อนุทิน ชาญวีรกูล : “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน จะนำไปสู่การแก้ปัญหาปากท้อง”

เปิดใจ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ชี้แก่นนโยบายพรรคภูมิใจไทย “ลดอำนาจรัฐ-เพิ่มอำนาจประชาชน” จะนำไปสู่การแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ชู เศรษฐกิจแบ่งปันแก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ ลุยปรับโครงสร้างหนี้ “กยศ.” 4 ล้านคน กระจายลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไปต่างจังหวัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ไบรท์ทีวีออนไลน์” ว่า นโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย คือ “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน” ซึ่งหากทำ 2 เรื่องนี้สำเร็จ จะแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้ รวมทั้งแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในสังคมไทยได้ด้วย ในขณะที่การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจแบ่งปัน” จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

นายอนุทิน อธิบายว่า การลดอำนาจรัฐ คือ การลดความไม่สะดวกต่างๆ โดยเฉพาะความไม่สะดวกในการทำมาหากินของประชาชนที่เกิดจากข้อกฎหมาย

“ยกตัวอย่างโฮมสเตย์ ใหม่ๆก็สนับสนุนกันดี แต่วันดีคืนดีมาบอกว่าไม่มีใบอนุญาตโรงแรม แล้วก็ไปจัดการเขา เอากฎหมายไปใส่เขา ทั้งๆที่เขาก็ทำมาหากิน ซึ่งเราจะต้องปรับกฎหมาย ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกอย่างเต็มที่ในการที่จะทำอะไรต่างๆ เช่น การค้าขาย สิทธิในการรับการบริการภาครัฐ และการนำทรัพย์สินของตัวเองมาเพิ่มรายได้ ซึ่งตอนนี้มันติดข้อกฎหมายบางอย่าง เราต้องไปแก้”นายอนุทินกล่าว

ขณะเดียวกัน การลดอำนาจรัฐ คือ การตัดอำนาจการใช้ดุลพินิจออกจากระบบราชการด้วย เพราะการใช้ดุลพินิจเป็นต้นเหตุของคอร์รัปชั่น

“หากไม่มีการใช้ดุลพินิจเมื่อไหร่ ก็ไม่มีคอร์รัปชั่น ไม่ใช่ว่าพอใครจะเข้ามาประมูลงานอะไร ก็เขียนสเป็กไปล็อคกันเป๊ะๆๆ อยากจะฟันราคาเท่าไหร่ก็ฟันกันไป หรือใครที่เขามาลงทุน แล้วอยากขอต่อใบ รง. 4 ก็ขอยากขอเย็น ดังนั้น การใช้ดุลพินิจจะต้องไม่มี และให้ใช้ระบบเช็กลิสต์แทน ถ้าผ่านก็คือผ่าน ไม่ผ่านคือไม่ได้”นายอนุทินกล่าว

นอกจากนี้ การลดอำนาจรัฐ ยังรวมถึงการไม่ให้ใช้อำนาจรัฐไปขึ้นราคาสินค้าเกษตร เช่น นโยบายจำนำข้าวทุกเม็ด ไม่มีข้อกัด และที่ราคาสูง อย่างนี้ต้องไม่ทำ เพราะกระทบต่อฐานะการเงินการคลังของประเทศ เป็นประชานิยมที่มากเกินไป และหากว่ากันจริงๆแล้ว เงินทั้งหมดไม่ได้ลงไปถึงชาวนา แต่ไปกองอยู่ที่นายทุน พ่อค้า เจ้าของโรงสี ยี่ปั๊ว และคนกลาง ส่วนคนที่ควรจะได้จริงๆไม่ได้

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนการเพิ่มอำนาจประชาชนนั้น หลักคิด คือ หากประชาชนต้องการทำอะไร ก็จะได้ทำ ตราบเท่าที่ยังอยู่ในความถูกต้อง ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และสามารถทำมาหากินจุนเจือเลี้ยงชีพได้อย่างอิสระ

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับแนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปัน (sharing economy) คือ การใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น เรื่องการศึกษาออนไลน์ ต้องนำระบบแบ่งปันมาใช้ หรือกรณีราคาปาล์มตกต่ำก็เช่นกัน ก็ออกนโยบายให้เอาน้ำมันปาล์มมาเผาผลิตไฟฟ้า เพราะโรงไฟฟ้าก็ใช้น้ำมันปาล์มได้เหมือนกัน แล้วจะต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศมาทำไม

นอกจากนี้ นโยบายเศรษฐกิจแบ่งปัน ยังรวมถึงการนำระบบแบ่งปันผลกำไร (profit sharing) มาใช้ในการบริการจัดการราคาสินค้าเกษตรด้วย ซึ่งจะแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำได้

“เรื่องราคาสินค้าเกษตรทุกตัว เราจะทำเหมือนอ้อยกับน้ำตาล คือ ให้ทุกคนมาช่วยกันกำหนดราคา ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนเกษตรกร ชาวนา และชาวไร่ ให้เข้ามาอยู่ในคณะกรรมการฯ แล้วกำหนดราคา โดยจะอ้างอิงจากราคาตลาดโลก และเป็นราคาที่เขายังชีพได้ ซึ่งรูปแบบอยู่แล้วเหมือนกับกองทุนอ้อยและน้ำตาล แต่ที่ทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะพ่อค้าคนกลางเสียประโยชน์”นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน ยังยกตัวอย่างนโยบายอื่นๆที่พรรคภูมิใจไทยจะทำหากได้เป็นรัฐบาล เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ให้กับผู้ที่กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่มีมากถึง 4-5 ล้านคน

“เรื่องกยศ. เราไม่มีคำว่าลดหนี้ ไม่พักหนี้ แต่เราจะปรับโครงสร้างหนี้ โดยยืดเวลาชำระหนี้กยศ. และอาจจะไม่มีดอกเบี้ยก็ได้ เพราะเราถือว่าเขาได้จ่ายเงินเข้ารัฐในรูปภาษีเงินได้แล้ว ซึ่งเงินตรงนี้ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเงินดอกเบี้ยที่ชำระหนี้ ส่วนผู้ค้ำประกันเราจะยกเลิก ไม่ต้องมี เพราะถือว่าเราลงทุนในเยาวชน ลงทุนในการศึกษา หากทำได้ผู้ค้ำประกันหลายล้านคนจะปลอดภาระหนี้”นายอนุทินกล่าว

ส่วนนโยบายเกี่ยวกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนั้น พรรคภูมิใจไทยจะเน้นกระจายการลงทุนไปยังต่างจังหวัด แทนที่จะลงทุนแบบกระจุกตัวในกรุงเทพเหมือนทุกวันนี้

“อย่างรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ทำแทบจะไม่ได้อยู่แล้ว แต่ยังจะอัดมาอีก 3-4 สาย จนรถติดไปทั่ว ทำไมไม่กระจายงบไปต่างจังหวัด ทำไมไม่ผันงบไปสร้างมอเตอร์เวย์ ตอนนี้ทำถึงโคราชแล้ว ต่อไปถึงขอนแก่นได้ไหม มอเตอร์เวย์ทางตะวันออกตอนนี้ถึงบางปะกง ต่อไปถึงมาบตาพุดได้ไหม ดีกว่ามาสร้างอะไรเยอะแยะแบบนี้ รอให้ปัญหาจราจรในกรุงเทพทุเลาลงก่อน อีก 10 ปี ค่อยสร้างรถไฟฟ้าก็ได้”

นอกจากนี้ การลงทุนโครงการต่างๆ จะเน้นลงทุนโครงการที่มีการใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตได้ในประเทศให้มากที่สุด

“การลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน จะนำไปสู่การแก้ปัญหาปากท้อง ส่วนเรื่องคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องไม่มี”นายอนุทินย้ำตอนท้าย




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ