“ธีระเกียรติ” ยันปม “หุ้น-นาฬิกา” คนละเรื่อง

“หมอธี” ฉุนโดนแซะสปิริตไม่ลาออก ! โต้แยกประเด็นถือหุ้น-นาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม” ยันรอฟังคำศาลตัดสิน 

15ม.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติเห็นว่าการถือครองหุ้นของทั้ง 4 รัฐมนตรี ประกอบด้วย 1.นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2.ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 3.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 4.นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถือครองหุ้นสัมปทานของรัฐ เข้าข่ายกระทำการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 186 ประกอบมาตรา 184 วรรคหนึ่ง(2) มาตรา 170 วรรคหนึ่ง(5) และเห็นควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 โดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องยืนยันจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรอผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น จนเกิดกระแสข่าวที่ก่อนหน้านี้ ที่นพ.ธีระเกียรติเคยให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยที่ประเทศอังกฤษเกี่ยวกับกรณีนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหมว่าถ้าเป็นตนเองถูกเปิดโปง นาฬิกาตั้งแต่เรือนแรก จะลาออกแล้วนั้น

ล่าสุด นพ.ธีระเกียรติ ชี้แจงว่า กรณีของตนเป็นเรื่องคุณสมบัติการรับตำแหน่ง ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนั้นอยากให้ผู้ที่วิจารณ์ไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2553 ที่เคยวินิจฉัยไว้ว่าการถือหุ้นก่อนที่เข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่อยู่ในข่ายต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ขอยืนยันกรณีนี้ไม่ใช่การแสดงสปิริตหรือไม่แสดงสปิริต แต่เป็นเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของตน สิ่งที่ให้ตรวจสอบดีกว่าที่ตนวิ่งไปลาออก และการลาออกในรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องตัดสินว่าถูกหรือผิดอยู่ดี

“ผมขอถามว่าลาออกเพื่อใคร ไม่มีใครได้ประโยชน์ ขอความกรุณาอย่าสับสน ก่อนจะพูดอะไร ขอให้ดูให้ดีกว่า เรื่องหุ้น ถูกร้องเรียนหลังกรณีนาฬิกาของพล.อ.ประวิตร ไม่นาน ผมก็พูดชัดเจนแต่แรกว่า ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าผมจะลาออก ก็ลาออกตอนนั้นคงดีกว่า”นพ.ธีระเกียรติ ระบุ




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ