น้ำมันดิบพุ่ง 1.8% หลังสหรัฐอาจเลื่อนขึ้นภาษีสินค้าเม็กซิโก-จับตาทรัมป์ขึ้นภาษีจีนรอบใหม่

สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่ม 1.8% ปิดที่ 52.59 เหรียญสหรัฐ หลังสหรัฐอาจเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก ขณะที่ Morgan Stanley หั่นคาดการณ์น้ำมันดิบเบรนท์เหลือ 65-70 เหรียญ

เมื่อคืนวันพฤหัส (6 มิ.ย.) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 52.59 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.91 เหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 1.8% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 61.67 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.04 เหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 1.7%

สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสื่อหลายสำนัก ซึ่งรวมถึงสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐอาจเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก โดยก่อนหน้านี้ คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกในอัตรา 5% ในวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย.นี้

อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันยังคงได้รับแรงกดดันจากสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากความตึงเครียดเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยจีนเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ของโลก ขณะที่ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า จะมีการตัดสินใจขึ้นภาษีสินค้าจากจีนรอบใหม่

นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันในปีนี้เหลือ 1 ล้านบาร์เรล/วัน จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน พร้อมทั้งปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เหลือ 65-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือลดลง 75-80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนแตะระดับสูงสุดของปีที่ระดับ 75 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร รวมถึงการที่สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันจากอิหร่านและเวเนซุเอลา ส่งผลให้อุปทานตึงตัว

ด้านบมจ.ไทยออยล์รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 7 มิ.ย. ว่า เมื่อคืนวานนี้ (6 มิ.ย.) ราคาน้ำมันมันดิบปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 หลังสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า สหรัฐต้องการเจรจากับเม็กซิโกมากขึ้น และอาจมีการเลื่อนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกออกไป

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันมันดิบโลกยังคงตึงตัว จากความร่วมมือของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในการปรับลดกำลังการผลิต ประกอบกับปริมาณน้ำมันดิบส่งออกจากอิหร่านและเวเนซุเอลาปรับลดจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ

ส่วนสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยืดเยื้อส่งผลกดดันต่อสภาพเศรษฐกิจโลก ล่าสุดนายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าราว 3 แสนเหรียญสหรัฐ ในปลายเดือนมิ.ย.2562 ตามเคยที่ได้ขู่จีนไว้

อย่างไรก็ตาม ตลาดกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันดิบจากสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังกำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐแตะระดับสูงสุดที่ 12.4 ล้านบาร์เรล/วัน




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ