“ภท.” เร่งนโยบายปลูกกัญชาเสรี

“เศรษฐพงค์” ปลื้มนโยบายปลูกกัญชาเสรี กระแสตอบรับดี มั่นใจปั้นเป็นสายพันธุ์เบอร์ 1 ของโลก ช่วยลดคนจน สร้างรายได้บ้านละ 4.2 แสนต่อปี

12 ก.พ.62-พอ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวว่า สาเหตุที่ทั่วประเทศเห็นป้ายนโยบายการปลูกกัญชาเสรีของพรรคนั้น ถือว่ามีกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในหลายด้าน แต่กระแสการตอบรับเรื่องการปลูกกัญชาเสรี เป็นเรื่องหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ เกษตรกร ประชาชนทั่วไปชื่นชอบ เพราะสามารถสร้างรายได้ให้คนทั้งประเทศได้และยังสามารถเพาะปลูกในที่พักอาศัยได้ ซึ่งการติดป้ายประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ เพราะมองเห็นว่าการปลูกกัญชาเสรี ต้องการให้เป็นพืชเศรษฐกิจ เพราะเรายึด แคลิฟอร์เนียโมเดล ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้ ต่อปีมากถึง 1.9 ล้านล้านบาท ในอนาคตจะมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 4.6 ล้านล้านบาท ดังนั้นจะไม่ปิดกั้นโอกาสที่คนไทยมีรายได้ โดยพรรคภูมิใจไทยผลักดันนโยบายให้กัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ ยังระบุอีกว่า ทั้งนี้ เมื่อภูมิใจไทยเป็น รัฐบาลจะเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดปี 2522 ปลดล็อคให้ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกกัญชาได้เสรี โดย ขอย้ำว่าคนที่ปลูกกัญชาได้ต้องขึ้นทะเบียนกับทางรัฐบาลให้ถูกต้อง โดยแต่ละบ้านสามารถปลูกได้เพียง 6 ต้น เสียภาษีให้รัฐ ต้นละ 30 บาท ซึ่งรัฐบาลจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันกัญชา 1 ต้น ออกดอกได้ 1 กิโลกรัม 1 กิโลกรัม มีมูลค่า 70,000 บาท และ 1 บ้าน มี 6 ต้น สามารถ สร้างรายได้ต่อปีคือ 420,000 บาท ดังนั้นแนวคิดนี้พรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่า ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีรายได้ ตัดขาดการผูกขาดกับนายทุน เพราะเศรษฐกิจจะดีขึ้น ประชาชนต้องได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เพียงแค่เปิดโอกาสคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งรายได้ ต่อปีคือ 420,000 บาท รายได้เพิ่มขึ้นคนจนลดลง ไม่ต้องรอเงินจากบัตรทุกชนิด

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ ยังกล่าวถึงการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุถึงความเห็นการลงพื้นพื้นที่ ครม.สัญจรทุกสัปดาห์ของพรรคภูมิใจไทย หากได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางพรรคให้ความเห็นจริง แต่ซึ่งหากเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะลงแบบเปะปะได้ การให้ความเห็นนี้ไม่ใช่การตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งต้องขอบคุณที่ให้ความเห็นในฐานะผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่มีประสบการณ์ แต่การจะลงพื้นที่ใดต้องมีคณะทำงาน การกลั่นกรองในปัญหาที่สะสมยาวนาน การลงไปในจังหวัดต่างๆ ต้องไปเพื่อคลายความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก การลงแบบใกล้ชิดประชาชนถือเป็นเรื่องที่ดี บางปัญหาต้องฟังเอง ไปให้เห็นกับตา จะไม่ต้องต้องจินตนาการเพื่อช่วยเหลือ




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ