“เมืองทองฯ” ทำได้เปิดรังอัดบริสเบน 3-0 ทะลุรอบ 16 ทีมเอเอฟซี ชปล.

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ บริสเบน โรว์ จากออสเตรเลีย 3-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ด้าน “โค้ชแบน” ชื่นชมลูกทีมที่ผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ แต่ไม่ฟันธงว่าจะจบอันดับไหนของกลุ่ม ต้องไปวัดฟอร์มกับ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส

การแข่งขันฟุตบอลสโมสรเอเชีย รายการ “เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017” นัดที่ 5 กลุ่มอี คู่ระหว่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่นำจ่าฝูงมี 8 คะแนน เปิดสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ บริสเบน โรว์ จากออสเตรเลีย ที่มีเพียง 4 คะแนน

เกมนี้เจ้าบ้าน “กิเลนผยอง” ขอแค่เสมอก็จะเข้ารอบทันที เนื่องจากอีกคู่ในกลุ่มเดียวกันที่จบก่อนหน้านี้ คาชิมา แอนท์เลอร์ส จากญี่ปุ่น บุกชนะ อุลซาน ฮุนได ทีมจากเคลีก-คลาสสิค เกาหลีใต้ 4-0 โดย “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน จัดทัพใหญ่วาง เซลิโอ ซานโตส กับ นาโออากิ อาโอยามะ เป็นปราการหลัง แดนกลางวาง ธีราทร บุญมาทัน ทำเกมร่วมกับ รัชพล นาวันโน ออกสตาร์ทป็นตัวจริงพร้อมด้วย อี โฮ ส่วนแนวรุก 3 ประสานวางใจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ , ธีรศิลป์ แดงดา และ ซิสโก้ ฆิเมเนส ล่าตาข่าย

ส่วนฝั่ง บริสเบน โรว์ ของเฮดโค้ช จอห์น อลอยซี่ หมดสิทธิ์ใช้งาน คอเรย์ บราวน์ กับ อัฟราม ปาปาโดปูรอส ติดโทษแบน และ 2 ศูนย์หน้าตัวเก่ง แบรตต์ โฮลแมน กับ เจมี่ แม็คคลาเรน มีอาการบาดเจ็บ แต่ยังได้ นิโคลาส ดีอากอสติโน่, โจอี้ คาเตเบียน เป็นแกนนำ

ครึ่งแรกทั้งสองทีมผลัดกันทำเกมรุกแต่ได้จังหวะหวาดเสียว นาทีที่ 36 เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ทริสตอง โด ครอสบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเสาสองให้ ซิสโก้ ฆิเมเนส โขกบอลลงพื้นกระดอนชนเหลี่ยมเสาด้านในตุงตาข่าย

หลังจากนั้นทีมเยือนตื่นจากภวังค์บุกหนักจนเกือบได้ประตูตีเสมอในช่วงท้ายครึ่งแรก นิโคลาส ดีอากอสติโน่ ปั่นจากระยะกว่า 20 หลาบอลจะมุดใต้คานอยู่แล้วแต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ พุ่งบินปัดออกไปได้ หมดครึ่งแรก เมืองทองฯ นำอยู่ 1-0

ครึ่งหลัง บริสเบน โรว์ ทำเกมบุกได้ดีกว่า ขึ้นทำเกมขึ้นไปแดน “กิเลนผยอง” ได้จบทุกครั้งแต่เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ สุดท้ายนาทีที่ 83 เมืองทองฯ ได้ประตูขึ้นนำอีกเป็น 2-0 วัฒนา พลายนุ่ม จ่ายบอลให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ พลิกบอลหลบแนวรับทีมเยือนก่อนเลี้ยงจี้เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

ยังไม่พอ!! นาทีที่ 89 ธีราทร บุญมาทัน ยิงจังหวะแรกบอลพุ่งมาหน้ากรอบเขตโทษให้ ธีรศิลป์ แดงดา ตามชาร์จเผาขนยิงประตูปิดบัญชีให้เจ้าบ้าน เอสซีจี เมืองทอง ยุไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ บริสเบน โรว์ 3-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร เตะ 5 นัด มี 11 คะแนนและยังไม่แพ้ใคร ขณะที่ คาชิมา แอนท์เลอร์ส มี 9 คะแนน เข้ารอบแน่นอนเหมือนกัน ส่วน บริสเบน กับ อุลซาน ตกรอบแล้ว อีกทั้งนัดนี้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำนัดนี้ด้วย โดยเกมสุดท้าย เมืองทองฯ จะบุกไปเยือน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส วันที่ 10 พ.ค. และเป็นการแย่งแชมป์กลุ่มด้วย

สำหรับการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ที่มีการปรับเปลี่ยนระบบใหม่ตั้งแต่ปี 2002-03 จากสถิติของสโมสรไทย มีแค่ 3 ทีมที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสองได้ คือ บีอีซี เทโรศาสน ในฤดูกาล 2002-03 ซึ่งฤดูกาลนั้น “มังกรไฟ” ไปไกลถึงนัดชิงชนะเลิศ แต่ทำได้เพียงแค่รองแชมป์ ทีมที่สอง คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบสองในปี 2013 โดยไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายก่อนแพ้ เอสเตกัล ของอิหร่านด้วยสกอร์รวม 2 นัด 1-3 และล่าสุดทีมที่ 3 ที่ทำได้ คือ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

หลังจบการแข่งขัน “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน เฮดโค้ชของ เอสซีจี เมืองทองฯ กล่าวชื่นชมลูกทีมที่การันตีเข้ารอบเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก โดยเจ้าตัวยังไม่ฟันธงว่าจะขอจบอันดับไหนของกลุ่ม ขอวัดฟอร์มกับการบุกเยือน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส

“เรามีปัญหาเรื่องนักเตะเจ็บ ทำให้ทีมไม่สมบูรณ์ ซึ่งผมพยายามปรับเชฟให้เหมาะสมกับทีม แม้เราจะมีปัญหาแต่ก็ต้องขอชื่นชมนักเตะ เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เล่นได้ตามแท็กติก และไม่ประมาทคู่ต่อสู้ในเกมนี้ ซึ่งการได้ 1 หรือ 3 แต้มคงจะเป็นผลพลอยได้ ส่วนเรื่องสถิติที่เก็บคะแนนเยอะสุดนั้น ผมคงไม่ได้มองเอาไว้”

“ส่วนการจะเข้ารอบเป็นที่ 1 หรือที่ 2 ของกลุ่มผมไม่ได้มองในจุดนั้น เพราะนี่ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วกับการเข้าสู่รอบสองได้ ส่วนจะเป็นที่ 1 หรือที่ 2 ผมไม่ได้มอง แต่ผมมองในเกมสุดท้ายที่เราจะบุกไปเยือน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ซึ่งเป็นเกมที่สำคัญแต่ก็อาจจะต้องพักผู้เล่นเพื่อเกมลีกด้วย เพราะอาจจะเกิดความล้ามาจากการแข่งขันได้”

ส่วนผลการแข่งขันในกลุ่มเอฟ
อุราวะ เรด ไดมอนส์ (ญี่ปุ่น) ชนะ เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอร์เรอร์ส (ออสเตรเลีย) 6-1
เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี (จีน) ชนะ เอฟซี โซล (เกาหลีใต้) 4-2

ขอขอบคุณไฮไลท์การแข่งขันจาก Youtube The AFC Hub




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ