จีนรุก ‘ละตินอเมริกา’ คล้องแขน ‘ปานามา’ ลงนามความร่วมมือ

จีนเริ่มรุกข้ามโลกแล้วค่ะ เพราะเมื่อวานนี้ (3 ธันวาคม 2561) ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ได้เดินทางไปเยือนปานามาเพื่อลงนามความร่วมมือในละตินอเมริกาเป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายอิทธิพลของจีนในอเมริกากลางด้วย

ความจริงจีนได้เริ่มเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับนานาประเทศเมื่อปีที่แล้วนี้เองค่ะ และด้วยข้อเสนอใหม่ที่น่าสนใจ ทำให้ปานามากลายเป็นประเทศแรกในละตินอเมริกาที่ได้ลงนามในโครงการริเริ่มการลงทุน “Belt and Road” ของปักกิ่ง

โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายฮวน คาร์ลอส วาเรลา (Juan Carlos Varela) ประธานาธิบดีปานามา ได้ลงนามข้อตกลง 19 ข้อ ซึ่งครอบคลุมเรื่องสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน, ข้อตกลงที่จีนจะให้ความช่วยเหลือด้านการเงินซึ่งไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในโครงการต่างๆ (non-reimbursable), บันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการค้า การท่องเที่ยว และการศึกษา รวมถึงข้อเสนออื่น ๆ เกี่ยวกับการค้า โครงสร้างพื้นฐาน และการธนาคาร

ทั้งนี้ นายวาเรลา ได้กล่าวขอบคุณต่อการเยือนปานามาของประธานาธิบดีจีนในครั้งนี้ พร้อมทั้งกล่าวถึงคำพูดของนายจิ้นผิงที่เคยระบุถึงเศรษฐกิจของจีนว่าเปรียบเสมือน ซึ่งประธานาธิบดีปานามาก็บอกว่า “ผมต้องการเติมเต็มคำพูดเหล่านี้ด้วยการบอกว่า ปานามาจะเป็นตัวเชื่อมต่อมหาสมุทร 2 แห่ง และการมาเยือนของ สี จิ้นผิง ถือเป็นการรวมประเทศของเราไว้ในฐานะแนวร่วมทางการค้า และการเปิดประตูสู่ประเทศละตินอเมริกา”

 

ทางด้านนายสี จิ้นผิง ก็กล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีกับปานามาในครั้งนี้ว่า “ความสัมพันธ์ทวิภาคีของเรามีการเริ่มต้นที่แข็งแกร่งหลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งปีครึ่งเท่านั้น และทั้งสองประเทศต้องกลายเป็นหุ้นส่วนที่มีส่วนร่วมซึ่งกันและกัน และได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน”

หากถามว่า ทำไมปานามาจึงเป็นประเทศที่มีความสำคัญ?  ก็คงต้องบอกว่าประเทศจีนมีความสนใจเป็นพิเศษต่อประเทศแห่งนี้ เนื่องจากปานามามีสถานที่ตั้งเชิงกลยุทธ์และ ‘คลอง’ อันเป็นตำนานโด่งดัง นอกจากนี้ยังมีความน่าสนใจอย่างยิ่งในเรื่องความมั่นคงทางการเมือง การเติบโตของเศรษฐกิจและระบบเครือข่ายทางการเงินองประเทศ ซึ่งปักกิ่งหวังจะใช้ปานามาเป็นศูนย์กลางการขนส่งเพื่อช่วยขยายการค้าในละตินอเมริกาและแคริบเบียนนั่นเอง

บทบาทที่เพิ่มขึ้นของปักกิ่งในละตินอเมริกาครั้งนี้น่าจะดึงดูดความสนใจจากสหรัฐอเมริกามากขึ้นไปอีก เพราะอาจทำให้เกิดความหวั่นเกรงว่าเมืองลุงแซมจะสูญเสียอิทธิพลในเขตที่เป็นเสมือนสนามหลังบ้านของตัวเอง ซึ่งกลุ่มประเทศในละตินอเมริกาได้พยายามที่จะกระชับสัมพันธไมตรีกับจีนโดยไม่ยอมรับการเป็นอิสระของไต้หวัน และการสูญเสียดังกล่าวของอเมริกากำลังถูกเร่งเครื่องขึ้นโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมพ์ ต่อกรณีผู้อพยพชาวละตินอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่ามีความเป็นไปได้ที่ปานามาจะต้องเผชิญกับการแก้แค้นจากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ใช้บริการรายหลักของคลองปานามา หากมีข้อพิพาทระหว่างสองประเทศมหาอำนาจเกิดขึ้นจากกรณีคลองปานามานี้

อ้อ… เป็นไปได้นะคะว่าข้อเสนอทั้ง 19 ข้อในการลงนามครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่กำลังเติบโตของปานามาและจีน ซึ่งส่งผลต่อการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีที่กำลังอยู่ระหว่างการหารือจ้า

 

ใจคอพี่จีนคงจะรุกคืบทุกพื้นที่ทั่วโลกล่ะค่ะ … ประเทศไทยเองก็นิ่งนอนใจไม่ได้นะคะ เพราะแว่วว่าล่าสุดผักผลไม้ทางจีนก็ถูกส่งเข้ามาทำให้ราคาพืชผลของไทยตกฮวบฮาบเลยเช่นกัน

 

 

ที่มา: www.dw.com

Photo via: Instagram jcvarelapty

 




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ