พบแล้วระเบิด7ลูกใต้สะพานธนะรัชต์ ยังไร้แผนเก็บกู้

ผู้ว่าฯราชบุรี แถลงฉบับที่ 4 ยันพบระเบิดจำนวน 7 ลูกในแม่น้ำแม่กลองด้านใต้สะพานธนะรัชต์ ยังไม่มีแผนการเก็บกู้ ขอประชาชนอย่าตกใจ

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.50 น. นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การเก็บกู้ เคลื่อนย้าย และทำลายวัตถุระเบิดในแม่น้ำแม่กลอง ได้ออกคำแถลงการณ์ฉบับที่ 4 เรื่อง การปฏิบัติงานการเก็บกู้วัตถุระเบิดในแม่น้ำแม่กลองด้านใต้สะพานธนะรัชต์ (ฉบับที่ 4) ใจความว่า

“ตามที่หน่วยประดาน้ำและถอดทำลายอมภัณฑ์ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ได้ลงสำรวจพื้นที่ใต้ได้บริเวณสะพานธนะรัชต์และสะพานจุฬาลงกรณ์ เพื่อเก็บข้อมูลและตำแหน่งของวัตถุระเบิด เพื่อใช้ประกอบการวางแผนเก็บกู้วัตถุระเบิด ระหว่างวันที่ 28 พฤษจิกายน – 4 ธันวาคม 2561 นั้น ศูนย์บัญชาการณ์เก็บกู้ เคลื่อนย้าย และทำลายวัตถุระเบิดในแม่น้ำแม่กลองสรุปผลการปฏิบัติงานในวันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนี้ ชุดสำรวจและค้นหาดำเนินการใช้เครื่องมือ SIDE SCAN SONAR, ECHO SOUNDER, Navieator sonar, Mine detector, เครื่องวัดความลึก เครื่องระบุตำแหน่งวัตถุใต้น้ำ และใช้นักประดาน้ำสำรวจบริเวณตอม่อพื้นที่ใต้สะพานจุฬาลงกรณ์และสะพานธนะรัชต์ทั้งหมด ไม่พบวัตถุระเบิดเพิ่มเติม ยังคงเหลือพื้นที่อีก 4 โซน คือบริเวณ โซนที่ 5 ถึงโซนที่ 8 ซึ่งเป็นบริเวณแม่น้ำแม่กลองฝั่งตลาด และฝั่งกรมการทหารช่าง จะดำเนินการสำรวจในวันต่อไป หรือ วันนี้ (3 ธ.ค.61) สรุปผลการสำรวจและค้นหาวัตถุระเบิด ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2561 พบระเบิดอากาศจำนวน 7 ลูก ทั้งนี้ หากมีกำหนดการเก็บกู้วัตถุระเบิดจะมีการประกาศแจ้งเตือนให้ทราบล่วงหน้า ขอให้รับฟังข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น กรุณางดเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลือนอันอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่สาธารณชน ประกาศ ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ผู้บัญชาการเหตุการณ์

ผู้ว่าฯ ราชบุรี กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 5 วันของการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หน่วยประดาน้ำและถอดอมภัณฑ์ กรมสรรพวุธทหารเรือ ได้นำเครื่องมือที่ทันสมัยที่ของกองทัพเรือเพื่อนำมาใช้ในงานปฏิติการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ เพื่อความแม่นยำในการสำรวจและบันทึกภาพภายใต้น้ำ และการค้นหาระบุตำแหน่งที่ชัดเจนของวัตถุระเบิด อาทิ SIDE SCAN SONAR เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของ Digital•Side scan Sonarสามารถสนับสนุนข้อมูลพื้นน้ำที่ชัดเจนที่ได้จากระบบการทำงานของเสียง ใช้สำรวจและตรวจสอบสภาพน้ำ เช่น คุณภาพของน้ำ การไหลของน้ำ เป็นต้น, ECHO SOUNDER ใช้ในการกำหนดความลึกของน้ำโดยการส่งคลื่นเสียงลงสู่น้ำ ช่วงเวลาระหว่างการปล่อยและการกลับมาของชีพจรจะถูกบันทึกไว้ซึ่งจะใช้เพื่อกำหนดความลึกของน้ำพร้อมกับความเร็วของเสียงในน้ำในเวลานั้น , Navigation sonar เป็นระบบการหาตำแหน่งวัตถุใต้น้ำโดยการส่งคลื่นเสียงและรับเสียงสะท้อน, Mine detector เครื่องตรวจจับโลหะ เครื่องตรวจจับสิ่งแปลกปลอม และเครื่องวัดความลึก เครื่องระบุตำแหน่งวัตถุใต้น้ำ ซึ่งทำให้ หน่วยประดาน้ำและถอดอมภัณฑ์ กรมสรรพวุธทหารเรือ สามารถค้นพบวัตถุระเบิด ได้ในเบื้องต้นจำนวน 7 ลูก

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ได้ออกคำแถลงการณ์ เมื่อเวลา 10.36 น. ของวันที่ 2 ธันวาคม 2561 ได้ระบุข้อความว่า ทางจังหวัดได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญของกองทัพ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการสำรวจวัตถุระเบิดตกค้างจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณใต้สะพานจุฬาลงกรณ์ในลำน้ำแม่กลองว่า จากการตรวจสอบวัตถุระเบิด 3 ลูกแรกที่ดำสำรวจพบเมื่อ วันที่ 30 พ.ย. เป็นระเบิดของอังกฤษ ส่วนอีก 4 ลูกที่ดำสำรวจพบ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่าเป็นของปรเทศใด

ซึ่งจากข้อมูลที่ออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อก่อนหน้านี้ว่า เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 แถบเอเชียก็เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา โดยเช้าวันที่ 8 ธ.ค. พ.ศ.2484 กองทัพญี่ปุ่นซึ่งเป็นฝ่ายอักษะ ได้ยกพลขึ้นบกที่ฝั่งทะเล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อใช้ไทยเป็นทางผ่าน เข้ายึดประเทศพม่า ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ฝ่ายสัมพันธมิตร ศัตรูของญี่ปุ่น โดยที่กองทัพญี่ปุ่นได้เคลื่อนพลจากนครศรีธรรมราช ผ่านสุราษฎร์ธานี–ชุมพร–ประจวบคีรีขันธ์–เพชรบุรี-ราชบุรี สู่กาญจนบุรี ซึ่งที่กาญจนบุรี กองทัพญี่ปุ่นต้องเกณฑ์เชลยศึกมาสร้างสะพาน เพื่อยกพลทางรถไฟเข้าสู่พม่า ทำให้เกิดตำนาน “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” มีเชลยศึกล้มตายจำนวนมาก

จนเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2488 เครื่องบินของฝ่ายสัมพันธมิตรได้บินมาทิ้งระเบิดในเขตชุมชนเมืองราชบุรี โดยในย่านสะพานดำนี้ไปจนถึงจวนผู้ว่าราชการจังหวัดและวัดสัตตนารถปริวัตร ถูกทหารญี่ปุ่นใช้เป็นที่ตั้งค่ายพักแรม โดยคนเก่าแก่ที่รู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าให้ฟังว่า ระเบิดที่สัมพันธมิตรมีทั้งแบบตั้งเวลาและแบบกระทบแตก ซึ่งระเบิดลูกแรกได้เกิดระเบิดขึ้นในเวลาเที่ยงคืน หลวงนิคมคณารักษ์ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีขณะนั้นได้ออกมาตรวจพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้การสงเคราะห์ชาวบ้านที่เป็นผู้ประสบภัยทางอากาศ จึงเสียชีวิตคาที่ทันที จากนั้นระเบิดแบบหน่วงเวลาลูกต่างๆ ก็ทยอยระเบิดอยู่ร่วมครึ่งวัน จากนั้นเครื่องบินได้มาทิ้งระเบิดที่บริเวณนี้อีกถึง 7 ครั้ง ในการทิ้งครั้งสุดท้ายใช้โซ่ผูกระเบิดเป็นพวง แล้วทิ้งลงมาคร่อมสะพานรถไฟและตั้งเวลาให้ระเบิดพร้อมกันในเวลาบ่ายแก่ๆ หลังจากนั้นสะพานจุฬาลงกรณ์ได้ขาดสะบั้นใช้การไม่ได้ กองทัพญี่ปุ่นต้องซ่อมแซมสะพานเป็นการด่วน ครั้นถึงต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488 สะพานชั่วคราวก็ซ่อมเสร็จ ทหารญี่ปุ่นได้นำหัวรถจักรไอน้ำมาทดลองวิ่งข้ามสะพาน แต่ก็วิ่งไปแค่เลยกึ่งกลางสะพานไปไม่มากนัก สะพานก็พลันหักสะบั้นลง ทำให้หัวรถจักรตกลงไปฝังดินเลนอยู่ข้างใต้สะพานจุฬาลงกรณ์จวบจนทุกวันนี้

ทางด้านนายวีรัส ประเศรษโฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะ กล่าวว่า หลังจากฝ่ายสำรวจ EOD จากกองทัพเรือและทหารอากาศที่มีองความรู้เรื่องระเบิด ได้ลงแบ่งพื้นที่ กำหนดจุดลอยทุ่นขึ้นมาแบ่งเป็นโซนอันตราย โดยการแบ่งออกเป็น 8 โซน ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.61 จนถึงวันนี้ ทางผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็ได้มีการออกมาประกาศแล้วว่าพบวัตถุระเบิด 3 ลูกเป็นอย่างน้อยและก็ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่าการพบระเบิดเพิ่มเติมอีกแต่ต้องขอพิสูจน์ในรายละเอียด อย่างน้อยต้องมีสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เมื่อสำรวจครบ 7 วัน ตามที่เราวางแผน ก็จะเว้นช่วงเพื่อมา วิเคราะห์พื้นที่ วิเคราะห์ว่าเป็นระเบิดชนิดไหน เพราะเดิมเราคิดว่าอาจจะเป็นของประเทศเดียว ผู้ชำนาญการระบุว่าอาจจะเป็นระเบิดจากฝ่ายสัมพันธมิตรหลายฝ่าย เพราะระเบิดมีความยาวที่ต่างกันแต่รายละเอียดต้องรอให้ทางผู้บัญชาการเหตการณ์เป็นผู้ประกาศให้ทราบเป็นรายวัน จึงอยากให้ประชาชนติดตามสถานการณ์เป็นรายวัน ทางผู้อำนวยการบัญชาการเหตุการณ์จะประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยทุกวันในช่วงเย็น จะได้สื่อกันตรงทุกสื่อ และสามารถสอบถามได้ทุกอย่างเรายินดีให้ข้อมูล ตอนนี้ยังยืนยันว่าทุกอย่างยังอยู่ใต้น้ำอย่างปกติ ระเบิดเขาก็นอนอย่างสงบเรียบร้อย ภาพเบื้องต้นที่ทาง หน่วยประดาน้ำและถอดอมภัณฑ์ กรมสรรพวุธทหารเรือ ถ่ายขึ้นมาให้ดู แต่เราไม่สามารถเผยแพร่ให้ดูได้ตอนนี้เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตะหนก ซึ่งการกู้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพ EOD 3 เหล่าทัพ และตำรวจ ถ้าหากจำเป็นที่เราไม่รู้ที่มาที่ไปเราก็จะขอความรู้จากสมาคมที่มีความรู้ในเรื่องนี้ จะร่วมมือในการดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำการเก็บกู้ได้หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมวันสำคัญ คือ วันที่ 9 ธันวาคมไปแล้วจากนั้นจะเริ่มวางแผน 1 สัปดาห์ และทำเวิร์กช๊อป 2 อาทิตย์ ว่าถ้านำขึ้นมาแล้วจะเอาไว้ตรงไหน สมมุติเหคุการณ์ว่าถ้าวันนี้มี 5 ลูก จะระเบิดรายวันอย่างไร เอาไปทำลายตรงไหน ถ้าทำลายไม่ได้จะเก็บอย่างไรให้ปลอดภัย และ 2 ถ้าหากในการดำเนินการในช่วงนั้น ถ้าจำเป็นก็จะมีการขอร้องประชาชนประชาสัมพันธ์ให้ทราบ อาจจะต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย คนเจ็บบางส่วนไปไว้ในที่ปลอดภัย ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่รบกวนวิถีชีวิตประจำวัน จะปฏิบัติการในชั่วโมง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าไม่ชัวร์เพื่อความปลอดภัยก็จะมีประกาศขอความร่วมมือ อาจจะเคลื่อนย้ายประชาชนบางส่วน เพื่อให้ปลอด ซึ่งเราจะแจ้งข่าวสารทุกวัน ถึงจะไม่เจออะไรก็ต้องประกาศให้ทราบถึงสถานการณ์

นายวีรัส กล่าวอีกว่า ถามถึงการณ์ปฏิบัติหน้าที่ว่าได้รับบาดเจ็บบ้างหรือ ไม่ เรื่องนี้เป็นปกติของการลงไปปฏิบัติหน้าที่ในน้ำ พอเจ้าหน้าที่ลงไปอยู่ในน้ำนานก็จะมีการรัดให้เกิดบาดแผล มีอาการคัดจากน้ำ เป็นเรื่องปกติเพราะถังก๊าสช่วยหายใจมีความหนัก ซึ่งเรามาเจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลตลอด รวมไปถึงอาหารการกินของเจ้าหน้าที่ทางบริษัทเขาดูแลตลอด สนับสนุนเต็มที่ ส่วนการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปปฏิบัติงานในน้ำ 1 ชุด จะลงได้ไม่เกิน 1 ชม. ก็จะสลับไป ชุดหนึ่ง 3 คน วันหนึ่งทำงาน 6 ชม. จะอยู่ที่ 18 นาย เพราะเจ้าหน้าที่จะทำงานตลอดไม่ได้เพราะปัจจัยหลายๆอย่าง อาทิ ก๊าชช่วยหายใจ การถนอมร่างกาย และชุดที่ใส่จะเกิดการรัดจนได้รับบาดเจ็บ เราจะถนอมความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคนเพราะเป็นบุคลากรที่มีคุณค่า และทางจังหวัดต้องขอบคุณทางทหารเรือ ที่ส่งเครื่องมือที่ทันสมัยมาปฏิบัติหน้าที่ ส่วนทหารช่างส่งเรือที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด และ การสนับเครื่องมือพิสูจน์ทราบต่างๆ ที่มีความทันสมัย และกล้องบันทึกภาพใต้น้ำที่สามารถบันทึกความคมชัด สามารถใช้ประโยชน์ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนอย่างเต็มที่

นายวีรัส กล่าวต่อว่า จากสภาพระเบิดที่มีการถ่ายขึ้นมา สภาพของระเบิดยังไม่น่ากังวนยังคงมีสภาพเหมือนเมื่อ 70 ปีที่แล้วที่ประชาชนเคยเห็น เจ้านหน้าที่รายงานว่ามีสภาพตามที่ชาวบ้านที่พบเห็นรายงานเข้าก้นอนสงบเงียบอยู่ในแม่น้ำแต่มันอยู่ในบริเวณแนวการก่อสร้างสะพานรถไฟถ้าเราไม่เอาขึ้นอันตราย สภาพที่เห็นจากภาพจะเป็นท่านอนจมทรายนิดหน่อย เจ้าหน้าที่เขามีเทคนิคของเขา เช่น จะทำให้ลอยขึ้นมาได้ เท่าที่ตนเองถามเจ้าหน้าที่ว่าจะทำอย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่ามีเทคนิคทางวิชาการ เรื่องนี้ต้องให้ทางมืออาชีพได้ปฏิบัติการ แต่ไม่ต้องกังวล ทางผู้บัญชาการเหตุการณ์จะรายงานให้ทราบเป็นระยะอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดีวันนี้ตนจะได้เข้าร่วมประชุมเพื่อประเมินและติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติงาน และจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ