“ศรีสุวรรณ” ร้องฟัน 9 พรรคหาเสียงประชานิยม

“ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต.อีก ! วอนเร่งสอบ 9 พรรคใหญ่ หาเสียงประชานิยม-ไร้ที่แหล่งเงิน เข้าข่ายผิดกฎหมายแน่

18 มี.ค.62-นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อให้ กกต.ตรวจสอบ 9 พรรคการเมือง ว่า ภายหลังเดินทางไปต่างจังหวัดที่ผ่านมาพบว่า หลายพรรคการเมืองได้นำเสนอนโยบายหาเสียงที่น่าจะขัดต่อพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะกฎหมายว่าด้วยการหาเสียงระบุชัดเจนว่า พรรคการเมืองใดที่จะนำเสนอนโยบายหาเสียงที่ใช้เงิน ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบว่า จะนำเงินมาจากแหล่งใด และเมื่อดำเนินนโยบายนั้นไปแล้ว ต้องประเมินด้วยว่ามีผลตามมาอย่างไร เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ขณะนี้หลายพรรคการเมืองที่นำเสนอนโยบายทุกช่องทางการหาเสียงนั้น ไม่ได้แจ้งแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ผลักดันนโยบายด้วย ดังนั้นหากพรรคการเมืองไม่ดำเนินการจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จนอาจนำไปสู่การเลือกตั้งที่โมฆะได้

นายศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พรป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ในมาตรา 57 วรรค 2 นั้นได้ให้อำนาจกกต.สั่งให้พรรคการเมืองที่นำเสนอนโยบายเพื่อแจ้งกกต.ให้ถูกต้อง ตามระยะเวลาที่กำหนด จึงขอให้กกต.รีบแจ้งให้พรรคการเมือง ประกอบด้วย 1.พรรคเพื่อไทย 2.พรรคพลังประชารัฐ 3.พรรคประชาธิปัตย์ 4.พรรคภูมิใจไทย 5. พรรคชาติพัฒนา 6.พรรคชาติไทยพัฒนา 7.พรรคอนาคตใหม่ 8.พรรคประชาชาติ และ 9.พรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งได้ทำนโยบายเกี่ยวข้องกับการใช้เงิน โดยเป็นนโยบายประชานิยม อาทิ การขึ้นค่าแรง 400-425 บาท จ่ายเงินเดือนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การเรียนฟรี เป็นต้น ดังนั้นขอให้ กกต.ดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว 

“ผมคงไม่ยอมแน่ ถ้าปล่อยให้พรรคการเมืองดำเนินการหาเสียงโดยใช้นโนบายแจกเงินกันแบบมโหฬารอย่างนี้ ถ้า กกต.ไม่ดำเนินการจะนำความไปฟ้องต่อศาล หรือแจ้งความดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้”นายศรีสุวรรณ กล่าว

นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณยังได้ทำหนังสือสอบถาม กกต. กรณีการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า มีการเกณฑ์ประชาชนไปต้อนรับการลงพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ในหลายจังหวัด ว่าเข้าข่ายใช้ประโยชน์ของส่วนราชการท้องถิ่นแอบแฝงการหาเสียงทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่ามีความผิดมาตรา 78 พรบ.ว่าด้วยการหาเสียงหรือไม่ จึงขอให้ กกต. ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ซึ่งการหาเสียง ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง แม้ว่าพลเอกประยุทธ์ จะอยู่ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐก็ตาม




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ