ภาค3 ยึด-อายัดทรัพย์สิน เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

ยึดทรัพย์ฯ เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ มูลค่า50ล้านบาท

ตำรวจภูธรภาค3 ยึดและอายัดทรัพย์สิน เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

ภาค3 ยึดเครือข่ายยาเสพติด มูลค่า50ล้าน

นครราชสีมาวันนี้ (26 เม.ย. 61) เวลา 10.30 น. ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พลตำรวจโท ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยพลตำรวจตรีบุญจันทร์ นวลสาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, พลตำรวจตรีวัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และนายวิทยาภร จันทวาส พนักงานสืบสวนสอบสวน กองคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ร่วมกันแถลงข่าวการยัดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยมีทรัพย์สิน เป็นรถเก๋ง 3 คัน รถกระบะ 1 คัน ทองรูปพรรณ รวมทั้งนาฬิกาหรูอีก 2 เรือน  หลังจากนั้นได้เดินทางไปที่หมู่บ้านเดอะเฮ้าส์ เรสซิเด้นท์ ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อทำการติดป้ายประกาศอายัดบ้านเดี่ยว 3 หลัง ซึ่ง 2 หลังแรกเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว สร้างติดกัน มูลค่าหลังละประมาณ 2,500,000 บาท ส่วนหลังที่ 3 เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นสุดหรู มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินและบ้านทั้ง 3 หลัง ที่ถูกยึดและอายัดในครั้งนี้ กว่า 50 ล้านบาท

ภาค3 ยึดเครือข่ายยาเสพติด มูลค่า50ล้าน

พลตำรวจโทดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า การอายัดทรัพย์สินและบ้านทั้ง 3 หลังนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 ได้ทำการจับกุมนายฐานุพงศ์ ธรรมอัน กับพวกรวม 4 คน พร้อมยาบ้า 210,000 เม็ด สารไอซ์ 11 กิโลกรัม เพื่อจะนำยาเสพติดไปส่งที่ปริมณฑล โดยจับกุมได้ที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ต่อมาจากการสืบสวนขยายผลทราบว่า นายฐานุพงศ์ฯ กับพวก 4 คน รับจ้างลำเลียงยาเสพติดให้กับเครือข่ายของนักโทษชายคนหนึ่ง ซึ่งมีเครือข่ายกระจายยาเสพติดต่อไปยังทั่วประเทศ

โดยมีนางสาวนวพร จันทรรัศมี เป็นผู้ทำหน้าที่ทางการเงิน บริหารจัดการทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดให้กับเครือข่าย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานี และศาลได้อนุมัติให้จับกุม นางสาวนวพรฯ กับพวก รวม 4 คน ต่อมาพนักงานอัยการได้ฟ้องนางสาวนวพรฯ กับพวก ต่อศาลในความผิดฐานสมคบและสนับสนุนฯ ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 พร้อมยึดทรัพย์สิน จำนวน 82 รายการ มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

ภาค3 ยึดเครือข่ายยาเสพติด มูลค่า50ล้าน

ต่อมาศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนางสาวนวพร 6 ปี และพวกอีก 3 คน คนละ 4 ปี ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.การฟอกเงิน และพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานสมคบและสนับสนุน ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ตำรวจภูธรภาค 3 พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์การกระทำนางสาวนวพร กับพวก เป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันเป็นความผิดมูลฐานตาม มาตรา 3 (1) และเป็นความผิดฐานฟอกเงินตาม มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.การฟอกเงินและปรากฏหลักฐานอันเป็นที่เชื่อได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าว

ตำรวจภาค 3 ยึดทรัพย์ เครือข่ายยาเสพติด

เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงได้เสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการธุรกรรม ของสำนักงาน ปปง. ต่อมาคณะกรรมการธุรกรรมฯ มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว ตามคำสั่งที่ ย.61/2561 ลงวันที่ 2 เมษายน 2561 เพื่อส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินต่อไป




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ