“หนุ่ม กะลา” น้อมรับผิด หลังถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์เพลงดัง

หลังจาก นายบุญธรรม เพ็ชรนารถ ประธานกรรมการบริษัท จัดเก็บลิขสิทธิ์เพลง เพ็ชรเมโทร จำกัด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ นำหมายศาลจังหวัดพัทยาเดินทางมาที่ตึกแกรมมี่ เพื่อจับกุมตัว นายณพสิน แสงสุวรรณ อายุ 36 ปี หรือ “หนุ่ม กะลา” ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าด้วยการเผยแพร่ภาพและเสียงต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจาก “หนุ่ม กะลา” นำเพลง “ยาม” ไปร้องที่สถานบันเทิงในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี รวมทั้งได้นำไปร้องในคอนเสิร์ตอีกหลาย ๆ ครั้งโดยไม่ได้ขออนุญาตกับเจ้าของลิขสิทธิ์ ล่าสุด “หนุ่ม กะลา” ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา รับโดนค่าลิขสิทธิ์อ่วม

นายณพสิน แสงสุวรรณ หรือ “หนุ่ม กะลา” อายุ 36 ปี นักร้องชื่อดัง พร้อมด้วย นายทวีทรัพย์ หลักคำ อายุ 30 ปี ผู้จัดการส่วนตัว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (13 มี.ค.61) หลังมีหมายเรียกของ สน.บางเขน ให้มาพบพนักงานสอบสวนครั้งที่ 2 เนื่องจากพบว่ามีการนำเพลง “ยาม” มาร้องในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.

นายณพสิน เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษที่พลาดทำผิดในครั้งนี้ เพราะเกิดจากการเข้าใจผิดของตัวผมเองว่าทางแกรมมี่ ได้ซื้อลิขสิทธิ์เพลงนั้นมาแล้ว เนื่องจากเป็นการเข้าใจผิดเห็นว่า “ลาบานูน” ย้ายมาอยู่ที่แกรมมี่จึงคิดว่ามีการซื้อลิขสิทธิ์เพลงมาแล้ว ตนจึงนำเพลงไปเล่นโดยไม่รู้ ซึ่งตนได้นำเพลง “ยาม” ของวงลาบานูน ไปร้องตามงานโชว์ในสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ ประมาณ 47 ครั้งตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.60 จนถึงวันที่ 8 ม.ค.61 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 ม.ค.61 ตนทราบว่ามีการแจ้งความเกิดขึ้นโดยมีการแจ้งความไปแล้วกว่า 40 แห่ง เมื่อทราบดังนั้นแล้วจึงหยุดเล่นเพลงดังกล่าวทันที ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมพร้อมที่จะยอมรับความผิดตั้งแต่ที่ทราบเรื่อง

นายณพสิน กล่าวอีกว่า ผมต้องออกมาพูดเนื่องจากว่ามีบางกระแสออกมาว่าทำไมตนถึงปล่อยให้มีหมายจับออกมา ตนต้องขอชี้แจงว่าตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ามีการแจ้งความที่สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่ามีการออกหมายเรียกผมให้เข้าไปพบช่วงปลายเดือนม.ค. ก็ได้ให้ทางผู้จัดการส่วนตัวเป็นคนไปพูดคุยและนัดอีกฝ่ายมาเจรจาตั้งแต่ต้น แต่พี่เขาก็ไม่มาโดยมีการนัดหมายให้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่สภ.เมืองสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังพยายามที่จะพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์เพื่อหาข้อยุติเรื่องตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ ซึ่งก็ได้มีการเจรจาเกิดขึ้นแต่ยังหาตัวเลขตรงกลางไม่ได้ ตรงนี้ตนไม่ได้หนีไปไหนหากดูจากคิวงานของตนแล้วหนีไปไหนไม่ได้หรอก

นายณพสิน กล่าวอีกด้วยว่า จริงๆ เรื่องที่เกิดขึ้นมีผลกระทบอย่างมาก เพราะตนต้องทำงานทุกวันเรื่องสำคัญของการทัวร์คอนเสิร์ตนั้นสิ่งที่สำคัญคือต้องนอนให้พอ ผมต้องตื่นเร็วกว่าปกติ เพื่อมาโรงพักก่อน บางครั้งสอบเสร็จ 21.00 น. แล้วต้องขึ้นโชว์ 22.00 น. เวลาอาบน้ำแต่งตัวก็ไม่มี ก็จะทำให้เหนื่อยหน่อย แต่ก็ยอมรับผลที่เกิดขึ้น ต้องทำไปตามขั้นตอน ส่วนทางต้นสังกัดนั้นก็ได้พูดคุยให้คำปรึกษาตนอยู่ตลอดไม่ได้มีการทอดทิ้งอะไรผมเลย บางข่าวที่ออกมาว่าค่ายไม่มาดูแลจริงๆ แล้วไม่ใช่ทางค่ายยังดูแลอยู่ ทั้งนี้ตนมองเรื่องนี้เป็นข่าวออกไปก็ดีอยากให้คนไทยตระหนักเรื่องของการลิขสิทธิ์ ขนาดศิลปินเองยังโดนฟ้องเหมือนกันทำให้สูญเสียเงินจำนวนมาก อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะกลับไปตรวจสอบว่ามีที่ไหนอีกบ้างที่ตนจะต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งจะพยายามทะยอยไปให้ครบทุกที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นนายณพสิน แสงสุวรรณ หรือหนุ่ม กะลา และนายทวีทรัพย์ หลักคำ ผู้จัดการส่วนตัว ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนเจ้าหน้าที่จะพานายณพสิน แสงสุวรรณ หรือหนุ่ม กะลา ออกมาพิมลายนิ้วมือ หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับ

ด้านพ.ต.ต.สมพร เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้ต้องหาเดินทางรับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อย และได้ปล่อยตัวกลับไปโดยไม่ต้องยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว เนื่องจากเป็นหมายเรียก อีกทั้งผู้ต้องหาไม่มีพฤติการที่จะหลบหนี ซึ่งหลังจากนี้ได้นัดให้มาพบอีกครั้งในวันที่ 2 เมษายน เวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อนำตัวส่งให้อัยการสั่งฟ้องในข้อหาตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ 2537 ในมาตราที่ 27 ที่กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 15(5) ได้แก่การทำซ้ำหรือดัด แปลงและเผยแพร่ต่อสาธารณะ มาตรา 28 กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์หรือสิ่งบันทึกเสียงอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และ 29 (3) จัดให้ประชาชนฟังหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้า ต่อไป



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ