เปิดปูม “ไทยรักษาชาติ” พรรคสาขาเพื่อไทย ก่อน “ทูลกระหม่อมฯ” ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ

เปิดปูม “ไทยรักษาชาติ” พรรคสาขาเพื่อไทย ก่อน “ทูลกระหม่อมฯ” ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ

เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อ “ราชนิกูล” ชั้นสูง คือ ทูลกระหม่อมทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา ลงสู่สนามการเมือง หลังจากตอบรับเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีในนามพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เพื่อลงสู้ศึกเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่งของการเมืองไทย

สำหรับประวัติ “พรรคไทยรักษาชาติ” หรือ ทษช. นั้น เดิมพรรคการเมืองนี้ จัดตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2552 ในนาม “พรรครัฐไทย” มีนายเอกสิทธิ์ เจาฑานนท์ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และมีนายศิรเมศร์ เสถียรรุจิกานนท์ ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2553 ที่ประชุมพรรครัฐไทย มีมติเปลี่ยนชื่อพรรคจาก “พรรครัฐไทย” เป็น “พรรคไทยรวมพลัง” โดยนายเอกสิทธิ์ยังคงเป็นหัวหน้าพรรค นายศิรเมศร์ เป็นเลขาธิการพรรค และมีคณะกรรมการบริหารพรรครวม 7 คน มีสมาชิกพรรค 1,340 คน สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ 86/114 ซ.อินทรามระ 25 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

ในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2554 พรรคไทยรวมพลัง ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งส.ส. ผลปรากฎว่าไม่ได้ส.ส.แม้แต่ที่นั่งเดียว ต่อมาปี 2557 นายเอกสิทธิ์ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่ง และนายกมล จิรโสภาพันธ์ ในฐานะนายทะเบียนสมาชิกพรรคจึงเข้ามารักษาการหัวหน้าพรรค

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2561 พรรคไทยรวมพลังจัดประชุมใหญ่พรรค เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค จัดทำคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง และนโยบายพรรค พร้อมทั้งมีมติให้เปลี่ยนชื่อจากพรรคไทยรวมพลังเป็น “พรรคไทยรักษาชาติ” พร้อมแจ้งนายทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2561 ว่า นายกมล ขอลาออกจากการทำหน้าที่หัวหน้าพรรค

จากนั้นในวันที่ 7 พ.ย.2561 พรรคไทยรักษาชาติจัดประชุมใหญ่ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และมีมติเลือก ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตส.ส.ขอนแก่นพรรคเพื่อไทย และอดีตวิปรัฐบาลในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค และนายมิตติ ติยะไพรัช ลูกชายนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค

ส่วนตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคมี 4 คน ได้แก่ นายฤภพ ชินวัตร ลูกชายนายพายัพ ชินวัตร และเป็นหลานชายนายทักษิณ ชินวัตร ,นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร ,นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ และนพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล

ขณะที่ตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคมี  3 คน ได้แก่ นายต้น ณ ระนอง ลูกชายนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ,นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์

สำหรับตำแหน่งอื่นๆ เช่น นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ เป็นโฆษกพรรค ,น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล เป็นรองโฆษกพรรค ,น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค ,นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เป็นเหรัญญิกพรรค ,รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ เป็นกรรมการบริหารพรรค และนายจุลพงศ์ โนนศรีชัย เป็นกรรมการบริหารพรรค

นอกจากนี้ พรรคไทยรักษาชาติยังมีอดีตแกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำงานกับพรรค เช่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯและอดีตรมว.ศึกษาธิการ ,นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ และอดีตที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์

รวมถึงนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ,นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา, นายประภัสร์ สงวน อดีตผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ,นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. ,นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.และอดีตรมช.พาณิชย์ ในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นต้น

แม้ว่าพรรคไทยรักษาชาติถูกวางให้เป็นพรรคสาขาของ “พรรคเพื่อไทย” ตามยุทธศาสตร์ “แตกแบงก์พัน” เพื่อลดความเสียเปรียบจากการวิธีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่คสช.ออกแบบให้ “ทุกคะแนนเสียง” ในการเลือกตั้ง  “ต้องมีความหมาย”

แต่มีความสำคัญมากกว่าพรรคสาขาอีกแห่งหนึ่ง คือ “พรรคเพื่อชาติ” และ “พรรคเพื่อธรรม” เพราะพรรคการเมืองแห่งนี้คับคั่งไปด้วยนักการเมืองและทายาทนักการเมืองชื่อดัง ซึ่งล้วนแล้วเคยเป็นบุคคลที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย ในสมัยที่อดีตนายกฯ 2 พี่น้องชินวัตร “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” มีอำนาจ