อ่วมหนัก! น้ำทะเลพังงาหนุนสูง 3 เมตร จับตา “พายุเบบินคา” ทำเหนือ-อีสานฝนเพิ่ม 16-17 ส.ค.

สถานการณ์น้ำพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วไทย ตอนนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนพายุโซนร้อน “เบบินคา” ฉบับที่ 16 ระบุว่า จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวช่วงวันที่ 16-17 สิงหาคมนี้ ทำให้ภาคเหนือและอีสาน ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคใต้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมแรงสูง 2-4 เมตร เช่นเดียวกับ จ.พังงา ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า เดือดร้อนหนัก เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูงกว่า 3 เมตร ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและท่าเรือประมง

หลังเกิดคลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนสูงกว่า 2-4 เมตร จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลทำให้วันนี้ (14 ส.ค.61) น้ำทะเลหนุนสูงไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนพื้นที่บ้านปากเกาะ ต.เกาะคอเขา และท่าเรือบ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ชาวบ้านต้องยกข้าวของเครื่องใช้ไว้บนที่สูง เช่นเดียวกับถนนเข้าหมู่บ้านได้รับความเสียหายรวม 2 เส้นทาง รวมทั้งลานจอดรถที่นักท่องเที่ยวและประชาชนใช้จอดเพื่อเดินทางข้ามไปยังเกาะเรือประมง เรือรับส่งนักท่องเที่ยว และแพบรรทุกรถ ต้องหยุดให้บริการตั้งแต่เช้า เพื่อรอให้สภาพอากาศเปิดคลื่นลมไม่แรง จึงจะสามารถเข้ามาจอดเทียบเพื่อที่จะรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่จะเดินทางข้ามเกาะได้

นายสมรักษ์ จูดเดช ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า สถานการณ์คลื่นลมแรงทำให้เรือขนาดเล็กออกทะเลหาปลาไม่ได้กว่า 2 เดือนแล้ว ชาวบ้านก็ขาดรายได้ต้องออกไปรับจ้างทำก่อสร้างและรับจ้างทั่วไป นอกจากนี้ยังมีปัญหาคลื่นซัดเข้าหาฝั่งกัดเซาะชายหาดที่ไม่มีเขื่อนกั้นได้รับความเสียหายและเรือประมงพื้นบ้านไม่สามารถนำเรือมาจอดได้ ทางชาวบ้านต้องนำเรือไปจอดในลำคลองแทน ซึ่งชาวบ้านเริ่มหวาดกลัวกับคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง

วอนช่วยหมู่บ้านชาวประมงระนองน้ำทะเลท่วมบ้าน

ไปกันที่ จ.ระนอง หมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้านพื้นที่บ้านหินช้าง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง หลังจากน้ำทะเลหนุนสูงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านที่ปลูกบ้านริมแม่น้ำกระบุรี ได้รับผลกระทบโดยตรงเนื่องจากความแรงของคลื่นและน้ำทะเลซัดเข้าบ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงต้องนขนทรัพย์สินไปไว้ที่อื่น อีกทั้งต้องอยู่กันอย่างหวาดกลัวและต้องช่วยเหลือตนเองโดยยังไม่มีหน่วยงานระดับจังหวัดเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด

นางอาอีฉ๊ะ ชิดเชื้อ อายุ 54 ปี ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ที่บ้านของตนเองถูกน้ำทะเลหนุนสูงเข้าท่วมภายในบ้านมา 2 วันติดต่อกันแล้ว ทำให้สิ่งของภายในบ้านได้รับความเสียหาย เช่นตู้เสื้อผ้า ซึ่งบ้านริมทะเลที่อยู่กันมายาวนานน้ำไม่เคยยกตัวสูงจนเข้ามาในตัวบ้านได้มาก่อน จึงขอให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลช่วยเหลือบ้าง

ชลประทานบึงกาฬเร่งระบายน้ำรับ “พายุเบบินคา”

ส่วนทางภาคอีสานที่ จ.บึงกาฬ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (14 ส.ค.61) ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ที่ 11.40 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 2.61 เมตร ซึ่งถือว่าทรงตัวเท่ากับเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่ยังสูงอยู่ได้หนุนลำน้ำสาขา และมีฝนตกในพื้นที่ตลอดทั้งคืน ทำให้พระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาตต้องเดินตากฝนรับบิณฑบาต

ขณะที่ ชลประทานบึงกาฬ ต้องเร่งระบายน้ำในห้วยบังบาตรที่ครอบคลุมพื้นที่ ต.บ้านต้อง อ.เซกา และ ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ โดยเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 4 บาน เร่งระบายน้ำวันละ 3.06 ล้านลูกบาศก์เมตร เช่นเดียวกันที่บริเวณประตูระบายน้ำห้วยคาด ที่คลอบคุมพื้นที่ อ.โซ่พิสัย และ อ.ปากคาด ต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด 6 บาน เร่งระบายน้ำ 17.4 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน ให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อลดพื้นที่ความเสียหายจากน้ำท่วมขัง และเพื่อเตรียมรองรับพายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน ฉบับที่ 16 ระบุว่า จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวในช่วงวันที่ 16-17 สิงหาคมนี้ จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่มด้วย ส่วนมรสุมตะวันเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ทะเลอันดามันคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ