กทม.ตั้งเป้าย้าย “สายสื่อสาร” ยาว 2,450 กม. ลงใต้ดินเสร็จภายใน 2 ปี

กทม.ถก “กสทช.” เดินหน้าแผนนำ “สายสื่อสาร” ความยาวกว่า 2,450 กม.ในพื้นที่กรุงเทพฯ ลงใต้ดิน ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายใน 2 ปี เริ่ม พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประชุมร่วมกันในการดำเนินโครงการบริหารจัดการการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่ กทม. ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และดำเนินการแล้วเสร็จตามเป้าหมายภายใน 2 ปี

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า กทม.มีแผนนำสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯลงใต้ดิน ตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2556-2575) เพื่อทำให้เมืองมีทัศนียภาพสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รกรุงรัง โดยกทม.ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินโครงการ และให้ดำเนินการตามแผนบริหารจัดการฯ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติรับทราบไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับการนำสายสื่อสารลงใต้ดินนั้น กทม.ได้แยกออกจากแผนการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เนื่องจากปัญหาสายสื่อสารระโยงระยาง รกรุงรัง เป็นเรื่องเร่งด่วนและต้องดำเนินการทันที อีกทั้งลักษณะการวางท่อร้อยสายสื่อสารและสายไฟฟ้า มีความแตกต่างกัน โดยท่อร้อยสายสื่อสารจะอยู่ใต้ทางเท้าและมีความลึก 80 ซม. กว้างไม่เกิน 40 ซม. ในขณะที่ท่อร้อยสายไฟฟ้าต้องขุดใต้ผิวจราจรที่ระดับความลึกประมาณ 4 เมตร ซึ่งยุ่งยากกว่า

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า บริษัท กรุงเทพธนาคมฯ จะดำเนินการก่อสร้างเพื่อวางท่อร้อยสาย โดยนำเทคโนโลยีท่อร้อยสาย (Micro duct) จำนวนตั้งแต่ 14-21 ไมโครดัก ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน และเป็นมาตรฐานเดียวกับมหานครอื่นๆ ทั่วโลกมาใช้ในการดำเนินการบนถนนสายหลักและสายรองทั่วกรุงเทพฯ รวมระยะทางประมาณ 2,450 กิโลเมตร แบ่งการดำเนินการเป็น 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพตอนเหนือ กรุงเทพตะวันออก กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้

โดยจะมีการสำรวจและออกแบบโครงข่าย จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างและติดตั้งโครงข่ายในเดือนพ.ค.2562 ซึ่งคาดว่าจะนำสายสื่อสารลงใต้ดินแล้วเสร็จทั้งโครงการภายใน 2 ปี นอกจากนี้ ในอนาคตหากมีการขยายถนนเพิ่มเติม บริษัท กรุงเทพธนาคม จะดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายใต้ดินไปพร้อมๆกัน




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ