สาวอุดรร้องผู้ว่าฯ หมอวินิจฉัยผิดถูกหมอตัดรังไข่-มดลูกไม่พบมะเร็ง แถมพบ “ไตหาย” 1ข้าง

วันนี้( 7พ.ย.) ที่ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี ศาลากลาง จ.อุดรธานี น.ส.ศินวพร หอมกลาง อายุ 33 ปี พร้อมมารดา ซึ่งเป็นคน อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี  พร้อมนายยิ่งศักดิ์ สิงหัดชัย ทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม และแจ้งความร้องทุกข์กับแพทย์ รพ.ศูนย์อุดรธานี ต่อ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี โดยมี นายกฤษชานนท์ อุทัยเลี้ยง นักวิชาการนโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี มาเป็นผู้รับหนังสือ

น.ส.ศินวพร หอมกลาง อายุ 33 ปี เล่าว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีอาการปวดท้องจึงไปหาหมอที่ รพ.หาดใหญ่ วินิจฉัยว่า ลำไส้อุดตัน จะต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อปรึกษาแม่จึงกลับมารักษาที่ จ.อุดรธานี โดยเดินทางมาถึงอาการกำเริบ จึงเข้ารักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีทันที ต้องนอนที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ และได้รับแจ้งว่า พบคล้าย ๆ ก้อนที่รังไข่ และลำไส้ แต่หมอเวร บอกว่า ไม่ต้องผ่าตัด จะฉีดยาให้ซีสช็อคโกแลตฝ่อหลุดไปเอง ตอนนั้นอาการก็ดีขึ้นตามลำดับ ต่อมาหมอใหญ่ (ศัลยกรรมลำไส้)มาแจ้งว่าเป็นมะเร็งแน่นอน 80 เปอร์เซนต์

“ตนและแม่ ได้ร้องขอให้หมอส่องกล้อง ตัดชิ้นเนื้อมาตรวจเพื่อความแน่ใจ ซึ่งเป็นวิธีที่ยังไม่ได้ตรวจ ก็ถูกปฏิเสธว่า กล้องมีไว้รักษาโรค ไม่ได้มีไว้ตรวจหาโรค ไม่ผ่าก็ได้ถ้าไม่พร้อม คนไข้มีอีกเยอะ รอคนเดียวไม่ได้ ตนจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดเช้ามืดวันที่ 26 มิถุนายน โดยหมอใหญ่เป็นคนผ่าตัด ไม่มีหมอสูตินารีเวชมาร่วม ทั้งที่เคยแจ้งว่าจะมาร่วม จนรับแจ้งภายหลังว่าได้ตัดยกเอามดลูก และรังไข่ออกทั้งหมด มีการเปลี่ยนทางเดินไต ตัดลำไส้ และเปิดทวารใหม่ที่หน้าท้องซ้าย โดยไม่มีการแจ้งญาติหน้าห้องผ่าตัดรับรู้ ”

2 สัปดาห์ต่อมา หมอใหญ่มาแจ้งว่า “ผลชิ้นเนื้อออกมา ไม่อ่านค่าของมะเร็ง” ตนเองไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่ถูกหมอศัลยกรรมลำไส้ ตัดเอามดลูกและรังไข่ออกไปหมด โดยไม่มีสูตินารีเวชร่วมผ่าด้วย ต่อมาแม่ได้ไปติดต่อเรื่องให้ฮอร์โมน ตามขั้นตอนของผู้หญิงถูกตัดมดลูก หลังจากอยู่โรงพยาบาลได้ 1 เดือน 7 วัน จึงรู้ว่าประวัติคนไข้เพียงผ่าตัดเท่านั้น ไม่มีการตัดมดลูกและรังไข่ออก จึงตัดสินใจร้องขอความเป็นธรรม วันที่ 22 ตุลาคม ที่ สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี ให้ ม.41 เยียวยา 240,000 บาท ซึ่งเรายังอุทธรณ์และรอผลอยู่

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ไปตรวจร่างกายที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เตรียมย้ายทวารกลับที่เดิม เพราะถุงทวารใหม่ยังห้อยอยู่ที่เดิม หลังตรวจร่างกายหมอบอกว่า ให้ระมัดระวัง รักษาตัวให้ดี เพราะมีไตเพียงข้างเดียว หากทำงานหนักจะไม่มีอีกข้างช่วย ทำให้รู้ว่านอกจากมดลูก และรังไข่ถูกตัด ยังมี ไต อีกข้างถูกตัดออกไปด้วย ซึ่งเราจะต้องทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต

นอกจากจะมีลูกไม่ได้ ยังต้องมีสภาพทำงานหนักไม่ได้ จากเดิมเป็นหลักให้ครอบครัว ตอนนี้เรามาเป็นภาระให้ท่าน และแฟนชาวสิงคโปร์จะแต่งงานปีหน้าก็ดูจะถอยห่าง เพราะเขาอยากมีลูก แต่เรามีให้ไม่ได้แล้ว มันท้อใจจนเคยคิดจะฆ่าตัวตาย ก่อนเลือกมาร้องรอความเป็นธรรม

น.ส.ศินวพร กล่าวว่า การกระทำของหมอโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีนอกจากวินิจฉัยโรคผิดพลาด ยังมีการ “ตัดไต”ไปหนึ่งข้างโดยตนและญาติไม่เคยให้คำยินยอม หลังการรักษาก็ไม่เคยแจ้ง คิดไปเองว่าการกระทำของหมอ เจตนาเพื่อเอาไตไปหาประโยชน์หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชน หากยังปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยอยู่ จะนำมาซึ่งความเสียหายต่อชื่อเสียงโรงพยาบาล ที่ประชาชนทั่วไปให้การยอมรับ อีกทั้งอาจกระทำการยุ่งเหยิง ต่อพยานหลักฐานทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงขอให้ ผวจ.อุดรธานี มีคำสั่งพักงานหมอรายนั้น และดำเนินการทางวินัยและคดีอาญา

ส่วนทางด้าน นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ชี้แจงว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนไปหลายส่วน รวมทั้งร้องเรียนไปสำนักนายกรัฐมนตรี ทางโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีได้ดำเนินการตามขั้นตอน รายงานไปยัง สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี และมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ หลังจากมีการเยียวยาตาม ม.41 ผู้เสียหายได้อุทธรณ์ขอความเป็นธรรมต่อ ซึ่งการสอบสวนครั้งนั้น ไม่มีกรณีของ “ไต” เมื่อมีการร้องเรียนในประเด็นนี้ จะต้องมีกรรมการไปสอบสวนเพิ่มเติม



แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ