ฟันวินัย-อาญา’อดีตผู้การเลย’ ผิด พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน ฉ้อโกงประชาชน 

ฟันวินัย-อาญา'อดีตผู้การเลย' ฉ้อโกง

 ฟันวินัย-อาญา  “อดีตผู้การเลย”  ชี้การกระทำเข้าข่ายผิด พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน ฉ้อโกงประชาชน รอ   เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการ

พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4  เปิดเผยถึงความผิดที่พล.ต.ต.สุทิพย์ กระทำนั้น เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 12 อยู่ระหว่างให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ มาชี้แจงข้อเท็จจริงและจะมีการดำเนินคดีด้านวินัยอย่างถึงที่สุด ทางตํารวจภูธรภาค 4 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีพล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 เป็นประธาน

นอกจากนี้ยังมีคดีฉ้อโกงให้ร่วมลงทุนในหุ้นจังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. มีผู้เสียหาย 7 ราย เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 เมื่อประมาณปลายปี 2558 นางแดง (นามสมมุติ) ได้ชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจหุ้น จะได้รับผลตอบแทนร้อยละ 2.8 ต่อสัปดาห์ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมลงทุนในธุรกิจดังกล่าวในปีแรกได้จ่ายผลตอบแทนตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ จึงทำให้ผู้เสียหายเพิ่มทุน และส่งปันผลที่ได้รับกลับไปลงทุนอีกเพิ่มทวีขึ้นตามลำดับ

ต่อมาเมื่อประมาณกลางปี 2560 ปรากฏว่าไม่ได้มีจ่ายผลตอบแทนตามกำหนด หยุดชะงักไป  และไม่สามารถส่งเงินทุนคืนแต่อย่างใด ความเสียหายประมาณ 70 กว่าล้านบาท จากการสอบสวนเบื้องต้นพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่  หรือการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน น่าจะมีเครือข่ายเชื่อมโยงไปยังผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นๆหรือคดีอื่นๆในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

อย่างไรก็ตามหากปรากฏพยานหลักฐานที่เชื่อมโยง  หรือมีผู้ร้องทุกข์ในคดีอื่นเชื่อมโยงกับคดีนี้ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ตำรวจภูธรภาค 4  ซึ่งจะเร่งดำเนินการต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน มีมติสรุปเห็นว่าการกระทำของ พล.ต.ต.สุทิพย์ กับพวกมีมูลความผิดทางอาญาและวินัย เป็นการกระทำที่เข้าข่าย ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอ พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมการ ถึงจะสรุปเรื่องเสนอมายัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับการแก้ไขปัญหาสมาชิกสหกรณ์ฯ ที่ได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ 1.ได้มีการตกลงกับสถาบันการเงินหรือธนาคารเจ้าหนี้ เพื่อขอผ่อนผันการชำระนี่โดยยอมให้ชำระหนี้งวดแรกงวดเดียว และยืดเวลาการชำระหนี้ออกไปเป็นหนึ่งปี จ่ายเฉพาะเงินต้น 500 บาทหรือ 1000 บาทแล้วแต่ธนาคารเจ้าหนี้พร้อมดอกเบี้ยประจำเดือนโดยจะไม่ฟ้องร้องบังคับชำระหนี้ 2.สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้แก้ไขระเบียบสหกรณ์ฯ ขยายวงเงินกู้ฉุกเฉิน เป็นกู้ได้ไม่เกินคนละ 50,000 บาท เพื่อให้สมาชิกยื่นกู้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้สั่งการกำชับในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และหากพบการกระทำความผิดจะกำชับให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งทางวินัยและอาญา อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ได้กำชับให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย และกรอบของระยะเวลา อย่างไรก็ตาม คงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากทางตำรวจภูธรภาค 4 ให้เเล้วเสร็จก่อน ซึ่ง ผบ.ตร. ได้ให้คำมั่นว่าเรื่องนี้ต้องมีทางออกให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งจะได้เร่งรัดผลการดำเนินการต่อไป



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ