พ่อ-แม่เด็กเทคโนฯบางกะปีรับศพ ลั่นปืนไม่ใช่ของลูก

เทคโน บางกะปิ

พันจ่าอากาศเอกพ่อเด็กเทคโนโลยีบางกะปี เดินหน้าขอความเป็นธรรมกรณีโดนตำรวจนอกเครื่องแบบยิงดับ ยืนยันปืนไม่ใช่ของลูกและไม่เกี่ยวข้องยาเสพติด

11 ก.พ. 2562 ความคืบหน้ากรณกลุ่มนักศึกษาเทคโนโลยีบางกะปีปิดล้อมผู้ชายเสื้อสีแดง พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปจับกุมตัว นอกจากนี้ชายคนดังกล่าวชักปืนออกมาป้องกันตัว (อ่านข่าว : นาที!!กลุ่มเด็กเทคโนฯ ปิดล้อม ตร.นอกเครื่องแบบ)

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ พร้อมด้วยนางเจียมใจ บุญรัตน์ พ่อและแม่ ของนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีบางกะปี ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ยิงเสียชีวิต จากการเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคู่อริต่างสถาบัน หลังจากกลับจากงานเลี้ยงของสถาบันฯ โดย พ.อ.อ.นภัสกร ยืนยันว่าอาวุธปืนที่พบกับบุตรชายของตนไม่ใช่ปืนของตนเอง ยอมรับว่าปืนของตนเองยังมีอยู่และไม่เคยปล่อยให้ลูกชายนำไปพกพาแต่อย่างใด

พ.อ.อ.นภัสกร กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี เพื่อขอเอกสารในการไปรับศพบุตรชาย ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ในบ่ายวันนี้เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดลาดบัวขาว ในขณะเดียวกันจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เกิดเหตุเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย ซึ่งหากผิดก็ต้องว่าไปตามผิดตนเองยอมรับได้แต่ต้องขอความชัดเจน ในการกระทำของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ พร้อมเผยปกติลูกชายก็มีเรื่องตามประสาของนักเรียนช่างที่เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่เคยมีปัญหาในเรื่องยาเสพติด ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาตนเองยังไม่ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่พลตำรวจตรีสมนึก น้อยคง ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล3 ระบุว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความชัดเจนพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ยังจุดเกิดเหตุ ถนนร่มเกล้าพบนางสมหมาย แม่บ้านซึ่งทำความสะอาดตรงจุดเกิดเหตุว่าช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เก็บกวาดก้อนหินและเศษขวดจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเล่าเหตุการณ์ระทึกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีเหตุไล่ยิงกันและมีเสียงปืนดังกว่า 10 นัดทำให้ต้องมอบลงกับพื้นเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอันตรายจนมาทราบข่าวในช่วงเช้าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ