คนไทยออกแบบชุดประจำชาติลาวปัง!!! คว้ารางวัลชุดยอดเยี่ยมเวที Miss Universe 2018

ผ่านพ้นไปแล้วกับเวทีการประกวดนางงามจักรวาล หรือเวที Miss Universe 2018 ต้องบอกเลยว่าคนไทยต่างช่วยกันส่งกำลังใจเชียร์ “นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์” กันทั้งประเทศ แม้จะเข้าเพียงรอบ 10 คนสุดท้าย แต่ก็ถือว่าเธอทำหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรีการเป็นตัวแทนประเทศไทยและเจ้าภาพในการจัดการประกวดครั้งนี้แล้ว

นอกจากนั้นยังมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้นบนเวทีประกวดนี้อีกหนึ่งเรื่อง นั่นก็คือการที่ชุดประจำชาติ จากตัวแทนประเทศลาว อย่าง “องอร-อรอนงค์ หอมสมบัติ” ได้คว้ารางวัลชุดยอดเยี่ยมในปีนี้ไปครอง ที่บอกว่าน่ายินดีก็เพราะ ผู้ที่ออกแบบชุดนั้นคือหนุ่มไทยที่ชื่อว่า “คัมภีร์-รพีภัทร สำเร” หรือหลาย ๆ คนอาจจะรู้จักเขาในฐานะ “คัมภีร์ อลังการ” นั่นเอง

วันนี้ ไบรท์ออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาถึงเรื่องการออกแบบชุด และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวรับรองว่าต้องเป็นอีกมุมที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนอย่างแน่นอน…

ทำความรู้จักกับ “คัมภีร์ อลังการ”

สวัสดีครับ ผมชื่อ รภีภัทร สำเร ชื่อเล่น คัมภีร์ แต่คนทั่วไปมักจะรู้จักผมในนาม “คัมภีร์ อลังการ” ซึ่งเป็นชื่อเพจของผม ที่ใช้ชื่อนี้ก็เพราะชื่อเล่นของผมถ้าแปลความหมายออกมาก็หมายถึง ตำรา, หนังสือ ผมเลยอยากให้เพจของผมเป็นเหมือนกับตำราหรือหนังสือแห่งความอลังการครับ ซึ่งถ้าคุณอยากได้ความอลังการก็อยากให้คุณนึกถึงผมนั่นเองครับ

ส่วนอาชีพหลัก ๆ ของผมตอนนี้ก็คือการชุดประจำชาติครับ เพราะงานแบบนี้จะมีให้ทำทั้งปี แล้วก็พยายามทำชุดขึ้นประกวดทุกเวทีไปเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับว่าเวทีนี้ของประเทศจะมอบโอกาสให้กับผมบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วผมเคยออกแบบชุดให้กับมิสแกรนด์ ซึ่งเป็นเวทีของประเทศไทย ส่วนเวทีของประเทศลาวก็เคยออกแบบให้หลายเวทีอยู่เหมือนกันครับ (ยิ้ม)

เมื่อโอกาสเข้ามาจึงขอคว้าไว้

อันดับแรกต้องบอกก่อนว่าผมไม่เคยเอาชุดขึ้นประกวดเวทีนางงามใหญ่ ๆ มาก่อนเลย เวที Miss Universe 2018 เวทีแรกของผมเลยครับ (ยิ้ม) แล้วการที่ผมได้ไปออกแบบชุดประจำชาติให้กับประเทศลาวในเวที Miss Universe 2018 ได้นั้น มันเริ่มต้นมาจากการที่ผมได้มีโอกาสไปออกแบบชุดให้กับนางงามสาวประเภทสองในประเทศลาวบนเวที Miss International Queen 2016 แล้วคว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมมาได้ ตอนนั้นคนลาวอยากรู้มากว่าใครเป็นคนทำชุดพญานาค นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มที่เป็นรู้จักในประเทศลาวนั่นเองครับ (ยิ้ม)

หลังจากนั้นเวลามีงานออกแบบชุดประจำชาติทางกองประกวดก็จะติดต่อผมมาตลอด จนมาถึงเวที Miss Universe 2018 นี่แหละครับ ทางกองประกวดก็ติดต่อมาหาผมโดยตรง เขาบอกผมว่าอยากได้งานที่เป็นครีเอทีฟที่ไม่ใช่แบบชุดลาวดั้งเดิม ผมเลยพยายามศึกษานิทานพื้นบ้านของประเทศลาวดูว่ามีตัวละครอะไรที่สามารถเอามาออกแบบเป็นชุดได้บ้าง แล้วก็ลงตัวกันที่กินรีครับ

แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่จากเหตุอุบัติภัยในประเทศลาว

สำหรับแรงบันดาลใจของการออกแบบชุดประจำชาติลาวในเวที Miss Universe 2018 ก็มาจากเหตุการณ์เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้อยแตกครับ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นน้ำใจของคนจากทุกประเทศทั่วโลกที่หันหน้าเข้ามาช่วยเหลือประเทศลาว ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสิ่งของหรือสมทบทุนก็ตาม ผมจึงอยากใช้เวทีนี้ในการขอบคุณคนทั้งโลกครับ (ยิ้ม)

ผมเลยต้องมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดีให้การขอบคุณครั้งนี้ดูยิ่งใหญ่ โดยมีตัวแทนขอบคุณคนทั้งโลกเป็นนางงามจากประเทศลาว เลยออกมาเป็นชุดนี้นั่นเอง ผมใช้กินรีเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับคนทั้งโลกว่า “ขอบคุณที่มาช่วยเหลือประเทศลาว”  ประมาณนี้ครับ (ยิ้ม)

ที่ชุดต้องเวอร์ขนาดนี้ก็เพราะผมเอาไอเดียมาจากคนที่เต้นเปิดหมวกเพื่อหาเงินสมทบทุนตามสถานที่ต่าง ๆ แต่เวลาเต้นเปิดหมวกเขาจะใส่ชุดสบาย ๆ กันใช่ไหมครับ แต่พอผมคิดจะเล่นใหญ่มันเลยออกมาเป็นแบบที่เห็นนี่แหละ (หัวเราะ)

ความอลังการของชุดคือสิ่งที่หวังไว้

ก่อนอื่นขอบอกว่าชุดนี้หนักทั้งหมดประมาณ 40 กิโลกรัมได้ ทุกอย่างบนชุดประมาณ 80-95% ทำมาจากยางพารา ผมผสมน้ำยาเอง จากนั้นก็นำมาแกะลายและลงลายละเอียดตามที่ออกแบบเอาไว้ ทุกอย่างบนชุดคืองานฝีมือล้วน ๆ เลยล่ะครับ (ยิ้ม) แต่สิ่งที่ผมคาดหวังเอาไว้มากที่สุดก็คือความอลังการของชุดนั่นเองครับ ความจริงผมต้องการแย่งซีนบนเวทีเหมือนกันนะ อยากให้คนเห็นแล้วรู้สึก ว้าว!!! ซึ่งว้าวของผมที่ตั้งเป้าหมายไว้มี 3 ว้าวด้วยกันคือ ว้าวแรกคือทำไมมากันตั้ง 3 คนแหนะ ว้าวต่อมาทำไมชุดถึงใหญ่ขนาดนี้ ส่วนว้าวสุดท้ายคือทำไมชุดถึงได้สีทองอร่ามขนาดนี้ (ยิ้ม) แต่ข้อจำกัดของชุดที่ผมต้องระวังก็คือ ชุดจะต้องใส่ง่าย น้ำหนักเบา ขยับตัวได้ง่ายและสามารถเต้นได้ด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครสนใจชุดเลยครับ

น้ำตาแห่งความดีใจหลั่งออกมาหลังจบงาน

ถ้าถามว่าตอนไหนที่รู้สึกตื่นเต้นมากที่สุด ผมขอตอบเลยว่าตอนที่ให้นางงามลองใส่ชุดนี่แหละครับ กลัวว่าจะใส่แล้วเดินไม่ได้น่ะครับ (หัวเราะ) ส่วนตอนนางงามขึ้นเวทีผมเป็นคนไปส่งเธอด้วยตัวเอง เพราะผมเป็นคนเข้าไปช่วยเธอแต่งตัวหลังเวทีครับ พอชุดผ่านกล้องไปเรียบร้อยแล้วความรู้สึกเครียดก็เข้ามาเต็มที่เลยครับ เพราะหลังจากนี้เราต้องรับกับกระแสต่าง ๆ ที่จะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น คอมเม้นท์จากโลกโซเชียล คำติชม รวมไปถึงกระแสสังคม บอกตรง ๆ ตอนนั้นผมไม่กล้าเปิดโทรศัพท์อ่านอะไรทั้งสิ้นเลย (หัวเราะ)

ตอนประกาศผลก็ไม่อยากหวังอะไรมาก พยายามคิดว่าไม่ได้หรอก (ยิ้ม) เพราะผมเป็นคนที่ทำอะไรแล้วจะตั้งใจมาก และมีความคาดหวังสูง  แล้วพอผิดหวังผมก็มักจะต้องมาเหนื่อยกับการร้องไห้ให้กับการผิดหวัง เพราะเราเต็มที่กับสิ่งที่ทำลงไปมาก ๆ ถ้าถามว่าผมพอใจกับชุดที่ผมออกแบบไหม ผมตอบได้เต็มปากว่า “พอใจมาก” และนางงามก็ทำได้เต็มที่แล้ว

แต่พอไม่เห็นน้องอรในชุดว่ายน้ำเหมือนประเทศอื่น ๆ แต่กลับไปยืนรออยู่ตรงที่ประกาศผลชุดประจำชาติก็รู้สึกแค่ว่า “เอ๊ะ…เราได้เหรอ?” แค่นั้นเอง แต่มันไปรู้สึกอีกทีตอนหลังจากเลิกงาน ตอนที่ทุกคนกลับหมดแล้ว แล้วเราต้องเดินกลับโรงแรมคนเดียว ตอนนั้นเดินไปร้องไห้ไป อยากร้องไห้ออกมาให้มากที่สุด รู้สึกว่าหายเหนื่อย ที่สำคัญรู้สึกว่าเราสามารถทำความฝันตั้งแต่ตอนเรียนได้สำเร็จแล้ว

ปลื้มมากกว่าชุดได้รางวัลคือการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ

แม้ผมจะออกแบบชุดประจำชาติให้กับประเทศลาว แถมยังคว้างรางวัลชุดประจำชาติมาครองได้ ก็รู้สึกดีใจไม่เท่ากับการที่มีคนมองเห็นว่าคนออกแบบชุดเป็นคนไทย ทุกคนเห็นตัวตนของผมความรู้สึกมันเหมือนกับผมได้ไปยืนอยู่บนเวทีประกวดด้วยแม้จะยืนอยู่หลังเวทีก็ตาม ผมรู้สึกดีใจตรงที่ว่าคนไทยทุกคนยังสนใจในฝีมือของคนทำ ไม่ได้มองเพียงแต่ตัวผลงาน แม้ผลงานนั้นจะใช้ชื่อที่นอกเหนือจากประเทศไทย แต่หากเป็นฝีมือของคนไทย ทุกคนก็พร้อมจะยินดีและชื่นชม (ยิ้ม)

ฝีมือยังไม่ถึงจึงไม่กล้าออกแบบชุดให้ประเทศไทย

มีบางกระแสเหมือนกันที่ถามว่าผมไม่คิดจะออกแบบชุดให้ประเทศไทยบ้างเหรอ ผมบอกไว้ตรงนี้เลยครับว่าผมอยากออกแบบชุดให้กับเวทีของประเทศไทยมาก ๆ แต่ผมรู้สึกว่าฝีมือขอผมยังไม่เก่งพอครับ (ยิ้ม) ผมกำลังรอพัฒนาฝีมือของตัวเองอยู่ การส่งชุดประกวดในไทยนั้นต้องเข้าถึงรอบ 5 คนสุดท้ายถึงจะได้พรีเซนต์ชุดต่อหน้าคณะกรรมการ ผมอยากให้กรรมการฟังการพรีเซนต์ของผมแล้วเชื่อมั่นว่าผมสามารถทำชุดแบบนี้ออกมาได้จริง ๆ ไม่ใช่ฟังแล้วเกิดคำถามขึ้นมาว่าจะทำได้เหรอ? อีกอย่างผมเป็นคนที่วาดรูปไม่เก่งเลยกลัวว่าวาดแบบไปแล้วคณะกรรมการจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมสื่อครับ แต่ตอนนี้ผมก็พยายามเรียนวาดรูปอยู่นะครับ (หัวเราะ)

ไลฟสไตล์สุดโปรดคือการออกแบบชุด

ปกติผมเป็นคนไม่ชอบอยู่ว่าง ๆ ต้องทำงานตลอดเวลา ผมทำงานวันละ 20 ชั่วโมงนอนแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น เวลาว่างผมมักจะชอบหยิบกระดาษเอามาวาดรูปชุดเสร็จแล้วก็เอาไปเก็บเอาไว้ พอผ่านไป 3-4 วันก็กลับมาดูอีกทีว่าชอบหรือไม่ชอบชุดไหน ชุดไหนที่ไม่ชอบก็จะขยำทิ้งไป (หัวเราะ)

รักการดีไซน์จนไม่สามารถบรรยายออกมาได้

ถ้าให้อธิบายว่าทำไมถึงรักการดีไซน์มากขนาดนี้ มันไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้น่ะครับ (ยิ้ม) ผมแค่รู้สึกว่าขอแค่ได้ทำในสิ่งที่ชอบก็พอใจแล้ว บางครั้งไม่ได้ค่าตอบแทนแต่ผมก็ทำนะ เพราะรู้สึกว่ามันทำให้ผมมีความสุข ผมสามารถอยู่แต่ในบ้านที่มีแต่กองงานของผมได้โดยที่ไม่ต้องออกไปไหน ผมไม่ชอบอยู่ในที่โล่ง ๆ ไม่ชอบเที่ยว ไม่ชอบออกนอกบ้าน (หัวเราะ) แต่เวลาผมไปไหนผมก็พยายามมองสิ่งรอบตัวเพื่อมาเพิ่มไอเดียให้กับตัวเอง สิ่งที่ผมชอบพกติดตัวตลอดเวลาก็คือ “ดินสอและกระดาษ” เพราะเวลาเจออะไรที่รู้สึกว่ามันเป็นแรงบันดาลใจก็จะวาดเก็บเอาไว้ แต่ถ้าไม่มีก็จะใช้มือถือถ่ายรูปเอาไว้แทนครับ (ยิ้ม)

มากกว่าค่าตอบแทนคือการพัฒนาตนเองแบบไม่สิ้นสุด

การดีไซน์นอกจากจะให้ค่าตอบแทนกับผมแล้ว มันยังให้ความฝัน ความพยายาม ความขยัน ความทะเยอทยาน ผมรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องตามใครและสามารถเป็นผู้นำได้ในแบบความคิดนอกกรอบ สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมว่าต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ซื่อสัตย์ต่อผลงานของตัวเอง ต้องเต็มที่กับทุกงาน ห้ามโกงความคิดของตัวเอง อย่าให้โจทย์ที่ยากกับตัวเอง แต่จงให้โจทย์ที่ยากกับความสามารถของตัวเองเสมอ เพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่านี่แหละคือค่าตอบแทนผมได้รับจากการดีไซน์ที่มีค่ามากกว่าเงิน (ยิ้ม)

ฝากถึงเหล่าแฟนคลับและคนที่เพิ่งหันมาติดตามผลงาน

สำหรับคนที่ติดตามผลงานอยู่แล้ว ผมก็อยากให้ติดตามผลงานต่อ ๆ ไปอีก อยากให้ติดตามว่าผมจะมีไอเดียอะไรออกมาขายอีกบ้าง อะไรงัดอะไรออกมาสู้อีก (ยิ้ม) ส่วนกลุ่มคนใหม่ ๆ ที่เพิ่งรู้จักผม ผมก็อยากให้ทำความรู้จักและศึกษาสไตล์งานของผมให้มากขึ้น อยากให้รู้ว่างานทุกชิ้นเกิดขึ้นจากความตั้งใจ ผมไม่ได้ทำงานแค่ให้เกิดความสวยงามอย่างเดียว แต่ทำเพื่อให้ได้มาตามความต้องการของโจทย์ที่ได้รับ อยากให้ทุกคนเข้าใจ มีความสุข และตะลึงกับผลงานของผมที่ทำออกมาครับ (ยิ้ม)

ความจริงแล้ว “รภีภัทร สำเร” หรือ “คัมภีร์ อลังการ” อยู่ในวงการดีไซน์ชุดมานานกว่า 7 ปีแล้ว แต่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการการออกแบบชุดประจำชาติได้เพียง 2 ปีเท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2560 จนมาถึงปัจจุบัน แต่เพราะด้วยการที่เขากล้าคว้าโอกาสที่เขามาเอาไว้อย่างไม่กลัวและทุ่มเททำทุกอย่างด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างเต็มที่ จึงทำให้เขาประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้นั่นเอง

ขอบคุณรูปภาพจาก : คำภีร์ อลังการ 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :

หัวใจนักสู้ H’Hen Nie มิสยูนิเวิร์สเวียดนาม สู่การเป็น Top 5 Miss Universe 2018

ส่องเทรนด์! หน้ากากแฟชั่น ยุค โควิด19 ประเทศเยอรมนี

หน้ากากแฟชั่น เว็บไซต์ซินหัว เผยภาพ ผู้คนในกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี สรรหาวิธีปิดคลุมปากและจมูกรูปแบบต่างๆ ทดแทนการสวม

วิธีการลงทะเบียนรับ กล่องแบ่งปัน โครงการอาสามาเยี่ยมของ มูลนิธิกระจกเงา

มูลนิธิกระจกเงา ตอบทุกข้อสงสัย วิธีลงทะเบียนรับ กล่องแบ่งปัน โดยโครงการอาสามาเยี่ยม หน้าตา ข้อมูล ที่ต้องกรอกมีอะไร ทำอย่างไรบ้าง ดังนี้ เมื่อคลิ๊กลิงค์

แบบนี้ก็มี! แอร์อินเดีย อ่านค่านักบินติดเชื้อ โควิด19 ผิด สั่งเที่ยวบินหันกลับ

โควิด19 เว็บไซต์ซินหัวนิวส์ เปิดเผยว่า สายการบิน แอร์อินเดีย ได้เรียกเครื่องบินที่กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซียกลับประเทศ

www.เราไม่ทิ้งกัน.com สถานะสีเขียว โอนเงินไม่สำเร็จ รอลุ้น 15,000 บาทพรุ่งนี้ 1 มิย.

www.เราไม่ทิ้งกัน.com เข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายของมาตรการเราไม่ทิ้งกัน เยียวยาโควิด19 ประชาชนที่เดือดร้อน โดยนอกจากที่วันพรุ่งนี้ 1 มิถุนายน 2563

ทวิตเตอร์ แสบ! ซ่อนข้อความ ทรัมป์ เหตุเชิดชูการใช้ความรุนแรง

ทวิตเตอร์ ได้ซ่อนทวีตข้อความของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากโปรไฟล์ของเขา โดยให้เหตุผลว่าข้อความละเมิด