เปิดมุมมองนางเอกสายดาร์ก“คิทตี้”กับบท“แนนโน๊ะ”ตัวละครแอบจิต

อีกหนึ่งซีรีส์วัยรุ่นที่มาแรงและเป็นกระแสมาก ๆ กับเรื่อง เด็กใหม่ Girl From Nowhere ที่ได้นางเอกสาวสายดาร์กอย่าง “คิทตี้ ชิชา อมาตยกุล” มารับบทเป็น “แนนโน๊ะ”  สาวนักเรียนมอปลายปริศนา ผมม้า สุดแซ่บ เด็กใหม่ที่จะเข้ามาเผยด้านมืดของคนรอบข้าง ทุกโรงเรียน

UBright ทนกระแสความฮอตทั้งของซีรีส์และของแนนโน๊ะไม่ไหว จึงขอต่อสายตรงสัมภาษณ์ถึงนางเอกสาวอย่าง คิทตี้ เสียเลย เรามาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น และหลงรักความเป็นนางเอกสายดาร์กของเธอไปพร้อม ๆ กันดีกว่า…

แนนโน๊ะ

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ-นามสกุล : ชิชา อมาตยกุล

ชื่อเล่น : คิทตี้

วันเกิด : 5 สิงหาคม พ.ศ. 2536

น้ำหนัก : (สาวคิทตี้ขอไม่บอกนะคะ)

ส่วนสูง : 170 เซนติเมตร

สิ่งที่ชอบ : ชอบแมว ชอบท่องเที่ยวค่ะ และก็ชอบดูหนังมาก ๆ

สีที่ชอบ : สีดำ

อาหาร : ชอบกินซูชิ กับข้าวไข่ดาว (กินง่ายอยู่ง่ายมาก ๆ )

ผลไม้ที่ชอบ : ไม่ค่อยชอบผลไม้เลยค่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบ : ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบไปในที่ที่คนเยอะ ๆ  เพราะอยู่ในที่คนพลุกพล่านแล้วปวดหัวนิดหน่อย

สไตล์การแต่งตัว : ง่าย ๆ ค่ะ คิทชอบใส่เสื้อยืดกับกางเกงหรืออะไรก็ได้ที่ใส่ง่าย ๆ ไปได้ทุกที่  จริง ๆ ชอบแต่งตัวแบบแมน ๆ มากกว่าสาว ๆ   เสื้อยืดที่ใส่บางทีก็ใส่ตราห่านค่ะ

แนนโน๊ะ

บทบาทแนนโน๊ะ กับกระแสที่มาแรงมาก ๆ ในตอนนี้ ตัดสินใจนานไหมก่อนที่จะรับเล่น

“สำหรับบทนี้ เป็นการเรียกเข้าไป Casting ค่ะ เราก็เข้าไป Casting แต่ว่าตอนที่เห็นบทก็รู้สึกว่าอยากเล่นจังเลยบทนี้ บทน่าเล่นมาก อีกทั้งเรายังใช้เวลารอค่อนข้างนานกว่าจะได้รับคอนเฟิร์มว่าเป็นเราที่ได้เล่น ซึ่งก็ใกล้ถ่ายมาก ๆ แล้วด้วยซ้ำค่ะ พอถึงตอนที่ก้าวเข้าไปเล่น ไม่ได้คาดหวังด้วยซ้ำว่าจะมีกระแสตอบรับที่ดีขนาดนี้ ตอนแรกคิทคิดว่ามันจะเป็นแค่ซีรีส์ที่ดูกันเฉพาะกลุ่ม ก็คาดหวังแค่ว่าจะมีคนดูซีรีส์เรื่องนี้บ้างเท่านั้นเองค่ะ คือไม่ได้นึกเลยค่ะว่าอยู่ดี ๆ ซีรีส์จะมาแรง จะมีคนติดตามและพูดถึงแนนโน๊ะมากขนาดนี้”

ความเข้มข้น / เนื้อหาของซีรีส์

“ซีรีส์มันเป็นซีรีส์แนว Mysterious-fantasy ค่ะ คือจะมีความลึกลับและก็มีความแฟนตาซี ทั้งหมดไม่ได้แบกอยู่บนตรรกะของโลกแห่งความเป็นจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ หมายถึงมีเรื่องเหลือเชื่อต่าง ๆ และตัวละครหลาย ๆ ตัวก็ถูกผลักให้ไปสู่ทางที่เลวสุด ๆ หรือว่าดีสุด ๆ ซีรีส์เรื่องนี้มาจากข่าวจริงทั้ง 13 ตอน ซึ่งเป็นข่าวทั้งในประเทศไทยและก็นอกประเทศ ซึ่งเป็นข่าวที่เกี่ยวกับวงการการศึกษา เช่น ครูลวนลามเด็กนักเรียน  เพื่อนหลอกลวงเพื่อนไปถูกข่มขืน  เรื่องของการก็อปงาน หรือเรื่องที่เด็กถูกกดดันจากสังคมจนเครียดฆ่าตัวตาย แล้วก็ข่าวที่อยู่ดี ๆ ก็มีคนเข้ามาแทงเด็กนักเรียนในโรงเรียน ประมาณนี้ค่ะ”

แนนโน๊ะ

ซีรีส์เรื่องนี้ให้อะไรกับเราบ้าง

“ซีรีส์เรื่องนี้ต้องบอกว่าแนนโน๊ะให้อะไรกับคิทเยอะมาก ในส่วนหนึ่งเหมือนแนนโน๊ะเองก็ช่วยชุบชีวิตคิทขึ้นมาใหม่  เหมือนที่ผ่านมาหลาย ๆ คนจะรู้จักคิทจากข่าวเสีย ๆ หรือข่าวที่ไม่ดี แนนโน๊ะก็ได้ทำให้หลายคนรู้จักคิท ว่าในสิ่งที่เราตั้งใจ พยายาม ในเรื่องของความทุ่มเทค่ะ ทำให้คนอื่นได้มองเราตรงนั้นมากกว่ามองว่าเราเคยเป็นแฟนใครมาก่อน  และแนนโน๊ะก็สอนคิทในหลาย ๆ อย่าง สอนให้เราเข้าใจโลกมากขึ้นในหลาย ๆ มุม ว่าบางทีเรื่องที่เราเคยแอนตี้  เรารู้สึกว่าก็ไม่เห็นเป็นไร ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไปนะ อย่างเช่นเรื่องของการใส่ชุดนักเรียน ในการเคารพ dress code ของสถานที่ต่าง ๆ  ให้ถูกกาลเทศะ บางครั้งเมื่อก่อนเราก็รู้สึกว่าทำไมเราต้องทำแบบนั้น แต่พอมารับบทเป็นแนนโน๊ะ เราก็มองเห็นอีกมุมหนึ่งว่าในความเป็นส่วนรวม ในความเป็นสังคมใด ๆ การที่มี dress code อย่างเช่น ชุดนักเรียน หรือการที่เราแต่งตัวดีไปรับประทานอาหารในบางสถานที่ ทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้นทั้งหมด ซึ่งถ้าเรารู้สึกตัวว่าเราไม่อยากจะเข้าไปทำตามกติกาของเขา เราก็ไม่ควรจะเข้าไปตั้งแต่แรก”

แนนโน๊ะกับคิทตี้แตกต่างกันยังไงบ้าง

“อย่างแรกที่แตกต่างกันแบบชัดเจนเลยคือแนนโน๊ะไม่ใช่คน แนนโน๊ะตายไม่ได้ แต่คิทตายได้ (หัวเราะ) ส่วนที่คล้ายกันอาจจะเป็นเรื่องของมุมมองมั้งค่ะ ที่มีความเป็น outsider เหมือนกัน….  เหมือนคิทเป็นคนที่ค่อนข้างจะเป็นตัวเองประมาณนึงค่ะ ไม่ได้ถูกเหวี่ยงไปตามกระแสของสังคมเท่าไหร่ เราก็ไม่ได้เป็นคนที่เล่น Facebook ตลอดเวลาหรือติด Twitter ตลอดเวลาค่ะ ซึ่งส่วนนี้น่าจะเป็นส่วนที่คล้ายแนนโน๊ะว่าเราเป็นผู้เฝ้ามองมากกว่า”

แนนโน๊ะ แนนโน๊ะ

ขอบอกเพิ่มเติมในส่วนนี้ว่า คิทตี้เคยสร้างผลงานในวงการบันเทิงมาแล้วตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยเจ้าตัวได้เข้าสังกัดกามิกาเซ่และมีผลงานเพลงร่วมกับวง Kiss me five มีเพลง Morning kiss,ไวต่อความรู้สึก (Sensitive) และ คิดก่อนทิ้ง (One Last Chance) อีกทั้งยังมีผลงานเอ็มวีเพลง โฆษณา ละครและภาพยนต์อีกหลายเรื่อง ก่อนที่จะมาดังเป็นพลุแตกกับบท “แนนโน๊ะ” ในเรื่องเด็กใหม่ Girl From Nowhere

การร้องเพลงกับการแสดงซีรีส์ต่างกันอย่างไร

“คิทมองว่าการที่เราร้องเพลง สิ่งแรกที่เราได้รับทันทีซึ่งอาชีพอื่น ๆ คงไม่มีทางได้รับรู้ความรู้สึกนั้น ก็คือการที่เรารู้ทันทีว่ามีคนชอบสิ่งที่เราทำ หรือมีคนรักสิ่งที่เราทำ เราเห็น reaction ของคนทันทีว่าเขาร้องเพลงเราได้นะ เขาส่งเสียงเชียร์เรา เขากรี๊ดให้เรา แต่ในการทำงานแสดง ตลอดช่วงเวลาที่ถ่ายทำ คิทไม่กล้าคิดด้วยซ้ำว่าจะมีคนชอบแนนโน๊ะ คิทไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าถ้าซีรีส์ออกมาคนจะชอบแนนโน๊ะหรือเปล่า อย่างตอนนี้เราก็ได้ reaction จากการที่มีคนเข้ามา comment หรือว่าเห็นจากใน hashtag ใน Twitter อะไรแบบนี้ค่ะ ซึ่งถ้าถามคิท คิทคิดว่าความรู้สึกที่เราเจอคนจริง ๆ จะอิ่มเอมกว่าค่ะ  แต่ถ้าถามคิทว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน จริงๆ คิทก็ชอบทั้งสองอย่าง คิทมองว่าอะไรที่เหมาะกับเรา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี   สมมุติถ้าคิทจะกลับไปร้องเพลงอีกครั้ง ครั้งนี้ก็อยากจะเลือกเพลงที่มีความเป็นตัวคิท ถ่ายทอดสิ่งที่คิทเป็นจริง ๆ ได้มากกว่าเดิมค่ะ”

แนนโน๊ะ แนนโน๊ะ

ภาพลักษณ์ที่เราเห็นคิทตี้จากสื่อก็ต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ถูกใจใครไปบ้าง ด้วยความเป็นตัวของตัวเอง ของเจ้าตัว บวกกับความดาร์กที่เจ้าตัวมี คุณลองเปิดใจ และลองดูไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเธอดูซักหน่อยสิ แล้วคุณจะหลงรักผู้หญิงที่ชื่อว่า “คิทตี้ ชิชา” อย่างเต็มใจ

 ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

“ส่วนมากถ้าไม่มีงาน คิทจะเป็นคนที่นอนตื่นสายประมาณหนึ่งเลย คิทเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบออกไปข้างนอกเท่าไหร่ เป็นคนที่อยู่ติดบ้าน ประมาณนั้นค่ะ  แล้วก็เป็นคนที่ชอบดูซีรีส์ ชอบอยู่บ้าน อยู่กับแมว อยู่กับหนัง มากกว่าการออกไปพบปะสังสรรค์ค่ะ”

มีเทคนิคการดูแลตัวเองยังไงบ้าง

“คิทเป็นคนไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่ค่ะ เหมือนคิทเป็นคนที่ไม่ค่อยมี routine  แบบ skin care 10 Step หรืออะไรแบบนี้  แต่ถ้าช่วงไหนที่คิทรู้สึกว่าร่างกายพังมาก ๆ ก็จะทาครีมบ้าง อาจจะทาครีมที่หน้านิดหน่อย ประมาณหนึ่งเดือน และก็จะมีวันที่ไปนวดหน้าบ้างค่ะ เพราะรู้ตัวว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองก็เลยคิดว่าถ้าไปนวดหน้า น่าจะบำรุงเราได้นานกว่า”

เรื่องการเรียนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลาย ๆ คนจะต้องตกใจ เพราะสาวคิทตี้ของเรา เธอเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยเจ้าตัวบอกว่าเป็นการเทียบโอน เราจึงขอเคล็บลับการเรียนเก่งของเธอมาฝากทุกคนกัน

เคล็ดลับการเรียนเก่งแบบคิทตี้

“เราต้องทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรากำลังเรียนอยู่ค่ะ คิทมองว่าถ้าเราเข้าใจ ก็จะเป็นเรื่องที่เราไม่ต้องท่องจำ ไม่ว่าเมื่อไหร่ เราก็ยังจะเข้าใจเรื่องนั้นอยู่ ซึ่งวิธีการที่จะเข้าใจอะไรที่ว่า คิทว่าก็น่าจะขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละบุคคล  แต่ในแบบของคิทจะใช้ความเชื่อมโยง  อย่างเมื่อก่อนเรียนสังคม คิทก็จะพยายามเชื่อมโยงกับสิ่งที่คิทชอบ เช่น ญี่ปุ่นใช้ค่าเงินอะไร เงินเยน มีราชวงศ์มั้ย อ๋อมีนายกด้วย เหมือนตั้งคำถามแล้วหาคำตอบให้ตัวเอง มีเมืองหลวงชื่อโตเกียวนะ ประมาณนี้ค่ะ และก็พยายามจะใช้ภาพช่วยค่ะ ในการจดจำสิ่งต่าง ๆ”

แนนโน๊ะ

ตอนนี้เจ้าตัวก็เปิดเผยหวานใจคนใหม่เป็นที่เรียบร้อย โดยเจ้าตัวได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องหัวใจของเราไว้ว่า ถ้าในเรื่องของความรักคนที่เข้ามาจะต้องเป็นแบบไหน

“ต้องเป็นคนที่ทำทุกวันให้พิเศษค่ะ คิทไม่เชื่อเรื่องของการที่หนึ่งปีมีวันพิเศษสามวัน วันเกิดเรา  วันเกิดเขา หรือวาเลนไทน์อะไรแบบนี้ คิทมองว่าถ้าทุกวันคือวันพิเศษ และเราจะอยู่กันไปได้เรื่อย ๆ แล้วก็ไม่ต้องสร้างความคาดหวังว่าปีหน้า หรืออีกอีกสิบปีข้างหน้าจะเป็นยังไง คิทมองว่าถ้าทุกวันเป็นวันที่ดี เราจะเดินทางไปถึงวันที่เราเคยคาดหวังมาก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องคิดมาก และก็ไม่กดดันกันทั้งสองฝ่าย”

แนนโน๊ะ

ไม่ว่าจะเป็น “คิทตี้” หรือ “แนนโน๊ะ” ต่างก็มีเสน่ห์ในตัวเองที่แตกต่างกัน และหลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบ UBright เชื่อว่าคุณจะต้องหลงรักเธออย่างแน่นอน

ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @kittychicha




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ