กกต.ถกพรรคการเมือง กำหนดกรอบหาเสียงก่อนเลือกตั้ง

“กกต.” เรียกถก 77 พรรคการเมืองคึกคัก เร่งหาข้อสรุป “ป้ายหาเสียง-ค่าใช้จ่าย-การหาเสียงผ่านโซเซียลฯ”

วันที่ 19 ธ.ค. เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมหารือระหว่างกกต.พรรคการเมือง ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยมีพรรคการเมืองจำนวน 77 พรรค เข้าร่วมหารืออย่างคึกคัก อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคอนาคตใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังชล โดยการหารือครั้งนี้ กกต.กำหนดประเด็นไว้ 3 เรื่อง 1.การกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ของผู้สมัครแบบเขตไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคน ส่วนวงเงินค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองตามสัดส่วนการส่งผู้สมัคร ระหว่าง 10-70 ล้านบาท 

2.การกำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำ การกำหนดสถานที่ หรือที่ปิดประกาศแผ่นป้ายโฆษณาการเลือกตั้ง โดยกำหนดขนาดป้ายหาเสียงให้เป็นแนวตั้งกว้างไม่เกิน 30 เซ็นติเมตร สูงไม่เกิน 42 เซ็นติเมตร หรือกระดาษขนาดเอ 3 รวมแล้วไม่เกิน 10 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะเนื้อหาในป้ายหาเสียง สามารถระบุชื่อ ภาพถ่ายผู้สมัคร ภาพถ่ายผู้สมัครคู่กับหัวหน้าพรรค หรือบุคคลที่นักการเมืองมีมติเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี ชื่อพรรคการเมืองและโลโก้พรรค หมายเลขผู้สมัคร ข้อความอื่นได้เท่าที่จำเป็น นอกจากนี้การติดแผ่นป้ายหาเสียงของผู้สมัครและพรรคการเมือง กำหนดให้เป็นแนวตั้งขนาดความกว้างไม่เกิน 130 เซ็นติเมตร สูงไม่เกิน 245 เซ็นติเมตร ส่วนกรณีผู้สมัครจัดทำจำนวนไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง และพรรคการเมืองจัดทำจำนวนไม่เกิน 1 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง เฉพาะที่พรรคการเมืองส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยเนื้อหาในป้ายหาเสียง สามารถระบุชื่อ ภาพถ่ายผู้สมัคร ภาพถ่ายผู้สมัครคู่กับหัวหน้าพรรค หรือบุคคลที่นักการเมืองมีมติเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี ชื่อพรรคการเมืองและโลโก้พรรค หมายเลขผู้สมัคร ข้อความอื่นได้เท่าที่จำเป็น

3.การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง และระยะเวลาการหาเสียงให้กกต.รับทราบ ส่วนบุคคลที่ไม่ใช่ผู้สมัครและพรรคการเมือง สามารถช่วยผู้สมัครและพรรคหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยต้องระบุข้อมูลผู้ดำเนินการที่สามารถเจาะจงตัวตนได้ ระบุผู้จัดทำ และหากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกิน 10,000 บาทให้ผู้นั้นแจ้งต่อผู้สมัครและพรรคการเมืองทราบ 

กรณีผู้สมัครพรรคการเมืองหรือผู้ใด กระทำการต้องห้ามตามระเบียบให้กกต.สั่งให้แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูล และให้สำนักงานกกต.แจ้งคำสั่งให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใด ดำเนินการตามคำสั่งนั้นโดยเร็ว กรณีผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดไม่ดำเนินการตามคำสั่งให้สำนักงาน กกต. แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

อย่างไรก็ตาม การประชุมระหว่างกกต.กับพรรคการเมืองในครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ประชุมแต่อย่างใด