5 ไลฟ์สไตล์ช่วยโลก! ลดคาร์บอนไดออกไซด์

เคยบอกไปแล้วค่ะว่า ‘สหรัฐอเมริกา’ คือแชมป์ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มากที่สุดในโลก ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยค่ะที่คอลัมน์ล่าสุดของ ‘Seattle Times’ โดย Jon Talton จะมีการเผยแพร่เรื่อง ‘หลังเหตุการณ์ในปี 2018 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเรา’ ที่กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อันจะส่งผลกระทบต่อทุกคนบนโลกใบนี้ ซึ่งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) เปิดเผยว่า เรามีเวลาเพียง 12 ปีเท่านั้นในการดำเนินการเยียวยาแก้ไขก่อนที่ปัญหาจะเร่งความเร็วบานปลายจนเราทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป

โดยหนึ่งในแนวคิดใหม่เกี่ยวกับอนาคตของประชากรโลกคือการ ‘ปรับเปลี่ยน’ พฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์เรา และ 5 ไลฟ์สไตล์ต่อไปนี้คือสิ่งที่น่าจะตอบโจทย์ที่สุดที่เราจะสามารถทำได้คนละไม้ละมือเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยยังไม่ต้องอาศัยการจัดการใดๆ จากรัฐบาล และแน่นอน…มันขึ้นอยู่กับคุณว่าจะ ‘เลือก’ แบบไหน #สะดวกแบบนี้ ไหม?

1.มีลูกคนเดียวพอ

หากประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลกอย่างสหรัฐอเมริกา มีมาตรการจำกัดจำนวนประชากรให้ทุกครอบครัวมีลูกเพียง 1คน จะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 119 ตันต่อปีเชียวนะคะ เพราะเพียงแค่ให้ช่วยกันเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อลดปริมาณ CO2 อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากจำนวนคนที่ ‘มาก’ ก็จะไปใช้ทรัพยากรในส่วนอื่นให้ลดน้อยลงไปอยู่ดี ดังนั้น ถ้าจะช่วยโลกการควบคุมจำนวนประชากรก็เป็นคำตอบหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ

2.งดใช้รถยนต์

ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3.1 ตันต่อปี เข้าใจค่ะว่าการใช้ชีวิตโดยปราศจากรถยนต์ดูจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนส่วนใหญ่ค่ะ แต่มันก็ดีกว่าหากเราจะมีการใช้รถยนต์ให้น้อยลง หรือเลือกที่จะเดิน ขี่จักรยาน หรือแม้กระทั่งใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่มีการปล่อยมลพิษต่ำกว่าการใช้รถยนต์นะคะ

3. เลี่ยงการบินข้ามแอตแลนติก

ถ้าพูดถึงการข้ามแอตแลนติกก็น่าจะหมายถึงการเดินทางข้ามไปมาระหว่างประชากรโลกฝั่งโซนยุโรป แอฟริกา และอเมริกานู่นแหละค่ะ (แต่ก็ใช่ว่าคนฝั่งเอเชียจะเดินทางข้ามแปซิฟิกน้อยกว่าเขาหรือไม่เคยข้ามไปเที่ยวฟากนู้นเลยนี่นา…จริงมั้ย) เอาเป็นว่าถ้าลดการบินข้ามแอตแลนติกสัก 1 เที่ยวบินจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1.6 ตันต่อปีเลยค่ะ

4. เลือกใช้พลังงานสีเขียว

พลังงานสีเขียว (Green energy) คือพลังงานจากวัตถุดิบที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น พลังงานชีวมวล พลังงานลม ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1.4 ตันต่อปีเชียวค่ะ ดังนั้น ลองเช็กหน่อยซิว่า ‘ไฟฟ้า’ หรือพลังงานที่คุณใช้ในบ้านมาจากแหล่งใด แล้วมีพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่น่าสนใจและพอจะเป็นไปได้สำหรับการนำมาใช้ในบ้านของคุณได้บ้างมั้ยนะ

5. ‘กินมังฯ’ เป็นหลัก

จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 9 ตันต่อปี การปรับตัวเองไปสู่การทาน ‘มังสวิรัติ’ (Vegan) อาจต้องใช้เวลาสักระยะ ดังนั้น ลองเริ่มต้นด้วยการงด ‘สัตว์กีบ’ แล้วเลือกทานเฉพาะ ‘สัตว์ปีก’ ควบคู่กับพืชผักผลไม้ไปก่อนก็ได้นะคะ

ตัวเลขของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงอาจไม่เท่านี้เป๊ะๆ หรอกนะคะ ก็แหม ‘base on America’ นะ ทางฝั่งไทยเราอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ตามไลฟ์สไตล์และจำนวนประชากร แต่ถ้าอ้างอิงจากข่าวภาวะวิกฤติของปริมาณฝุ่นละอองในอากาศของไทยในช่วงนี้ ก็ไม่น่าจะต้องสนใจเรื่องตัวเลขแล้วล่ะค่ะ … ลองเริ่มลงมือเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตกันดูบ้างน่าจะดีกว่า

 

ที่มา: www.seattletimes.com


เรื่องที่เกี่ยวข้อง: มาดูกัน! ประเทศไหนปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากที่สุดในโลก