แม่เลี้ยงเดี่ยว!! ประเด็นฉาวสังคม.. แต่เด็กจะรู้สึกยังไง?

จากที่เป็นกระแสสังคม เกี่ยวกับจรรยาบรรณสื่ิอ มาหลายวัน เรื่อง “แม่เลี้ยงเดี่ยว หรือ Single Mom”
แต่เราลืมคิดกันไปหรือเปล่าว่า เมื่อเกิดแม่เลี้ยงเดี่ยวขึ้น แปลว่าเด็กที่เกิดมาจะรู้ว่าแม่เป็นคนเลี้ยงมาเพียงคนเดียว

และเราจะทำยังไงไม่ให้เด็กรู้สึกว่าขาดอะไรไป…คราวนี้ก็เป็นหน้าที่สำหรับคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว
แน่นอนว่าสถานการณ์ในตอนนั้น อาจส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ความคิด อารมณ์ ความมั่นคงในชีวิต ที่มักจะคิดวกวนไปว่าจะทำยังไงให้ลูกมีความสุขที่สุด
คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องลองคิดกลับกัน “ถ้าเรามัวแต่นั่งกังวล นั่งคิดทบทวนว่าเราจะเลี้ยงลูกยังไงให้ดี ให้มีความสุข สุดท้ายมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราเครียด เเละก็ต้องมาตกที่ลูก ด้วยความน้อยใจ โกรธ ท้อแท้ ก็จะยิ่งทำให้เด็กรู้สึกขาดอะไรไปในชีวิต”

การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ซึ่งยากกว่าการช่วยกันเลี้ยงแบบครอบครัว

คำว่า Single Mom นั้น หลายคนคงรู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร
หย่าร้าง
ตั้งครรภ์ในขณะที่ยังไม่พร้อม หรือ ยังไม่แต่งงาน
สามีเสียชีวิต
เลือกที่จะเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว

ฉะนั้น…เรามีเคล็ดลับการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แบบที่ลูกก็ไม่รู้สึกด้อย

1. คุณต้องใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด อย่าท้อเเท้ ร้องไห้ หรือหมดวังต่อหน้าลูกของคุณ เพราะจะทำให้ลูกเสียความมั่นใจ แต่เมื่อลูกโตพอ เราควรเล่าความจริงกับลูก เกี่ยวกับเรื่องของพ่อ อย่ากลัวว่าลูกจะไม่เข้าใจ คุณคิดสิ ถ้าไม่เล่าเค้าจะถามคุณในทุกๆวัน และถ้าลูกของคุณได้ยินจากปากของคนอื่น ก็จะทำให้ลูกคุณ คิดว่าคุณโกหกเค้ามาตลอด
2. อย่าใส่ความเกลียดชัง ความโมโห กับพ่อของลูก ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่เคยเลี้ยงดูเลยก็ตาม และอย่าห้ามให้พ่อ ลูก เจอหน้ากัน เพราะคุณอย่าลืมว่า ลูกคุณไม่ได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่ายังไงถึงคุณจะห้ามเค้าแค่ไหน สุดท้ายลูกคุณจะตามหาพ่อของเค้า จนอาจทำให้คุณต้องน้อยใจ แต่ถ้าคุณตัดสินใจบอก เค้าจะยืนหยัด ให้กำลังแม่ของเค้าด้วยความเข้าใจ
3. รู้สึกเหนื่อยจากงาน ข้อนี้ก็เป็นสิ่งที่แม่เลี้ยงเดี่ยวต้องรับให้ได้ เพราะเมื่อถึงเวลา คุณต้องออกไปทำงานเป็น 2 เท่า กับเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ จนในบางครั้งเรื่องพวกนี้ อาจส่งผลต่ออารมณ์ของคุณ จนทำให้คุณไปลงที่ลูก ฉะนั้นคุณควรปรับอารมณ์ให้ได้ ค่อยคิดไตร่ตรองกับปัญหาที่เกิดขึ้น โปรดอย่าลืมว่า “ทุกปัญหา มีทางแก้”
4. หากิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันกับลูกบ่อยๆ แต่กิจกรรมก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า ลูกของคุณ เป็นเด็กหญิงหรือเด็กชาย
ถ้าเป็นเด็กผู้ชาย คุณก็ควรชวนญาติที่เป็นผู้ชายมาทำกิจกรรม เพื่อให้ลูกของคุณได้ซึมซับบทบาทความเป็นผู้ชายหรือถ้าพ่อเด็กจะรับไปทำกิจกรรม ก็ควรปล่อยไป ไม่ควรกีดกัน เพราะจะทำให้เค้าเป็นลูกแหง่ ที่ติดแม่ตลอดเวลา

สุดท้ายเมื่อเราเลือกที่จะเผชิญชีวิตโดยไม่มีอีกฝ่าย ชีวิตก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป อย่าเพิ่งกังวลว่าคุณจะเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้มากแค่ไหน อย่าเพิ่งกังวลกับปัญหาที่จะเกิด เพราะเมื่อสถานการณ์ทำให้เราต้องตัดสินใจ
เราก็ควรเชื่อไว้ว่า “ทุกปัญหา…มีทางออกเสมอ”



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ