อดีตนักข่าวโวยถูกสามีตื้บหนัก ไล่ออกบ้าน-กีดกันไม่เจอหน้าลูก

อดีตผู้สื่อข่าว ร้องกองปราบขอความเป็นธรรมหลังสามีอาชีพนักข่าวทำร้ายร่างกายอย่างหนักกว่า 3 ปี ถูกไล่ออกจากบ้าน-กีดกันไม่ให้พบลูก

24 เม.ย. 2562 นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง กรรมการและเลขานุการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม พา นางสาวบุศราทิพย์ (สงวนนามสกุล) อดีตผู้สื่อข่าวช่องดัง เข้าร้องขอความเป็นธรรม ที่กองบังคับการปราบปราม หลังถูกสามี อดีตผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวภูมิภาค หนังสือพิมพ์ชื่อดัง ย่านถนนวิภาวดีรังสิต ทำร้ายร่างกายและจิตใจ มานานกว่า 3 ปี ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ ทั้งการพูดจาข่มขู่และกีดกันไม่ให้ตนเองพบหน้าสาวอายุ 1 ขวบ 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา และฝ่ายชายได้เปลี่ยนแม่กุญแจหน้าบ้าน และในวันดังกล่าวตนเองถูกสามีและแม่สามีทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ตนจึงไปแจ้งความที่ สน.บางกอกน้อย และวันนั้นตนได้กลับไปบ้านพร้อมตำรวจเพื่อขอพบหน้าลูกสาว แต่สามีก็ไม่ยินยอมและให้ตนไปฟ้องศาลแทน

นางสาวบุศราทิพย์ ระบุว่า ตนเองอยู่กินกับสามีมากว่า 3 ปี ก็ถูกสามีทำร้ายร่างกายและจิตใจมาโดยตลอดและครั้งหนักที่สุดคือตนถูกทำร้ายโดยสามี แม่สามีและเพื่อนบ้าน ตนถูกทำร้ายด้วยการมัดมือ มัดเท้า ด้วยสายรัดของยางยืดและพลาสติกพันสายไฟ ใช้ผ้านวมห่อคลุมตัว ตั้งแต่เวลา 09.00-13.30 น. ซึ่งตนได้แจ้งความไว้แล้ว แต่แม่สามีไกล่เกลี่ย และรับปากจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีก ตนจึงเชื่อ จึงไปถอนแจ้งความ แต่เมื่อกลับมาใช้ชีวิตด้วยกัน ก็ถูกสามีทำร้ายร่างกายอีกทำให้ตอนนี้ตนอยากที่จะให้ตำรวจช่วยดำเนินการและพาตนเองไปพบเจอลูกสาวและเข้าไปเอาเอกสารเสื้อผ้าภายในบ้านของสามี อีกทั้งก่อนหน้านี้ตนเคยไปขอความช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ ที่ช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด

กรรมการและเลขานุการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม ยังเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีกฎหมายคุ้มครองสตรีที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวบังคับใช้ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ทำหน้าที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือตามกฎหมาย จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ