ใครกันหนอคิดกล้องดิจิทัลคนแรกของโลก

สมัยก่อนกว่าจะถ่ายรูปได้แต่ละทีต้องเล็งแล้วเล็งอีก ระวังแล้วระวังอีกว่าถ่ายออกมาจะสวยไหม จะชัดไหม แต่ที่ต้องลุ้นสุด ๆ คงจะเป็นต้องล้างภาพออกมา เพราะมันไม่สามารถลบหรือแก้ไขอะไรได้เลย ถ่ายออกมาดีรูปก็สวยไป ถ่ายออกมาแย่รูปก็เสียไปตามระเบียบ

แต่ย้อนกลับไป 44 ปีที่แล้ว ในปี พ.ศ.2518 วงการถ่ายรูปก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างสื้นเชิง เพราะชายที่ชื่อว่า Steven Sasson เขาเป็นวิศวกรไฟฟ้าและเป็นคนแรกที่ประดิษฐ์กล้องดิจิทัลตัวแรกขึ้นมาที่ Eastman Kodak โดยตอนนั้นกล้องมีน้ำหนัก 8 ปอนด์ หรือ 3.6 กิโลกรัม และมีความละเอียดเพียง 100 × 100 (0.01 ล้านพิกเซล ) เท่านั้น เมื่อเวลาถ่ายภาพผ่านกล้องดิจิทัล ภาพถูกบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ต ซึ่งกระบวนการบันทึกภาพนั้นใช้เวลา 23 วินาที

ตอนนั้นกล้องของ Steven Sasson สามารถถ่ายได้เพียงภาพขาวดำเท่านั้น หลังจากที่เขาเริ่มโครงการออกแบบกล้องดิจิทัล เขาก็ได้คาดการณ์เอาไว้ถึงอนาคตแล้วว่าต่อไปกล้องจะต้องสามารถถ่ายสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ด้วย

ความจริงแล้วที่ Steven Sasson ต้องประดิษฐ์กล้องดิจิทัลขึ้นมานั้นก็เป็นเพราะความต้องการของ หัวหน้างานที่อยู่ในบริษัท Eastman Kodak นั่นเอง หลังจากที่กล้องถูกประดิษฐ์ขึ้นมาก็ได้รับหมายเลขสิทธิบัตรรับรองจากสหรัฐอเมริกาทันที

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2552 ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้มอบรางวัลเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติให้กับ Steven Sasson นอกจากนั้นเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2555 ทางสมาคมถ่ายภาพแห่งราชอาณาจักรมอบรางวัลเหรียญแห่งความก้าวหน้าและการเป็นพันธมิตรกิตติมศักดิ์ให้กับ Steven Sasson เช่นกัน โดยรางวัลที่มอบให้นั้นเกี่ยวกับ “การรับรู้ของการประดิษฐ์ การวิจัย การตีพิมพ์ หรือการบริจาคอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ในแง่ที่กว้างที่สุด”

ณ ตอนนี้ Steven Sasson ก็ยังคงทำงานให้กับบริษัท Eastman Kodak โดยรับหน้าที่ในการดูแลเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา แถมเขายังถูกแต่งตั้งให้เข้าสู่หอเกียรติยศนักประดิษฐ์แห่งชาติในปี พ.ศ.2554 อีกด้วย

นับว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่สามารถประดิษฐ์สิ่งวิเศษที่ทำให้พวกเราสามารถเก็บความทรงจำในช่วงเวลาต่าง ๆ เอาไว้ดูได้โดยไม่จางหาย แถมถ้าถ่ายได้ไม่ดีก็สามารถลบทิ้งแล้วถ่ายได้ใหม่ โดยไม่ต้องมานั่งลุ้นเหมือนตอนกล้องฟิล์มอีกด้วย ไบรท์ออนไลน์ ต้องขอยกย่องในความสามารถของ Steven Sasson จริง ๆ ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Wikipedia 




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ