“จตุพร” เย้ย “บิ๊กตู่” ทนปากนักการเมืองไม่ไหวแน่ไม่มีมาตรา 44 คุ้มครอง “เพื่อไทย” ซัด คสช.ควรกลับกรมทำหน้าที่ตัวเอง

ต้องบอกว่าในชั่วโมงนี้ คงไม่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังไปกว่าประเด็นการใช้ ม.44 เพื่อแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ต้องการเข้ามามีอำนาจอีกครั้งหลัง เลือกตั้ง โดยเมื่อวานนี้(20 พ.ย.) รายการ “ทุบประเด็น” ช่องไบรท์ทีวี 20 ได้หยิบยกประเด็นนี้มีพุดคุยกับตัวแทนนักการเมือง ต่างก็มีมุมมองในทิศทางเดียวกันคือ “เลือกตั้งต้องเดินหน้า แม้ว่าการแบ่งเขตจะ เกิดความเสียเปรียบได้เปรียบ แต่สุดท้ายคนที่ใช้อำนาจมาก ก็จะกลายเป็นผู้แพ้”

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ระบุว่า จากคำสั่ง คสช.ที่ออกมานั้นมี 2 ประเด็น 1.ขยายเวลาแบ่งเขตเลือกตั้ง และ  2.ให้พรรคการเมืองหาผู้สมัครได้จนถึงวันรับเลือกตั้ง ส่วนจำนวนส.ส. 350 เขตที่แบ่งตามรัฐธรรมนูญใหม่ หากมีการยื้อออกไปจะยิ่งเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ แต่กลับเห็นว่า ถ้าสิ่งใดไม่ยุติธรรมจะมี ผลลัพธ์จะตรงกันข้ามทั้งหมด เรียกว่า หากยิ่งใช้อำนาจมากเท่าไหร่จะยิ่งจะแพ้การเลือกตั้งเท่านั้น

ขณะที่เพดานวันเลือกตั้ง ไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.2562 ยังคิดว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการเลือกในวันที่ 24 ก.พ.2562 ก็ไม่มีใครการันตีได้ว่าจะมีการเลือกตั้ง ดังนั้นขอให้เลือกวันเลือกตั้งที่สบายใจที่สุด

ส่วนประเด็นผู้สมัครการเลือกตั้ง จากเดิมกำหนดให้ผู้ที่จะสมัครเลือกตั้งต้องมีสังกัดนับ 90 วันตามรัฐธรรมนูญ คือไม่เกินวันที่ 26 พ.ย.2561 แต่ คสช.กลับมีการลากให้หาผู้สมัครได้จนถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง หรือเรียกว่ารอจนวันสุดท้าย

“ผมไม่วิตกว่า คสช.จะสืบทอดอำนาจต่อไป เพราะเชื่อว่าจะกลายเป็นทุกขลาภ สมมุติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกฯอีกครั้ง ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไววางใจเลย แต่ถ้าเป็น  นายกฯ อาจถูกโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ และ พล.อ.ประยุทธ์ จะทนปากนักการเมืองได้หรือไม่ เพราะไม่มีมาตรา 44 แล้ว ”

ขณะที่ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต กล่าวว่า เท่าที่มองมีคนไม่อยากให้เลือกตั้งจากผู้ที่มีอำนาจที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบจัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ประชาชนอยากมีเลือกตั้งตามโรดแม็พวันที่ 24 ก.พ.2562 แต่ขณะนี้เหมือนมีการส่งสัญญาณบ่ายเบี่ยงไม่อยากให้มีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.2562 โดยอ้างว่ามีพรรคการเมืองไม่พร้อม แต่เชื่อว่าจะทำได้ยากเพราะสวนกระแสกับคนในสังคมที่อยากเห็น ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องเศรษฐกิจ

ส่วนผู้ต้องการเตะถ่วงการเลือกตั้งก็จะปล่อยมุขใหม่ๆออกมา ทั้งที่ กกต.ชุดนี้บอกแล้วว่า มีความพร้อมจัดเลือกตั้งตามที่กำหนดเวลาไว้ แต่ขณะนี้ไม่แน่ใจเจตนาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ อนุญาติให้ กกต.เลื่อนการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งออกไป

“ตอนนี้ทุกฝ่ายพร้อมเลือกตั้งแล้ว ถึงแม้กติกาจะสร้างความเสียเปรียบให้พรรคเพื่อไทยก็ตาม แต่รอดูว่าจะมีการสร้างความชอบธรรมเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมาทำให้ประชาชนรู้ว่า กองทัพไม่เหมาะจะมาแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน และต้องการให้กองทัพกลับกรมกองไปทำหน้าที่ตัวเอง” ร.ท.สุณิสา กล่าว

ร.ท.สุณิสา ยอมรับว่า กังวลเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.ลดจำนวนส.ส.เหลือ 33 คน แต่ก่อนหน้านี้ประชาชนกลับทราบการทำประชาพิจารณ์เรื่องแบ่งเขตเลือกตั้ง จนมีคำสั่ง คสช.ออก มาให้เลื่อนการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งออกไป ขณะนี้ประชาชนยังไม่ทราบว่าจะแบ่งเขตอย่างไร และทุกพรรคการเมืองก็ยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้สมัครของพรรคด้วย

ทั้งนี้ ร.ท.สุณิสา มองการเมืองหลังเลือกตั้งว่า จะทำให้ประเทศดีขึ้น เพราะคนไทยต้องการเห็นประเทศเปลี่ยนแปลง เห็นปฎิรูปในทุกด้าน ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การบริหารของ ทหารที่ไม่มีความเชี่ยวชาญการบริหารประเทศ

ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ตั้งแต่มีคำสั่ง คสช.ฉบับ 16/2561 ออกมาแต่ก็ยังมั่นใจว่า กำหนดเวลาเลือกตั้งจะเดินหน้าต่อไป เพราะคำสั่งได้คุ้มครองคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.)ให้ขยายเวลาแบ่งเขตเลือกตั้งไปถึงวันที่ 11 ธ.ค.2561 ถึงแม้จะมีบางพรรคมีปัญหาก็เป็นเรื่องปกติ แต่ขณะนี้พรรคใหญ่ๆ พร้อมหมดแล้ว

นอกจากนี้ จากคำสั่ง คสช.ฉบับล่าสุดที่ออกมาได้ยืดเวลาให้ กกต.รับฟังความคิดเห็นเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ เพื่อไม่ให้มีการฟ้องร้องกลับมา มองได้ว่าคำสั่งฉบับนี้ทุกอย่างมีแต่เรื่องดี แต่เป็นเคราะห์ กรรมของ คสช.ที่กลับถูกมองว่าเป็นปัญหา ทั้งนี้ เชื่อว่าหลังเลือกตั้งประเทศจะดีขึ้น สังคมจะมีความสงบเรียบร้อย แต่ถ้าจะวุ่นวายขอให้ไปอยู่ในสภา




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ