Jay Park โพสต์แจง หลังถูกกล่าวหาว่าฉวยโอกาสทางวัฒนธรรม

  • Jay Park เป็นอดีตหัวหน้าวงและสมาชิกวง 2PM ซึ่งเป็นบอยแบรนด์สุดฮอตในเกาหลีใต้
  • เขามีความสามารถในการร้องเพลง แต่งท่อนแร็ป และเต้นบีบอย
  • หลังจากลาออกจากวง 2PM เขาก็ออกมินิอัลบั้มในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยมีกลุ่มบีบอย Art of movement (AOM) ให้การสนับสนุน
  • ปัจจุบันเขาได้ก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า H1GHR MUSIC RECORDS

กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในโลกโซเชียลถึงกับมีชื่อติดแฮชแท็กฮิตบนทวิตเตอร์ เมื่อหนุ่ม Jay Park ได้โพสต์ทวิตเตอร์ถึงเรื่องการฉวยโอกาสทางวัฒนธรรมมาจากชาติอื่น หลังจากนั้นถึงออกมาโพสต์ข้อความขอโทษบนอินสตาแกรม

ศิลปินลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน แถมยังเป็น CEO และผู้ก่อตั้งค่ายเพลง H1GHR MUSIC อย่างหนุ่ม Jay Park ถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่เขาแชร์คลิปวิดีโอของ Avatar Darko เพื่อแสดงให้เห็นถึงพรสวรค์ของนักร้องคนนี้

ชาวเน็ตชี้ให้ Jay Park ถึงทรงผมของ Avatar Darko ซึ่งเป็นสไตล์ Dreadlocks มันทำให้เห็นว่านักร้องคนนี้มีการฉวยโอกาสทางวัฒนธรรม ในเรื่องของการทำผมทรง Dreadlocks มาจากชาวแอฟริกัน แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้มีเชื้อสายแอฟริกันโดยตรงแม้แต่นิดเดียว จึงดูเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติชาวแอฟริกันสักเท่าไหร่

โดย Jay Park ได้ตอบกลับคอมเม้นท์ของชาวเน็ตว่า “Like every time I twist my hair into spikes with gel, y’all say the same s*** ’cause y’all THINK it looks like dreads… to be honest, this is getting pretty ridiculous… I can’t style my hair?” (การทำผมททรงนี้มันก็เหมือนกับตอนที่ผมเอาเจลมาบิดผมให้เป็นทรงแหลม ๆ แล้วพวกคุณบอกว่าทรงผมของผมมันน่ากลัวนั่นแหละ พูดตามตรงเรื่องนี้มันไร้สาระมาก ๆ ทำไมผมถึงไม่สามารถจัดการกับสไตล์ผมของตัวผมเองได้”

 

แต่สิ่งที่ทำให้เหล่า Black Twitter โกรธแค้นมากที่สุด คงจะเป็นความคิดเห็นอื่น ๆ ของ Jay Park มากกว่า เพราะเขาได้เปรียบเทียบคนอเมริกันที่ไม่ใช่ชาวแอฟริกันแต่ทำผมทรง Dreadlocks กับคนที่ไม่ใช่ชาวเอเชียแต่กลับฟังเพลง K-POP นั่นเอง

Jay Park ได้เขียนเอาไว้ในอินสตาแกรมว่า “Yooo feeling somebodies (sic) music is personal opinion but hating on somebody cause their hairstyle…im sorry but THAT aint it… Jay Park and Avatar Darko never disrespect the culture and always give back, Thats like saying a non asian person shouldnt use korean words and shouldnt listen to kpop cause they didnt go through all the suffering korean ppl went through (if u dont know look the shit up). Its 2019 every culture every ethnicity influences each other and as long as we not disrespecting each other and as long as we not disrespecting each other its all love and nothing else. If I sound like a dumb ass because of this comment then I guess im a dumbass.” (โย่วววว รู้สึกว่าบางคนจะมีอาการป่วย เรื่องดนตรีเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่บางคนกลับเกลียดเพลงเพียงเพราะทรงผมของนักร้อง แต่ไม่ใช่ผมอย่างแน่นอน Jay Park และ Avatar Darko ไม่เคยดูหมิ่นวัฒนธรรมของใครและมอบกลับไปให้เสมอ การทำแบบนั้นก็เหมือนกับการพูดว่าถ้าไม่ใช่คนเอเชียก็ไม่เคยใช้ภาษาเกาหลีและไม่ควรฟังเพลง K-POP เพราะพวกเขาไม่เคยผ่านความทุกข์ทรมานแบบที่คนเกาหลีเคยผ่านมา (ถ้าคุณไม่รู้จริงก็อย่าพูด) ในปี 2019 ทุกวัฒนธรรม ทุกเชื้อชาติ ล้วนมีอิทธิพลต่อกัน ตราบใดที่เราไม่ดูหมื่นซึ่งกันและกัน ทั้งหมดมันจะกลายเป็นความรักและไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันอาจจะฟังดูเหมือนผมพูดอะไรโง่ ๆ นั่นก็เพราะว่าคอมเม้นท์นี้ผมคิดแบบโง่ ๆ นั่นเอง)

หลังจากนั้นหนุ่ม Jay Park ยังได้ตามอ่านคอมเม้นท์อื่น ๆ รวมถึงเข้าไปโต้ตอบอีกด้วย นั่นทำให้เหล่าชาวเน็ตตีความหมายคอมเม้นท์ที่เขาตอบไปในทางที่ผิด ๆ สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหวต้องปิดการคอมเม้นท์ในอินสตาแกรมของเขา พร้อมทั้งโพสต์ขอโทษ รวมถึงมาเขียนอธิบายเพิ่มเติมในทวิตเตอร์ว่ามุมมองในการมองวัฒนธรรมของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน และความแตกต่างนั้นเป็นสิ่งที่สวยงาม วัฒนธรรมล้วนมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน รวมถึงยังสร้างแรงบันดาลใจให้กันและกันได้อีกด้วย

เขายังได้เขียนเพิ่มเติมในทวิตเตอร์เอาไว้อีกว่า “In no way was I telling anybody not to listen to a certain type of music or do things from a certain culture cause in no way do I speak for everybody in that culture so who am I to say,” (ผมไม่มีทางบอกคนอื่นว่าจะไม่ฟังเพลงบางประเภทหรือทำสิ่งต่าง ๆ เพียงเพราะมีสาเหตุมาจากเรื่องวัฒนธรรม ผมไม่มีทางพูดกับอะไรกับคนที่ชื่นชอบในวัฒนธรรมนั้น ๆ ได้อย่างแน่นอน”

“I was just trying to give examples so ppl could understand perspectives but I feel there is no talking to the internet. I probably have the most diversity around me more than anyone else in the Korean music industry and it’s not just to look ‘cool.” (ผมก็แค่พยายามยกตัวอย่างให้คนเข้าใจในมุมมองของผมบ้าง แต่ผมรู้สึกว่าไม่มีการพูดคุยกันในโลกอินเทอร์เน็ต ในวงการเพลงเกาหลีมันยังมีความหลากหลายอีกมากอยู่รอบตัวผม ซึ่งมันไม่ได้ดูเท่แค่เพียงอย่างเดียว”

สุดท้าย Jay Park ได้เขียนโน๊ตเอาไว้ว่าตัวเขาเองไม่ใช่คนที่ไร้ความรู้สึก แต่เมื่อเห็นคนอื่นมีอคติกับเขา มันทำให้เขาถึงกับโพสต์เอาไว้ว่า “saddened to see that some of yall would think that I’m that insensitive.” (ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่มีหลายคนคิดว่าผมไม่มีความรู้สึกอะไรเลย)

ล่าสุดทาง ไบรท์ออนไลน์ ได้เข้าไปหาคลิปวิดีโอต้นเหตุของดราม่าทั้งหมดในอินสตราแกรมของ Jay Park แต่กลับไม่พบเสียแล้ว คาดว่าเขาน่าจะลบทิ้งหลังจากดราม่าทั้งหมดจบลง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : NextShark 

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : h1ghrmusic 




แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำอื่นๆ