กรมสุขภาพจิตเล็งทำ MOU สถาบันอุดมศึกษา แก้ปัญหา นศ.คิดสั้น

กรมสุขภาพจิต เตรียมดึง 50 สถาบันการศึกษาทำ MOU ตั้งคลินิกเฝ้าระวังฆ่าตัวตาย-ซึมเศร้า แก้ปัญหานักศึกษาคิดสั้น เผยข้อมูลปี 2561 “แม่ฮ่องสอน พัทลุง สระแก้ว กาฬสินธุ์” อัตราฆ่าตัวตายสูงสุด

สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีกรณีนักศึกษาฆ่าตัวตายหลายราย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมฯ มีการเก็บสถิติการฆ่าตัวตายจากสถานพยาบาลและฐานข้อมูลกระทรวงมหาดไทยทุกปี โดยแบ่งการเก็บข้อมูลออกเป็น 3 วัย คือ วัยรุ่น วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ พบว่า วัยแรงงานมีอัตราการฆ่าตัวตายต่อแสนประชากรวัยแรงงานมากที่สุด รองลงมา คือ วัยสูงอายุ และวัยรุ่นนักศึกษา ซึ่งมีอัตราต่ำประมาณ 3 ต่อแสนประชากรวัยรุ่น แม้อัตราจะต่ำแต่เราให้ความสนใจ เพราะการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งการตายก่อนเวลาอันควรทำให้สูญเสียอายุขัยเฉลี่ย เช่น ฆ่าตัวตายตอนอายุ 20 ปี แต่อายุขัยเฉลี่ยคนไทย คือ 75 ปี เท่ากับต้องใช้คนอายุ 80 ปี ถึง 11 คนถึงจะเฉลี่ยคืนกลับไปได้ และทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ เพราะกว่า 50 ปีหายไป สามารถทำงานสร้างรายได้ต่าง ๆ ได้

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนนักศึกษา กรมสุขภาพจิต จึงเตรียมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่สถานศึกษา รวมถึงมีแนวคิดที่จะลงนามความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ 50 สถาบันอุดมศึกษา ที่มีจำนวนนิสิตนักศึกษามากกว่า 10,000 คน เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาเหล่านี้วางมาตรการในการเฝ้าระวังดูแลภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย ซึ่งการเฝ้าระวังเป็นมาตรการที่ดีที่สุด จะป้องกันการฆ่าตัวตายได้ 60% ซึ่งสามารถเฝ้าระวังได้โดยใช้หลัก 3 ส คือ 1.สอดส่องมองหา เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว คนใกล้ชิดควรช่วยกันสอดส่องสังเกตว่าเพื่อน คนรอบข้างมีปัญหาหรือไม่ 2.ใส่ใจรับฟัง ซึ่งกลไกทางจิตของคนจะฆ่าตัวตายจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าและไม่มีใครรับฟัง จึงต้องรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ มีท่าทียอมรับอยากช่วยเหลือ ความคิดอยากฆ่าตัวตายก็จะลดลง และ 3.ส่งต่อ กรณีที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ รวมถึงการใช้เครื่องมือในการประเมินตนเองด้วยหลัก 8Q

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลพบว่า ในแต่ละปีจะมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 4,000 ราย และในปี 2561 พบว่ามี 4 จังหวัดที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูง ได้แก่ 1. แม่ฮ่องสอน มีการฆ่าตัวตาย 17.55 รายต่อแสนประชากร 2. พัทลุง มีการฆ่าตัวตาย 11 รายต่อแสนประชากร 3. สระแก้ว มีการฆ่าตัวตาย 10.23 รายต่อแสนประชากร และ 4. กาฬสินธุ์ มีการฆ่าตัวตาย 8.9 รายต่อแสนประชากร ทั้งจากการเก็บรวบรวมข้อมูลทั่วโลกขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า มีอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 10 รายต่อแสนประชากร

ทั้งนี้ วันที่ 20 มี.ค. ของทุกปี เป็นวันความสุขสากล ซึ่งความสุขที่แท้จริงต้องเกิดจากภายใน และอยู่ที่วิธีในการคิด ได้แก่ คิดให้ คิดเป็น และคิดดี โดยเฉพาะความสุขที่เกิดจากการทำประโยชน์ และมีคุณค่า จะทำให้เกิดความสุขที่ยาวนาน ยิ่งการช่วยคนที่มีปัญหาทางใจ เช่น ซึมเศร้า คิดฆ่าตัวตาย ก็จะยิ่งมีความสุขและได้บุญมาก โดยอาศัยหลัก 3 ส สำหรับวันที่ 20 มี.ค. กรมฯ จะจัดกิจกรรมรณรงค์เสริมสร้างความสุขคนไทย ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT ตลาดบางใหญ่ สถานีเซ็นทรัลเวสต์เกต โดยจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับความสุข เน้นประชาชนร่วมถ่ายทอดวิธีสร้างสุขของตนเองให้กับคนรอบข้าง รวมถึงจัดประกวดคลิปวิดีโอ ข้อความสั้น ภายใต้หัวข้อ สุขใจ…ไม่สูญเสีย ในเดือนเมษายนนี้




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ