ชาวบ้าน จ.น่าน อพยพหนีน้ำท่วมจากอิทธิพล “พายุเบบินคา” (คลิป)

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ยังมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “เบบินคา” โดยเฉพาะที่ จ.น่าน ซึ่งพายุลูกดังกล่าวห่างออกไปประมาณ 400 กม. มีฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในหลายอำเภอ รวมทั้งมีดินถล่มด้วย อีกทั้งเหตุดังกล่าวยังมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต 1 ราย

สถานการณ์พื้นที่ อ.ปัว, สันติสุข และ อ.แม่จริม จ.น่าน มีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงขณะนี้ โดยวัดปริมาณน้ำฝนสะสมสูงประมาณ 158-200 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำสาขาของลำน้ำยาว อ.ปัว เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึงขั้นวิกฤติที่ 4 เมตร 50 เซนติเมตร และน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนพื้นที่บ้านร้อง และบ้านส้าน ต.สถาน อ.ปัว นอกจากนี้ พื้นอาคารเรียนชั้นล่างของโรงเรียนบ้านส้าน น้ำเข้าท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร ทางโรงเรียนได้ประกาศปิดการเรียนการสอนแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า นายสนิท เนตรทิพย์ ถูกไฟดูดเสียชีวิตระหว่างเก็บข้าวของเพื่อหนีน้ำท่วมภายในบ้านพักพื้นที่บ้านส้านใต้ ม.13 ต.สถาน อ.ปัว ซึ่งทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง นำกำลังและสั่งการชุดบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยใน อ.ปัว แล้ว ขณะที่ อ.สันติสุข น้ำป่าไหลหลากท่วมเส้นทางน่าน-สันติสุข ตรงบริเวณบ้านภูแยง ต.ดู่พงษ์ และเส้นทางบ้านดอนไชย ต.ป่าแลวหลวง รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ซึ่ง นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการ จ.น่าน สั่งการให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังระบบเตือนภัยน้ำท่วมดินถล่ม กรมทรัพยากรน้ำ แจ้งเตือนภัยด้วยระดับน้ำ 11 หมู่บ้านใน อ.สันติสุข เข้าสู่ขั้นวิกฤตและต้องอพยพ เช่นเดียวกับ 68 หมู่บ้านใน อ.ปัว, ท่าวังผา และ อ.เมืองน่าน เตรียมเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

บึงกาฬฝนตกต่อเนื่อง เตือนเรือระมัดระวัง

ส่วนเช้าวันนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ จ.บึงกาฬ ยังทรงตัวอยู่ที่ 11.44 เมตร ขณะที่พายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) ที่กำลังเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (17 ส.ค.) ส่งผลให้ในพื้นที่จ.บึงกาฬ มีฝนตกลงโปรยปราย สลับกับมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ตลอดคืนที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำโขงเป็นจำนวนมากและไหลแรง กรมเจ้าท่าสาขาบึงกาฬ ต้องร่วมกับตำรวจน้ำออกเตือนเรือโดยสารข้ามฟากระหว่างไทย กับเมืองปากซัน สปป.ลาว บริเวณด่านศุลกากร ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ ให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ และกำชับผู้โดยสารให้สวมใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลาขณะอยู่ในเรือ และไม่ควรบรรทุกผู้โดยสารและน้ำหนักเกินอัตรากำหนด หากฝ่าฝืนต้องโทษตาม พรบ.การเดินเรือโดยเด็ดขาด

ระนองฝนตกซ้ำเกิดดินสไลด์ลงถนนเพิ่ม

ลงใต้ที่ อ.เมือง จ.ระนอง หลังมีฝนตกลงมาอีกครั้งเมื่อเช้าวันนี้ ทำให้ดินบนภูเขาบริเวณจุดชมวิวใกล้กับน้ำตกปุญญบาล ริมถนนเพชรเกษมสายหลักเข้า-ออก จ.ระนอง พื้นที่ ม.1 ต.บางนอน อ.เมืองระนอง ดินจากภูเขาสูงกว่า 100 เมตรพาต้นไม้ทั้งเล็กและใหญ่ไหลเลื่อนลงมาทับผิวถนนเพชรเกษมอย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่มีก้อนหินขนาดใหญ่หรือมวลดินจำนวนมากไหลลงมา แต่ก็ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องตกใจและระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งมีการคาดการว่าหากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ อ.เมืองระนอง จะส่งผลให้ดินภูเขาในจุดชุมวิวซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสูง มีมวลดินและก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนมากไหลลงมาสู่พื้นผิวถนนอีกครั้งอย่างแน่นอน

เตือน “เบบินคา” ทำไทยตอนบนฝนหนัก 17-19 ส.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 28 เกี่ยวกับสถานการณ์พายุโซนร้อน “เบบินคา” ระบุว่า พายุลูกดังกล่าวเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุม สปป.ลาว ในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.) ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 17-19 ส.ค.นี้ ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ