นักศึกษาแจ้งความแฟนหนุ่มถูกชายฉกรรจ์อ้างเป็น ตชด. เตะจนกรามหัก-ยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่

น.ส.ณัฎชา อ่อนสา อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ พร้อมนายณรัฐชช์ ลิ้มศิริรัตน์ ทนายความ เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พ.ต.ต.ธนวัตร บุญมาก พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ หลังจาก นายภานุพงษ์ อุลิต แฟนหนุ่ม นักศึกษาระดับปริญญาโทมหาวิทยาลัยเดียวกัน และเป็นเจ้าหน้าที่ภายในเทศบาลแห่งหนึ่งที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ถูกชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ ตชด. ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ ซ.4 บ้านศรีสหกรณ์ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

น.ส.ณัฎชา เล่าว่า คืนเกิดเหตุตนเองพร้อมแฟนหนุ่มและเพื่อน ๆ ประมาณ 4-5 คน ไปนั่งกินสุรากันที่ร้านไม่มีชื่อ ตั้งอยู่หน้าเกสเฮ้าส์ บานเย็นวิลล่า ซ.4 บ้านศรีสหกรณ์ ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งแฟนหนุ่มพร้อมเพื่อนได้ออกมานอกร้านบริเวณลานจอดรถเพื่อยืนสูบบุหรี่และพูดคุยกัน ต่อมาได้มีรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับเข้ามาจอด ก่อนที่ชายคนขับรถจะเปิดกระจกตะโกนด่า นายภานุพงษ์ แฟนหนุ่มจนเกิดการโต้เถียงกัน จากนั้นชายคนดังกล่าวจึงเดินลงมาจากรถตรงเข้ามาผลักอกแฟนหนุ่มจนล้มลงก่อนจะใช้เท้ากระทืบซ้ำ เมื่อกลุ่มเพื่อนเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปช่วยเหลือ ก็ถูกผู้ก่อเหตุชักปืนยิงขึ้นฟ้า 5 นัด เพื่อข่มขู่ไม่ให้พวกตนเข้าไปช่วยเหลือ โดยชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุสวมเสื้อยืดกีฬาสีเลือดหมูอยู่ในสภาพมึนเมาด้วย

น.ส.ณัฎชา อ้างด้วยว่า ชายฉกรรจ์ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด ตชด. ยังถืออาวุธปืนจ่อมาทางตนเองและกลุ่มเพื่อนด้วยไม่ให้เข้าไปยุ่ง ก่อนจะลงมือทำร้ายโดยเตะ นายภาณุพงษ์ ต่ออีกหลายที จากนั้นก็เดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไปต่อหน้าประชาชนที่เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก

หลังเกิดเหตุ นายภานุพงษ์ ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลลานนา และถูกนำตัวเข้ารักษาที่ห้องไอซียู โดยแพทย์ลงความเห็นว่าได้รับบาดเจ็บกระดูกแก้มซ้ายหัก ฟันหน้าโยก ล่าสุดเพิ่งได้รับการผ่าตัดแล้วอยู่ระหว่างการพักฟื้น ขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุในคืนเดียวกันตนเองและกลุ่มเพื่อนได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.แม่โจ้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.ชัชวรินทร์ บุนนาค ผกก.สภ.แม่โจ้ กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่รับเป็นคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งต้องรอการลงความเห็นจากแพทย์ที่รักษาก่อนว่าอาการของผู้บาดเจ็บสาหัสหรือไม่อย่างไร ส่วนตัวผู้กระทำผิดเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสแล้วว่าเป็นใคร ขณะนี้กำลังประสานไปยังต้นสังกัดเพื่อนำตัวมาสอบสวน รวมทั้งสอบปากคำฝ่ายผู้เสียหายและกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์เพิ่มเติม เพื่อให้ความยุติธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย หากใครผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ