3 อาหารเสี่ยง! กระตุ้น ‘การอักเสบ’ สาเหตุของสารพัดโรค

‘การอักเสบ’ แบบเรื้อรัง ภายในอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายคือสาเหตุของสารพัดโรค! (จะเรียกว่าเกือบทุกโรคบนโลกใบนี้ก็ได้ค่ะ) ซึ่งปัจจัยของการอักเสบมีหลายอย่าง แต่รู้ไหมว่าอาหารและเครื่องดื่มที่เราได้รับเข้าไปในแต่ละวันนั้นเป็นต้นเหตุสำคัญที่สุด โดยเฉพาะ ‘น้ำตาล คาเฟอีน และแอลกอฮอล์’ 3 อาหารเสี่ยง! ที่เชื่อว่าแทบทุกคนรับเข้าร่างกายทุกวัน (แต่มากน้อยต่างกันไปเท่านั้นเอง)

ทั้ง 3 สิ่งนี้แหละค่ะที่จะไปกระตุ้นการอักเสบเรื้อรังที่จะส่งผลกระทบต่อลำไส้โดยตรง แต่เชื่อไหมคะท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นกระทบทั้งระบบ ซึ่งหมายถึงเอฟเฟ็กต์ต่ออวัยวะเกือบทุกส่วนในร่างกายนั่นแหละ ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มต้นวันผ่านการกระตุ้นตัวเองด้วยคาเฟอีน และปิดจ๊อบออฟเดอะเดย์อย่างผ่อนคลายด้วยไวน์ เบียร์ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่เชื่อว่าช่วยรับมือกับความเครียดในแต่ละวันไปได้จนกลายเป็นวงจรซ้ำๆ ขอให้ฟังทางนี้ค่ะ เพราะไบรท์ออนไลน์กำลังจะมาบอกว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นจาก 3 สิ่งที่คุณกินเข้าไป

น้ำตาล

น้ำตาลคือต้นตอหลักเลยค่ะของ ‘การอักเสบ’ ทั้งยังอันตรายต่อลำไส้และสุขภาพโดยรวมของคุณด้วย เพราะมันทำให้เกิดการอักเสบแบบค่อยเป็นค่อยไป (Chronic Low Grade Inflammation) ซึ่งก่อให้เกิดโรคเรื้อรังหลายอย่าง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวานประเภท 2 และโรคอ้วน ที่มีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เพิ่มขึ้นภายในเนื้อเยื่อไขมันซึ่งเรียกว่า การเผาผลาญอักเสบ (metabolic inflammation)

นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดการ ‘ดื้ออินซูลิน’ ซึ่งส่งผลให้ตับอ่อนทำงานหนักเกินไปเพราะต้องหลั่งอินซูลินมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และการดื้ออินซูลินยังนำไปสู่ภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) ที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารของร่างกายผิดปกติ สาเหตุสำคัญของโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ

เชื่อว่าแทบทุกคนรู้ดีค่ะว่าผลกระทบของน้ำตาลต่อสุขภาพของเรานั้นเป้นอย่างไร หลายคนจึงพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดการกินน้ำตาลลง แต่ที่น่าตกใจคือ ‘น้ำตาล’ กลับแทรกอยู่ในอาหารแทบจะทุกชนิดโดยที่เราไม่รู้ เช่น ซอสมะเขือเทศ นมอัลมอนด์ หรือแม้แต่น้ำตาลที่พบในสิ่งที่เราเชื่อในประโยชน์ของมันอย่างผลไม้ก็ยังเต็มไปด้วยฟรุกโตส ที่สามารถทำให้อาการอักเสบและภาวะดื้ออินซูลินได้เช่นกัน ดังนั้น ปริมาณน้ำตาลที่แนะนำคือ ไม่เกิน 25 กรัมต่อวันนะคะ

คาเฟอีน

ความจริงแรกที่ปฏิเสธไม่ได้คือคนเรามักตอบสนองต่อคาเฟอีนแตกต่างกันค่ะ ซึ่งขึ้นอยู่กับความช้า-เร็วของระบบเผาผลาญ บางคนดื่มกาแฟ 3 ถ้วยต่อวันได้แบบชิลๆ ในขณะที่มีหลายคนเพียงแค่ได้กลิ่นกาแฟก็สั่นแล้ว ดังนั้น สิ่งสำคัญของการบริโภคคาเฟอีนคือ ‘ฟังและสังเกต’ สัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกคุณค่ะ

แล้วคาเฟอีนไปเกี่ยวกับการอักเสบได้ยังไง ต้องบอกแบบนี้ค่ะว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ดื่มกาแฟดำ มีหลายคนที่เติมน้ำตาล ครีมเทียม หรือแม้แต่ดื่มกาแฟเย็นที่มีส่วนผสมหลายอย่างซึ่งอุดมด้วย ‘น้ำตาล’ แน่นอนค่ะ…ย้อนกลับไปดูที่ต้นคลิป! เอ๊ยยย…ไม่ใช่ค่ะ รบกวนกลับไปอ่านเรื่องน้ำตาลก่อนนะคะว่ามีผลต่อการอักเสบและอินซูลินในร่างกายอย่างไร

แต่ถ้าใครคิดว่า ‘รอด’ เพราะเป็นสายเข้ม ต้องกาแฟดำเพียวๆ เท่านั้น ก็ขอให้ฟังกันก่อนค่ะ เพราะ ‘คาเฟอีน’ มีผลทำให้ร่างกายของคุณขาดน้ำได้มาก อีกทั้งยังจะเพิ่ม ‘ความอยาก’ คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลของร่างกายด้วย สุดท้าย…มันก็นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักอยู่ดี ดังนั้น คาเฟอีนที่ร่างกายสามารถรับได้คือไม่เกิน 50 หรือกาแฟ 1 ถ้วยต่อวัน เซฟสุดค่ะ

แอลกอฮอล์

เคยได้ยินเหมือนกันค่ะความเชื่อที่ว่าการดื่มแอลกอฮอล์เบาๆ (หรือปานกลาง) มีผลต้าน ‘การอักเสบ’ ได้ แต่อย่างไรก็ตามค่ะ คุณจำกัดปริมาณการดื่มให้ ‘เบา’ ได้ตลอดจริงหรือ? เพราะแอลกอฮอล์ในปริมาณ ‘ไม่เบา’ นั้นสามารถทำให้เกิดการอักเสบในลำไส้ได้ดีสุดๆ เชียวล่ะ ดังนั้น การจิบไวน์แดงออแกนิกส์สักแก้วเป็นครั้งคราวก็มีผลกระทบต่อร่างกายของคุณไม่ต่างจากเครื่องดื่มอื่นๆ ที่เต็มไปด้วย ‘น้ำตาลแอลกอฮอล์’ เลยค่ะ

ซึ่งนอกจากการตอบสนองการอักเสบอย่างรุนแรงของลำไส้แล้ว แอลกอฮอล์ยังมีผลให้ร่างกายของคุณขาดน้ำด้วย (ผลก็ไม่ต่างจาก ‘คาเฟอีน’ เลยใช่มั้ยคะ) ดังนั้น หากจะดื่มแอลกอฮอล์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดื่มน้ำให้มากพอด้วย และควรดื่มเพียงครั้งละ 1 แก้ว และไม่ควรเกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์นะคะ

จริงๆ ก็รู้นะคะว่าเรื่องกินเรื่องใหญ่ ห้ามกันยาก แต่การตามใจปากจนเกินไปก็น่ากังวลอยู่ไม่น้อย ดังนั้น ขอให้สมดุลละกันเนาะทั้งการกิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต อยากเห็นทุกคนสุขภาพดีน้า

 

ที่มา: www.ecowatch.com




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ