“จีน” เจอศึกหนักรอบด้านอีกทั้งปัญหา “ฮ่องกง-ไต้หวัน” ที่ยังไม่มีทางแก้

จีน ฮ่องกง ไต้หวัน

จีนเป็นอีกหนึ่งประเทศยักษ์ใหญ่ที่กำลังเผชิญหน้ากับศึกรอบด้านไม่ว่าจะจากในบ้าน ประเทศที่แยกการปกครองแบบพิเศษ และนอกบ้านประเทศขั้วมหาอำนาจที่คอยตั้งแง่โจมตี

ศึกนอกบ้านที่จีนกำลังประสบอยู่คู่กรณีก็คือชาติมหาอำนาจ ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นเรื่องของด้านเศรษฐกิจการค้าที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์โดยในเบื้องต้นจีนเองมีมาตรการโต้ตอบโดยมีการปรับลดค่าเงินหยวนลง

ส่วนศึกภายในบ้านที่จีนกำลังประสบอยู่ คงต้องเรียกว่าเป็นปัญหาคาราคาซังที่ไม่สามารถหาข้อยุติที่ทั้งสองฝ่ายจะพอใจได้คือกรณีของฮ่องกง และไต้หวันกับการขอแยกตัวออกไปเป็นอิสระ

หากม้องย้อนกลับไปตั้งแต่อดีต จีนนับเป็นประเทศที่มีพื้นที่มาก จึงทำให้มีช่วงหนึ่งที่มีชาติตะวันตกเข้ามาปกครอง ดูแลวางรากฐานสังคม แต่เมื่อเวลาผ่านไปพื้นที่บางส่วนนั้นได้รับเอกราชกลับคืน

อย่างไรก็ตามประเทศเหล่านั้นยังคงใช้รูปแบบการปกครองแบบที่ฝั่งตะวันตกสร้างไว้ให้ จึงรู้สึกว่าประเทศตัวเองมีการพัฒนาที่ก้าวหน้าและมีอารยะมากกว่าจีนแผ่นดินใหญ่เอง

ซึ่งในช่วงแรกๆจีนแผ่นดินใหญ่ก็มีการโอนอ่อนให้เป็น1ประเทศ2ระบบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจีนเองเริ่มมีการแทรกแซงมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของการเมือง หลายๆพื้นที่การปกครองพิเศษจึงเริ่มมีความไม่พอใจและแข็งข้ออยากจะแยกตัวออกมาเป็นประเทศของตัวเอง

ความขัดแย้งกับฮ่องกง

ในขณะนี้ที่ฮ่องกงมีการชุมนุมประท้วงต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาหที่ 10 แล้วซึ่งเริ่มมาจากกรณีการต่อต้านร่างกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเวลาต่อมาก็เริ่มมีการเรียกร้องเรื่องต่างๆเพิ่มขึ้นนับรวมไปถึงความต้องการที่ฮ่องกงจะขอมีอิสรภาพไม่ต้องขึ้นตรงกับจีนแผ่นดินใหญ่ และดูเหมือนว่าทางฝั่งผู้ชุมนุมเองก็จะเริ่มมีการแสดงการประท้วงที่รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน หากเหตุการณ์ดังกล่าวยืดเยื้อออกไปนานขึ้นเรื่อยๆการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของฮ่องกงก็จะต้องประสบปัญหาอย่างแน่นอน

ความขัดแย้งกับไต้หวัน

ความขัดแย้งในปัจจุบันที่ยืดเยื้อมาตลอดคงต้องมองย้อนกลับไปประมาณ 60 ปี เมื่อพ.ศ.2492 โดยความขัดแย้งเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยของรัฐบาลก๊กมินตั๋งกับรัฐบาลของจีนแผ่นดินใหญ่โดยรัฐบาลก๊กมินตั๋งใช้เกาะไต้หวันเป็นแหล่งพักพิงทั้งสองฝ่ายต่างมองว่าทั้งสองเป็นรัฐบาล มีอำนาจทั้งคู่

จนมาในปี พ.ศ.2514 องค์การสหประชาชาติได้ให้การยอมรับสถานะประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ยกเลิกการยอมรับไต้หวันและจนถึงปัจจุบันมีรัฐบาลเพียงไม่กี่ประเทศที่ให้การยอมรับไต้หวัน

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2522 สหรัฐอเมริกาได้ตัดสัมพันธ์ทางการฑูต และยึดนโยบายจีนเดียว ที่ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน หลังจากเหตุการณ์นี้รัฐบาลก๊กมินตั๋งกับรัฐบาลของจีนแผ่นดินใหญ่มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เกิดฉันทามติ 1992 ไต้หวันปรับนโยบายพึงพาจีนมากขึ้น

แต่เมื่อรัฐบาลก๊กมินตั๋งเสื่อมความนิยมลง ประชาชนมองว่ารัฐบาลก๊กมินตั๋งเอนเอียงไปทางจีนมากไป จึงแพ้การเลือกตั้งให้พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าที่ยึดในการแยกตัวออกมาเป็นอิสระเมื่อปี พ.ศ.2559

หลังจากการเลือกตั้งในครั้งนั้นทำให้จีนมีมาตรการกดดันไต้หวันชัดเจน เช่นการโน้มน้าวให้ประเทศพันธมิตรตีตัวออกห่างจากไต้หวัน การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาประเทศไต้หวัน

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันได้เดินทางมาถึงจุดดำดิ่งที่สาธรณชนเห็นชัดเมื่อ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่กรุงปักกิ่ง สำนักงานผู้ผลิตและประกอบการภาพยนตร์แห่งชาติของจีน มีประกาศว่า งานประกาศผลและมอบรางวัลม้าทองคำปีนี้(2019)  จะไม่มีภาพยนตร์จากจีนเข้าประกวดและนักแสดงของจีนมาเข้าร่วมงาน ซี่งเป็นครั้งแรกนับจากปีพ.ศ. 2539 ที่ไต้หวันอนุญาตให้จีนเข้าร่วม

รางวัลม้าทองคำที่มอบให้คนในวงการอุตสาหกรรมหนังถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติเปรียบเหมือนรางวัลออสการ์ของสหรัฐฯ ทั้งนี้รางวัลม้าทองคำดำเนินการโดยคณะกรรมการบริหารเทศกาลภาพยนตร์ม้าทองคำเมืองไทเป

หลายฝ่ายกำลังจับตามองว่าจีนเองจะใช้มาตรการหรือไม้ไหนเพื่อจัดการกับศึกทั้งในบ้านและนอกบ้านที่กำลังปะทุอยู่ เพราะตอนนี้เรื่องราวต่างๆไม่ได้สร้างผลกรัทบแค่ประเทศข้อพิพาทแต่ยังกระทบไปถึงประเทศอื่นๆด้วยทั้งเป็นประเทศพันธมิตรและประเทศคู่ค้า

จีน ฮ่องกง ไต้หวัน

อ่านข่าว Bright Today




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ