‘ลุงตู่’ แต่งกลอนโชว์เด็ก! ขอเยาวชนมีความรู้คู่คุณธรรม

คึกคัก! นายกฯ เปิดงานวันเด็ก ศธ. ขอเยาวชนมีความรู้คุณธรรมนำสงบ ย้ำให้ความสนใจการศึกษาทั้งใน-นอกระบบ ขอทุกรัฐบาลสร้างเกราะกำบังให้คนไทยมีความรัก-สามัคคี

วันที่ 12 ม.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิดเด็กไทยรู้คิดมีจิตอาสา Volunteer kids เพื่อทำให้เด็กเป็นคนเก่ง คนดี มีสุขและมีทักษะอาชีพ พร้อมกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า เรามุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต มีความกตัญญูรู้คุณ มีจิตอาสา มีคุณธรรมรู้หน้าที่ มีความรักความสามัคคีและเป็นพลเมืองดีในสังคม เพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมถึงรักษาประเพณี วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมร่วมสร้างสรรค์พัฒนาประเทศ ทั้งนี้เราต้องสร้างความฝันของเด็กให้เป็นความจริง อย่าทำลายความฝันของเด็ก ขณะที่เด็กๆ ก็ต้องไม่ทำลายความฝันของพ่อแม่ต่างฝ่ายต้องรักษาความฝันและทำให้ทุกอย่างเป็นความจริง อีกทั้งในวันข้างหน้าที่จะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตต่างคนต้องรักษาจิตใจซึ่งกันและกัน มีความกตัญญูรู้คุณ ทั้งนี้รัฐบาลตั้งใจส่งเสริมพัฒนาเด็กให้มีความรู้คู่คุณธรรม จึงต้องรู้ว่าอะไรดีก็ทำ ส่วนอะไรที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนและทำร้ายคนอื่นก็ไม่ควรทำ

สิ่งสำคัญคือการมีจิตอาสาตามพระราโชบาย ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ที่ทรงมุ่งหวังให้คนไทยทุกคนมีจิตอาสาทำเพื่อคนอื่น และมีจิตสาธารณะเผื่อแผ่แบ่งปัน ซึ่งทุกวันนี้ได้มีการทำหลายอย่าง อาทิ การทำให้คูคลองสะอาด และช่วยทำให้สังคมสงบเรียบร้อย ดังนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำด้วยจิตใจและอยากให้ทุกคนช่วยกันส่งเสริมมีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าว รวมถึงขอให้เด็กรู้จักศึกษาเล่าเรียน คิดวิเคราะห์และพัฒนาตนเอง รวมถึงปฏิบัติตนตั้งมั่นในความดี อย่างไรก็ตามการศึกษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญ และต้องรู้จักนำมาใช้ไม่ใช่บอกว่าเรียนไปแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะศาสตร์อยู่ในหัวขอให้สร้างสติปัญญาขึ้นมาทุกวัน เมื่อโตขึ้นก็รู้จักคิดและวิเคราะห์เพื่อนำไปทำงาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลนี้ให้ความสนใจการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยากให้กศน. มีการขยายไปยังพื้นที่ กลุ่มที่มีโรงงาน เพื่อให้วันหน้าสามารถต่อยอดเข้ามาในระบบ และรัฐบาลจะ เสริมในเรื่องทุนการศึกษาให้ หากจะเหมาทั้งหมดมันไม่ใช่ เหมือนที่มีออกมาพูดว่าวันนี้มีคนออกนอกระบบ 5 แสนหรือ 5 ล้านคน และจะหาเงินมาให้เรียน ถือเป็นการพูดสร้างความฝันที่เป็นจริงไม่ได้ จึงขอให้ไปมองในรายละเอียดซึ่งการกระทรวงศึกษาได้ดำเนินการอยู่แล้ว อีกทั้งฝากพ่อแม่ผู้ปกครองด้วยวันนี้มีการพูดหลายอย่าง ว่าจะทำนู่นทำนี่มันใช่เหตุผลจริงๆหรือไม่ และย้ำว่าความเท่าเทียมอย่างเดียวคือความเท่าเทียมของโอกาส โดยต้องจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา และดูแลคนที่มีรายได้น้อยโดยการให้ทุนการศึกษา ถ้าบอกว่าทุกคนเท่าเทียมกันหมดมันเป็นไปไม่ได้ เพราะพื้นฐานต่างกันไม่มีทางจะเท่ากันได้ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งโลกเป็นแบบนี้ แต่เราต้องมีศิลปะในการบริหารสิ่งเหล่านี้ อย่าพูดเหมารวมไปทั้งหมด มันทำไม่ได้จริง

“เราต้องสร้างเกราะกำบังให้แข็งแกร่งรัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ใช่แค่รัฐบาลผม ต้องมีหน้าที่ในการสร้างเกราะกำบังให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ให้ทุกคนมีความรักความสามัคคีและมองผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศไทยก้าวหน้า สมดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงคาดหวังเรื่องการพัฒนาบุคลากรและทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในประเทศไทยเวลานี้ จึงขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า คุ้มค่า เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความทรงจำ และความสุขความสดใส ในวัยเด็ก พร้อมใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในวันข้างหน้าต่อไป”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบของขวัญให้เด็กๆด้วยตนเอง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก เด็กๆจำนวนมากเข้าแถวเพื่อรอรับของขวัญจากนายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมซุ้มต่างๆ พร้อมพูดคุยกับเด็กและเยาวชนโดยย้ำว่าให้เรียนในสิ่งที่ตนเองชอบและถนัด พร้อมสอบถามถึงความใฝ่ฝันในอนาคตว่าอยากทำอาชีพอะไร ซึ่งมีเยาวชนคนหนึ่งตอบว่า อยากเป็นนักเขียน นายกรัฐมนตรีจึงขอทดสอบความสามารถในการแต่งคำ โดยให้แต่งวลีหรือคำพูดที่มาจากคำว่าพระอาทิตย์ กับคำว่า ฟ้า

ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ได้ยกตัวอย่างการแต่งกลอนของตนเองที่มาจากทั้งสองคำดังกล่าวว่า “พระอาทิตย์ลับดับลงตรงปลายฟ้า แล้วจันทราอยู่ที่ไหนมองไม่เห็น คืนนี้จากไปไกลลำเค็ญ” ทำให้ได้รับเสียงปรบมือจากเด็กและผู้ปกครอง นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า พ่อแม่ผู้ปกครองต้องสอนให้เด็กกล้าพูดและใช้โซเชียลอย่างถูกต้อง

ระหว่างนั้น นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมการแสดงของวงโยธวาทิตจากนักเรียน โรงเรียนวังไกลกังวลในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมยกนิ้วโป้งชื่นชมว่า ทุกคนเยี่ยมมาก และแซวว่า เล่นดี แต่ไม่มีใครยิ้มเลย พร้อมพูดระหว่างการแสดงขอให้ทุกคนยิ้มหน่อย ยิ้มเห็นฟันด้วย

ทั้งนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาลกับกิจกรรมเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ ‘นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี’ ในวันเด็กแห่งชาตินั้น ปรากฏว่า ด.ญ.ภวริศา ไชยวัฒน์มาลากุล หรือน้องออมสิน อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ เมืองทองธานี เป็นเด็กคนแรกที่ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2562



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ