กรมชลฯลุยบริหารจัดการนำเชิงรุก หนุนน้ำดิบผลิตน้ำประปา 5 จังหวัดอีสาน

กรมชลฯเดินหน้าแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ส่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาใน 5 จังหวัดอีสาน เพียงพอตลอดฤดูแล้ง

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยได้มีการพิจารณาถึงมาตรการแก้ไขปัญหาและรับมือความเสี่ยงขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี 2561/62 ได้แก่ ด้านการอุปโภค-บริโภค ด้านการรักษาระบบนิเวศ ด้านการเกษตร และด้านการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน

โดยนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้กรมชลประทานประสานกับการประปาส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการบูรณาการแก้ไขปัญหาลดพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งให้ติดตามและเฝ้าระวังเรื่องการบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีปริมาณน้ำดิบเพียงพอสำหรับใช้ผลิตน้ำประปาตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ นั้น

ในส่วนของสำนักงานชลประทานที่ 6 ที่มีพื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัดอีสานกลาง ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และชัยภูมิ ได้มีการวางมาตรการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก โดยบูรณาการร่วมกับ ศูนย์ป้องการและบรรเทาสาธารณะภัยเขต 6 สำนักงานป้องการและบรรเทาสาธารณะภัย และการประปาส่วนภูมิภาค จำนวน 22 สาขา พบว่าปริมาณน้ำดิบที่ใช้สำหรับการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ดังกล่าว มีเพียงพอในการผลิตน้ำประปาตลอดช่วงฤดูแล้งนี้

อย่างไรก็ตาม มีเพียง 1 สาขาเท่านั้น ที่มีความเสี่ยงว่าปริมาณน้ำดิบจะมีไม่เพียงพอ คือ การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุวรรณภูมิ หน่วยบริการเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งกรมชลประทาน ได้สนับสนุนรถแบ็คโฮสำหรับขุดร่องชักน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง ทำการสูบน้ำมาเติมลงบริเวณด้านหน้าโรงสูบน้ำดิบหน่วยบริการเกษตรวิสัย โดยเริ่มดำเนินการสูบน้ำมาตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.2561 – 20 เม.ย.2562 รวมปริมาณน้ำกว่า 239,200 ลูกบาศก์เมตร

ในขณะที่ปริมาณน้ำดิบบริเวณด้านหน้าฝายเล้าขาว มีอยู่ประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับการใช้ผลิตน้ำประปาตลอดจนสิ้นสุดฤดูแล้งนี้

นายทวีศักดิ์ ยังกล่าวว่า กรมฯได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว พร้อมกันนี้ ได้ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ในอนาคต




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ