วิวาห์ล่ม เจ้าสาวแจ้งจับเจ้าบ่าว เหตุสินสอดไม่พอ 

วิวาห์ล่ม เมื่อเจ้าสาวแจ้งความจับเจ้าบ่าวกลางงานแต่ง เหตุเพราะสินสอดไม่ครบ หนำซ้ำค่าโต๊ะจีนอีก50 โต๊ะร่วมแสนบาท ฝ่ายเจ้าสาวต้องรับผิดชอบ เจ้าสาวถึงกับเป็นล้ม


เจ้าสาวถึงกับเป็นลมพับ เมื่อฝ่ายเจ้าบ่าวหอบเงินสินสอดจำนวน 5 หมื่นบาทขึ้นรถหนีกลับบ้านไป หลังถูกฝ่ายเจ้าสาวติติงเรื่องค่าสินสอดไม่ครบตามจำนวน 1 แสนบาท และทองคำหนัก1 บาท ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ หนำซ้ำปล่อยให้เจ้าสาวเป็นม้ายขันหมาก รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ได้สั่งมาไว้ตั้งโต๊ะจีน 50 โต๊ะ ร่วมแสนบาท

นางทองไหว ม่วงมุลตรี อายุ 64 ปี บ้านเลขที่204 หมู่ 5 ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมญาติพี่น้องพา น.ส.เบญจภรณ์ วารีศรี อายุ 25 ปี ชาวอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เจ้าสาวและเป็นหลานสาวเข้าแจ้ง ที่สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลังถูกนายอดิเรก ชะดาจันทร์ อายุ 24 ปี พร้อมญาติพี่น้องชาวจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวหอบเงินสินสอดหนีไป

นางทองไหว ม่วงมุลตรี ป้าของฝ่ายเจ้าสาว เล่าว่า หลานสาวเป็นพนักงานของบริษัทค่ายมือถือแห่งหนึ่ง อยู่ที่กรุงเทพฯและได้คบหาดูใจกับนายอดิเรกชะดาจันทร์ ชาวจังหวัดพิจิตรเจ้าบ่าวมาได้สักระยะหนึ่งหลังจากทั้งคู่ได้รู้จักกันที่กรุงเทพฯและได้ตกลงแต่งงานกันโดยผู้ใหญ่ทั้ง2ฝ่าย ได้คุยปรึกษาหารือกันและผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิงได้เรียกค่าสินสอดทองหมั้นเป็นเงิน 1 แสนบาทกับทองคำหนัก 1 บาท ฝ่ายชายก็ตกลงตามนั้น และมีกำหนดจัดงานแต่งงานในวันนี้ ที่บ้านเลขที่ 122 / 9 หมู่ 14 บ้านพุทรา ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าสาว โดยทางเจ้าสาวได้แจกการ์ดเชิญให้กับแขกประมาณ100ใบ พร้อมสั่งโต๊ะจีนกว่า 50 โต๊ะ โดยลงทุนจัดงานเป็นเงินนับแสนบาท พอถึงเวลาที่กำหนดเจ้าบ่าวและญาติประมาณ 20 คนได้เดินทางมาด้วยรถตู้ รถเก๋งและรถกระบะรวม 5 คัน ถึงบ้านเจ้าสาว และพิธีแต่งงานได้เริ่มขึ้นตามประเพณีมีการแห่ขันหมากและกั้นประตูเงิน ประตูทอง แต่พอถึงช่วงนับเงินสินสอดปรากฏว่าในขันหมากมีเงินสดเพียง 5 หมื่นบาท และทองคำหนัก 1 บาท เงินสินสอดขาดไป 5 หมื่นบาท ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายจึงได้ตกลงคุยกันโดยทางฝ่ายเจ้าสาวบอกว่าถ้าเงินไม่พอก็ให้นำมาเพิ่มให้ทีหลังไม่ได้ว่าอะไร

แต่ญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวยืนยันว่าจะให้แค่5หมื่น และทอง1บาท ทำให้ฝ่ายเจ้าสาวไม่พอใจ จึงให้ฝ่ายเจ้าบ่าวออกไปคุยปรึกษาหารือกันอีกครั้งที่หน้าบ้าน ฝ่ายเจ้าบ่าวออกไปนั่งคุยกันสักพักแล้วก็พากันเดินออกไปขึ้นรถและขับออกจากงานไป พร้อมกับนำเงินสินสอดและสร้อยคอทองคำรูปพรรณหนัก 1 บาทไปด้วย ทำให้เจ้าสาวถึงกับเป็นลมล้มพับญาติๆต้องช่วยกันปฐมพยาบาล พอฟื้นจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.พิมาย ให้ช่วยติดตามตัวเจ้าบ่าวให้มารับผิดชอบกับการกระทำที่ทำให้ครอบครัวฝ่ายหญิงต้องเสียหายอับอายแขกที่มาร่วมงานจำนวนมากรวมทั้งให้มารับผิดชอบกับค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายเจ้าสาวเสียไปด้วย ขณะที่กำลังให้ปากคำกับตำรวจอยู่นั้นญาติทางฝ่ายเจ้าสาวได้ติดต่อกับเจ้าบ่าวทางโทรศัพท์และเรียกให้กลับมาเจรจากันที่สถานีตำรวจพิมาย แต่ฝ่ายเจ้าบ่าวไม่ยอมจนมีการโต้เถียงกันทางโทรศัพท์อีกครั้งในที่สุดฝ่ายเจ้าบ่าวได้ปิดโทรศัพท์และเดินทางกลับ จ.พิจิตรทันที

ด้านพ.ต.ท.เด่นชัย ชำนาญในเมือง รองผู้กำกับการสภ.พิมาย เปิดเผยว่า ตำรวจจะเรียกฝ่ายเจ้าบ่าวมาพูดคุยตกลงกันกับฝ่ายเจ้าสาวถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการจัดงานแต่งงานโดยจากการสอบปากคำเบื้องต้นเจ้าสาวต้องการให้เจ้าบ่าวมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ส่วนเงินสินสอดนั้นทางเจ้าสาวและญาติๆไม่ติดใจอะไรและได้แจ้งล้มเลิกงานแต่งงานให้ฝ่ายเจ้าบ่าวทราบไปแล้ว

 




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ