“สาทิตย์”จวก คสช. ตั้ง “พลังประชารัฐ” ไม่ต่างจากที่ประณาม “แม้ว”

“สาทิตย์” ซัด “แม้ว” ต้นเหตุปลุกปฏิวัติตัวจริง จวก คสช.ชูปฏิรูปแค่วาทกรรม ฉุดประเทศเสียโอกาส 4 ปี เย้ยตั้ง “พลังประชารัฐ” สวนทางเคยประณาม “ระบอบทักษิณ” ปัด “สุเทพ” แยกตัว หวังแยกสาขาประชาธิปัตย์หาสียง

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการ “ทุบประเด็น” ทางสถานีโทรทัศน์ไบรท์ทีวีช่อง 20 ว่า การชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ขณะนั้นออกมาเพื่อคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรม การชุมนุมไม่ต้องการปฏิวัติ แต่ต้องการให้ปฏิรูปประเทศเกิดขึ้น แต่กลับมีผู้ติดอาวุธมาทำร้ายผู้บริสุทธิ์จนเสียชีวิต ทำให้กลายเป็นปัญหาความมั่นคงและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้เข้ามา ถึงแม้สิ่งที่ได้คือบ้านเมืองสงบหยุดยั้งสถานการณ์รุนแรง แต่ส่วนที่เสียไปคือเราเสียโอกาสปฏิรูปประเทศ 3-4 ปี จะเป็นเพราะมือไม่ถึงหรือเจตนาทางการเมืองก็ดี ทำให้เสียโอกาสตรงนั้นไป จึงไม่แปลกที่ประชาชนอยากให้มีปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่ 3-4 ปีที่ผ่านมาการปฏิรูปเป็นเพียงวาทกรรม หากจะคาดหวังให้มีการปฏิรูปต่อไปกับผู้ที่ไม่มีความชัดเจนคงไม่ได้

“กปปส.ไม่ได้เชิญคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่สิ่งที่เชิญคือ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ กปปส.ต้องการให้วุฒิสภาตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจโดยชักชวนทุกฝ่ายเข้ามาร่วม แต่เมื่อไม่เกิดรัฐบาลเฉพาะกิจจึงมีเหตุให้ยึดอำนาจ การชุมนุมไม่เปิดประตูเชื้อเชิญรัฐประหาร แต่เพื่อหยุดระบอบทักษิณ แต่ถ้ารัฐประหารทำอะไรไปแล้วต้องรับผิดชอบกับการบริหารประเทศ ส่วน คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นต้นเหตุการรัฐประหารชัดที่สุด ถ้าไม่มีนิรโทษกรรมก็ไม่มี คสช. แต่การชูสามนิ้วเพราะนายทักษิณยังก้าวไม่พ้นเรื่องปัญหาการเมืองภายในประเทศ วันนี้ทักษิณยังไม่พ้นคิดเรื่องตัวเอง พรรคของตัวเอง และเรื่องการเมืองที่ไม่ใช่ของประชาชน ดังนั้นถ้ามีกฎหมายนิรโทษกรรมกลับอีกหนึ่งรอบประชาชนคงรับไม่ได้”นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า หลายคนที่ให้โอกาสกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ก็รู้สึกผิดหวัง ถึงแม้ในช่วง 2 ปีแรกจะดูดี ส่วนตนก็ยอมรับว่าให้โอกาส พล.อ.ประยุทธ์เพื่อปฏิรูปประเทศ แต่จากนั้นเศรษฐกิจกลับแย่ลง แล้วมามีเรื่องสืบทอดอำนาจ ขณะที่การตั้งพรรคพลังประชารัฐก็ชัดเจนว่าวิธีการที่ใช้ ไม่ได้ต่างกับที่ คสช.เคยประณามระบอบทักษิณ อาทิ การดูดนักการเมือง การตกปลาในบ่อเพื่อน วันนี้พลังประชารัฐก็ทำหมือนกัน ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องต้องประกาศว่าไม่เห็นด้วยที่พลังประชารัฐหรือสิ่งที่เผด็จการทำอยู่ ส่วนการปลดล็อกวันนี้เพราะพลังประชารัฐเตรียมหาทุนหรือไม่ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมบ้านเมืองจะซ้ำรอย 10 กว่าปีที่เกิดขึ้นหรือไม่

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนการที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้ง พรรครวมพลังประชาชาติไทยนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเก็บแต้ม ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่เรื่องประชาธิปไตย พรรคการเมืองอื่นก็สนับสนุนประชาธิปไตย ดังนั้นจะมาผูกขาดวาทกรรมโดยคนดคนหนึ่งไม่ได้ ขณะที่การปลดล็อกในวันนี้ทำให้พรรคการเมืองลงพื้นที่พบปะประชาชนได้ เพื่อทำให้ผู้ลงสมัครได้แสดงตัวว่าลงเลือกตั้ง ส่วนเรื่องโซเชียลมีเดียคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เป็นผู้กำหนดระเบียบ และพรรคการเมืองต้องขออนุญาต กกต. โดยมีการคุยกันว่าหากผู้สมัครจะโพสต์อะไรต้องให้ กกต.โพสต์ให้ ดังนั้นหากมีการร่างระเบียบออกมาแบบนี้จะน่าเป็นห่วง จึงเสนอว่า กกต.น่าจะมีเว็บเพจให้ผู้สมัครเข้าไปชี้แจงกรณีถูกพาดพิงได้

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เคยเห็นกันมาก่อน จะมีกติกาที่ประหลาดอย่างมาก โซเชียลมีเดียจะมีผลอย่างสูงและควบคุมได้ยาก มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนมากที่สุด ดังนั้นเรื่องนโยบายจะเป็นสิ่งชี้วัดได้สูงสุด เพื่อให้เห็นว่าปัญหาของประชาชนจะแก้ไขอย่างไร แต่เชื่อว่าระบบจัดตั้งผ่านหัวคะแนนยังมีผลอยู่เพื่อนำข้อมูลข่าวสารไปให้ วันนี้มีข่าวว่าเก็บบัตรประชาชนไปแล้วทำให้เห็นว่าระบบหัวคะแนนยังทำงานอยู่ แต่เราจะนำโซเซียลมีเดียมาป้องกันการซื้อเสียงได้อย่างไร ทั้งนี้ วันนี้การเมืองแบ่งเป็น 3 ขั้ว 1.ฝั่งตระกูลเพื่อของนายทักษิณ 2.พลังประชารัฐ และ 3.ประชาธิปัตย์ ถึงแม้ ส.ว.เลือกนายกฯ ได้ แต่ถ้าพลังประชารัฐได้เสียงมาร้อยกว่าคนบวกเสียง ส.ว. 250 คนได้เป็นนายกฯ แต่เมื่อโหวตนายกฯ เสร็จ จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ถึง 6 เดือนหรือไม่ ดังนั้นจึงอยู่ที่ประชาชนจะเทคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองจำนวนเท่าไหร่

“ต้องคุยกันแน่นอน ก็ต่อรองว่าผมมีนโยบายแบบนี้ แต่ถ้าดูจุดยืนตอนนี้โอกาสจะร่วมกับพรรคเพื่อไทยเป็นไปได้น้อยมาก ส่วนการคาดหมายว่าใครจะร่วมกับใครในสมการไหนไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งไม่มีชื่อหรือโลโก้พรรคถือว่าส่อเจตนาไม่อยากให้คนยึดติดกับพรรคหรือยึดติดกับชื่อของส.ส.เก่า แต่ทำไมจะพิมพ์โลโกไม่ได้ เพราะจะทำให้คนมีความทรงจำที่ดีขึ้นหรือไม่ ดังนั้นจะมีเจตนาอะไร การเลือกตั้งครั้งนี้เดิมพันหน้าตักแต่ละฝ่ายสูงมาก มีการแตกแบงค์พันเป็นแบงค์ร้อย หรือการดูดก็ไม่ถูกต้อง ส่วนประเทศไทยหลังการเลือกตั้งยังเป็นห่วงว่าถ้ามีการโกงเลือกตั้งจะมีโอกาสให้บ้านเมืองกลับไปวุ่นวาย จึงอยู่ที่สำนึกพรรคการเมือง ต้องเอาข้อมูลมาแชร์กันมากระตุ้นให้คนมีภูมิคุ้มกันให้เลือกในสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนผมจะลงสมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ตรัง” นายสาทิตย์กล่าว




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ