สอบ 11  ปากตรวจสอบหักหัวคิวเงินคนพิการกาฬสินธุ์ 2 ปี

ผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ เผยข้อมูลลับกับ ปปท.หมดเปลือก ระบุถูกประธานชมรมหักหัวคิวค่าจ้างเลี้ยงคนพิการ รายละ 5,000-7,000 พันบาทต่อเดือน ซ้ำร้ายบางรายตลอดปีได้รับเพียง 5,000 พันบาท ถูกหักหัวคิว 104,900 บาท ล่าสุดอดีตนายทะเบียนชมรมแฉ ได้รับเดือนละ 2,000 บาท ด้าน ปปท.ได้หลักฐานจำนวนมากจากการลงพื้นที่ 2 วัน สอบผู้เสียหาย 7ปาก และเจ้าหน้าที่รัฐ 4 ปาก รวม 11 ปาก 

                จากรณีผู้ปกครองคนพิการ ใน จ.กาฬสินธุ์ ออกมาร้องเรียนเงินค่าจ้าง ระบุถูกประธานชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ หักจ่ายไม่ครบตามสัญญา ร้องเรียนเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ มีการแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ และล่าสุดร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อต่อสายตรงถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ล่าสุดผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ปปท. นำทีมนักสืบสวนสอบสวน ปปท.เขต 4 ขอนแก่น ลุยสอบปมผู้ปกครองคนพิการ ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ผู้สื่อข่าวยังติดตามปัญหาข้อร้องเรียน ของผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา  ที่ระบุว่าถูกประธานชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา หักหัวคิวเงินค่าจ้าง มาตรา 35 หลังร้องเรียนและเรียกร้องสิทธิกับเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการสำนักงานใหญ่ กระทั่ง ปปท.ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาในเชิงลึกกับผู้ร้องเรียนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย.ที่ผ่านมา 

นางฐานิดา อนุอัน ผู้ได้รับสิทธิ์ตามมาตรา  35 ผู้ร้องเรียนหมายเลข 1 ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การร้องเรียนของตน นับจากวันที่ 5 ต.ค.61 ถึงวันนี้ มีผู้ได้รับสิทธิ์ฯ ที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันออกมาเป็นแนวร่วมร้องเรียนรวม 7 คน รู้สึกมีความหวังมากขึ้น หลังเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการฯ ได้ประสานหน่วยงานตรวจสอบต่างๆเข้ามาร่วมตรวจสอบ กระทั่ง ปปท. ได้ลงมาสอบปากคำ ทั้งจากผู้ร้องเรียนและเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) กาฬสินธุ์ ทำให้พวกเราไม่เดียวดายอีกต่อไป ซึ่งสิ่งที่ต้องการคือเรียกร้องสิทธิ์ความชอบธรรมให้กับคนพิการ และขอสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามมาตรา 35 คืนให้กับพวกเรา ผู้ปกครองคนพิการที่ฐานะยากจน ที่ถูกผู้มีอำนาจสวมสิทธิ์ไป เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้การบริหารจัดการสวัสดิการคนพิการทุกประเภท ทั่วประเทศ ได้เกิดความโปร่งใส

ด้าน น.ส.รินดา ธะระพันธ์ ผู้ได้รับสิทธิ์ตามมาตรา  35 ชาว ต.นาจำปา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนได้รับสิทธิ์ในปี2560 ซึ่งตลอดปีนั้นได้รับเพียง 5,000 บาท เพิ่งจะมารู้ความจริงตอนนางฐานิดาฯ ผู้ร้องเรียนคนแรกออกมาเปิดเผยข้อมูล เมื่อรู้ความจริงดังกล่าว จึงได้ออกมาร้องเรียนและแจ้งความที่ สภ.ดอนจาน ถึงวันนี้ตนยังไม่แน่ใจว่า ชื่อของตนได้ถูกทางประธานชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาฯ ขึ้นบัญชีเป็นผู้ได้รับเงินค่าจ้างปีละ 109,500 บาท กับบริษัท ไทยเอ็น โอเค จำกัด เป็นปีที่ 2หรือไม่ จึงเรียกร้องให้ ปปท.ตรวจสอบตรงนี้ด้วย ทั้งนี้ ข้อมูลที่ตนให้กับเจ้าหน้าที่ ปปท. เชื่อว่าจะเป็นกุญแจสำคัญอีกดอกหนึ่ง ในการที่จะระบุความผิดกับบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการหักหัวคิวเงินค่าจ้างมาตรา 35 นี้

ขณะที่ น.ส.พัชรีพ ศิริเคียนทอง  ชาว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าตนได้รับการชักชวนจากประธานชมรมฯ เข้ามาร่วมโครงการจ้างเหมาบริการดูแลคนพิการ ในปี 2560 ในฐานะนายทะเบียนชมรมฯ แต่ก็ไม่ได้มีบทบาทอะไร ไม่มีส่วนรู้เห็นในการบริหารจัดการเงินค่าจ้างใดๆ รู้แค่ว่าประธานชมรมขอเก็บบัตรเอทีเอ็มและสมุดบัญชีผู้ปกครองคนพิการที่ร่วมโครงการฯไว้ โดยตนได้รับค่าเพียงเดือนละ 2,000 บาท แต่พอจะรู้จากการบอกเล่าของประธานชมรมว่า ได้หักค่าจ้างผู้ปกครองส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์บำบัดคนพิการ และค่าดำเนินการต่างๆ ที่ผ่านมาตนไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม เพราะบ้านอยู่ไกล และคิดว่ามาแล้วไม่เห็นจะมีอะไร นอกจากมาพบปะสังสรรค์กันเท่านั้น ไม่ได้ทำให้คุณภาพชีวิตคนพิการและผู้ปกครองดีขึ้นเลย พอมีการร้องเรียน จึงได้ออกมาให้ข้อมูลกับ ปปท.เพิ่มอีกคน เพราะชัดเจนแล้วว่าถูกสวมสิทธิ์ โดยหักค่าจ้างไปจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ตลอด 2 วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ ปปท. ยังคงเดินหน้าตั้งโต๊ะสอบปากคำผู้ได้รับสิทธิ์ ตามมาตรา 35 ในปี 2560-2561 ในวันแรก 15 พ.ย.จำนวน 5 ปาก วันที่ 16 พ.ย. จำนวน 2 ปาก รวม 7 ปาก ซึ่งให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกัน ขณะที่สอบปากคำเจ้าหน้าที่สำนักงาน พมจ.กาฬสินธุ์ จำนวน 4 ปาก รวมทั้งหมด 11 ปาก ซึ่งจะได้นำข้อมูล และเอกสาร ไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือส่วนราชการใด เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับการหักหัวคิวเงินผู้จ้างเหมาบริการผู้ปกครองดูแลพิการมาตรา 35 ตามข้อร้องเรียนหรือไม่อย่างไร



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ