่อน ประเทศนี้ถูกกดทับเรื่องวิธีการคิดมาพอสมควร แต่ไทยรักษาชาตินำเสนอความคิดทันสมัย หลังจากที่ประชาชนขาดโอกาสประกอบอาชีพจากสภาพเศรษฐกิจที่หนักหนาจากบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เมื่อมายืนจุดนี้ต้องพร้อม ผมไม่ใช่คนเพอร์เฟ็ค แต่ผมมีความตั้งใจอยากเห็นประเทศชาติไปในทางที่ดี” ร.ท.ปรีชาพล กล่าว

ร.ท.ปรีชาพล กล่าวต่อว่า ตนจะลง ส.ส.บัญชีรายชื่อหลังจากเติบโตมาจาก ส.ส.เขต เพราะการก้าวมาเป็นหัวหน้าพรรคต้องทำงานให้สมาชิก จึงต้องไปคาราวานช่วยลูกพรรคหาเสียง ส่วนเรื่องที่คนคิดว่าพรรคเพื่อไทยเก็บคะแนนส.ส.เขต แต่พรรคไทยรักษาชาติเก็บคะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์นั้น จะเป็นการดูถูกประชาชนเกินไป ขณะนี้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคกำลังเตรียมเร่งดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด แต่ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะส่งกี่เขต นอกจากนี้ทุกครั้งที่ตนไปพูดที่ไหนจะบอกว่าเรามีรากฐานจากพรรคเดียวกันตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มีจุดยืนยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่เมื่อถึงการเลือกตั้งต้องเป็นเรื่องสร้างสรรค์และอยู่ที่ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองไหนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ที่ผ่านมาเคยมานั่งคิดว่าพรรคเพื่อไทยต่างจากไทยรักษาชาติอย่างไร ก็สมมติได้ว่าถ้าเราเป็นรถยี่ห้อโตโยต้า พรรคเพื่อไทยจะเหมือนรุ่นวีโก้ที่สมรรถนะและดีไชน์ดี แต่ไทยรักษาชาติเหมือนรุ่นแคมรี่ไฮบริดที่ขายเทคโนโลยี ขายนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน ส่วนประชาชนจะเลือกใครก็ขอให้เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ไม่วาจะเป็นเพื่อไทยหรือไทยรักษาชาติ

“วันนี้การแข่งขันจะชัดเพราะหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไป ถ้าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจะเป็นอีกภาพ ถ้าฝ่ายสืบทอดอำนาจชนะภาพจะเป็นอีกภาพหนึ่ง บางพรรคแสดงความจำนงชัดเจนว่าเห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจ หรือพร้อมสนับสนุนนายกฯ เป็นนายกฯต่อไป แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเรา เหมือนบางคนพูดว่ารัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อพวกเขา แต่ถ้าประชาชนเลือกเขาก็ได้รับวางไว้วางใจนั้นไป แต่พวกผมชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย การเลือกตั้งจะแบ่งไม่ได้จะเลือกเพื่อไทย ส่วนอีกหมู่บ้านเลือกไทยรักษาชาติ เพราะฉะนั้นปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เมื่อวันเลือกตั้งจะรู้ว่าใครเป็นใคร ผมเป็น ส.ส.มา 11 ปีไม่เคยโจมตีใคร ไม่เคยไปว่าคนอื่นให้ตัวเองดูดี หรือพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ผมเชื่อว่าเป็นแนวทางการเมืองแบบที่ประเทศต้องการ”ร.ท.ปรีชาพล กล่าว

ร.ท.ปรีชาพล กล่าวอีกว่า พรรคไทยรักษาชาติพยายามส่งผู้สมัครให้มากที่สุด และอยากได้จำนวน ส.ส. มากที่สุด รวมถึงพร้อมแข่งกับทุกพรรคที่ลงสนาม ส่วนเรื่องนโยบายพรรคยังต้องฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่แนวคิดส่วนตัวอยากเห็นบ้านเมืองมีความพร้อม โลกยุคใหม่จะมีความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี 3 สิ่งนี้จะเข้ามาทั้งหมด ถ้าคนไทยไม่เตรียมพร้อมเราจะกลายเป็นเหยื่อของเขา อาทิ เรื่องเอไอรัฐบาลยังไม่เตรียมความพร้อมเลย แต่เราต้องเตรียมความพร้อม เพราะการประกอบอาชีพต้องใช้เทคโนโลยี วันนี้ควรมีแอพพลิเคชันช่วยเหลือเรื่องการเกษตร รวมไปถึงการหาตลาดต้องใช้โลกออนไลน์เข้าไปช่วยเหลือ ขณะที่สินค้าชุมนุมเป็นที่ต้องการของตลาดโลก แต่ยังขาดการออกและบรรจุภัณฑ์เพื่อไปบุกตลาดโลกให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จากที้ขณะนี้บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยก็กระทบกับเศรษฐกิจ เพราะต่างชาติไม่คบค้าสมาคมด้วย เมื่อผู้นำไทยเดินทางไปเยอรมันนีแต่ผู้นำเยอรมันนีบอกว่าให้กลับไปจัดเลือกตั้งให้ยุติธรรม เสร็จแล้วค่อยมาคุยเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์เรื่องการค้าหลังการเลือกตั้ง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศขาดโอกาส

“เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจมี 4 หลัก 1.เรื่องการบริโภคภายในซึ่งตอนนี้ดับสนิท 2.การลงทุนจากต่างประเทศก็หายไป 3.การท่องเที่ยวเคยเป็นรายได้หลักของประเทศก็หายไป และ 4.แนวโน้มที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้น ถ้าเราเป็นรัฐบาลเรามีของขายจะเป็นพี่เลี้ยงให้เขา เราจะใช้เทคโนโลยีโดยมีช่องทางให้กับเขา แต่ไม่ทำมีแต่แจกเงิน คนที่ได้เขาก็ดีใจ ผมก็ดีใจกับคนที่ได้ แต่ถามว่าคนที่ไม่ได้อีกจำนวนเท่าไร และการทำแบบนี้จีรังยั่งยืนหรือไม่ คุณแจกได้วันนี้ไปถึงวันเลือกตั้ง ทำไปถึงอังเปาหรือตรุษจีนแจกเข้าไป ถามว่าสิ่งที่ทำไปเพื่ออะไร ประชาชนคนไทยไม่ได้โง่ ก็รู้ว่าคุณหวังประโยชน์คะแนนนิยม ชื่อพรรคการเมืองหรือโครงการก็ชื่อเดียวกัน ผู้นำรัฐบาลก็มีข่าวจะเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อ ทำแบบนี้ประชาชนเขาก็รู้ แต่ถ้าเป็นเราจะทำให้ดีและยั่งยืนกว่านี้ คนอยากกินปลาไม่เอาปลาไปโยนให้เขา แต่เราอยากหาเครื่องไม้เครื่องมือให้ มีเหยื่อมีเบ็ดให้”ร.ท.ปรีชาพล กล่าว

ร.ท.ปรีชาพล กล่าวด้วยว่า ส่วนภาพหลังการเลือกตั้งถ้าฝ่ายเผด็จการชนะการสืบทอดอำนาจสำเร็จ บ้านเมืองจะวนอยู่แบบนี้ ตนเชื่อว่าผู้นำประเทศมีความคิดอยากทำสิ่งดี ๆ ให้ประเทศ แต่ถามว่าคิดได้แค่ไหนอย่างไรเป็นอีกเรื่อง วันนี้บอกได้ว่าการเป็นนายทหารจะไม่ใช่เป็นจ๊อบซีอีโอมาบริหารประเทศ ต่อให้มีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ 10 คนก็แก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้ เพราะวิธีการคิดเหมือนยาหมดอายุ ไม่สามารถตอบโจทย์และรักษาโรคได้ แต่ 4-5 ปีที่ผ่านมาถ้าอยากเห็นประเทศดีต้องทำแล้ว แต่ประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาต่าง ๆ กลไกต่าง ๆ ไม่เอื้อให้ประชาชนมีอนาคตที่ดี ถ้าเลือกฝ่ายที่สืบทอดอำนาจแบบนี้อย่างน้อยอีก 4 ปีหรือมากกว่านั้น จากกลไกให้ ส.ว.เลือกนายกฯ ได้ 2 สมัยอย่างน้อยก็ 8 ปี แต่ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยชนะเราจะพาประชาชนออกจากกับดักที่เป็นอยู่แบบนี้ เพื่อคืนเสรีภาพให้ประชาชน มีโอกาสทำมาหากิน ให้โอกาสมีรอยยิ้มสร้างศักดิ์ศรีของตัวเองให้ยืนอยู่บนลำแข้งตัวเองให้ได้ โดยมีรัฐบาลฝั่งประชาธิปไตยคอยโอบอุ้มและสนับสนุน



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ