คนอุดมศึกษาเดือด ให้เป็น “กรม” อยู่ใน กท.ใหม่

อุดมศึกษาเดือด! ร่าง พ.ร.บ.กระทรวงการอุดมศึกษา ผ่าน สนช.วาระแรก ผุด “กรมการอุดมศึกษาฯ” อยู่ภายใต้กระทรวงใหม่ “หมออุดม” ซัด ผิดหลักการที่วางไว้ให้ขับเคลื่อนงานได้คล่องตัว แต่กลับลดบทบาทลง เผยชาวมหาวิทยาลัยระบุ อยู่ สกอ.เดิมดีกว่า

ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผ่านวาระ 1 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยกำหนดให้มีกรมการอุดมศึกษาอยู่ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ว่า รู้สึกผิดหวัง เพราะวางแนวทางไว้ว่า อุดมศึกษาจะถูกยกระดับแสดงบทบาทสำคัญ ซึ่งทราบมาว่ามีการเพิ่มกรมการอุดมศึกษาในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในหลักการการตั้งกระทรวงใหม่ ได้นำสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) รวมเข้ากับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เพื่อขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยมีอุดมศึกษาเป็นผู้นำ แต่เมื่อมีการปรับอุดมศึกษาไปเป็น“กรม” ภายใต้กระทรวงใหม่ทำให้ผิดจากหลักการที่วางไว้ตั้งแต่ต้น

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า เดิมออกแบบโครงสร้างกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ให้เป็นกระทรวงที่มีกรมเดียว คือ สำนักงานปลัดฯ เพราะต้องการให้มีความคล่องตัว แต่เมื่อเกิดกรมการอุดมศึกษา เท่ากับลดบทบาทอุดมศึกษา จาก สกอ.ที่มีผู้บริหารระดับ (ซี) 11 มาเป็นกรมเล็กลง ผู้บริหารตำแหน่งระดับ 10 ภาระงานเล็กลง ขณะที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยก็มีตำแหน่งระดับ 10 เช่นกัน ซึ่งในการบริหารงานต้องพอที่จะสนับสนุนและส่งเสริมกันได้ การทำงานจะป็นคอขวด เพราะมหาวิทยาลัยต้องประสานงานผ่านระบบราชการ เช่น ผ่านรองอธิบดี ไปที่อธิบดี และไปที่สำนักงานปลัด จากร่างเดิมที่ไปที่สำนักงานปลัดฯ ได้เลย นอกจากนี้บทบาทการเป็นผู้นำของอุดมศึกษาจะลดลงไม่สามารถไปขับเคลื่อนงานได้ เพราะบุคลากรของ สกอ.ที่ดูเรื่องการอุดมศึกษาจะมาอยู่กรมการอุดมศึกษาแค่ 40% ที่เหลือกระจายไปที่สำนักงานปลัดฯ สำนักนโยบายฯ สำนักวิจัย เป็นต้น การเป็นกรมไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง หาเป็นแบบนี้ทางอุดมศึกษาก็เห็นว่าอยู่ สกอ.เดิมดีกว่า

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ยื่นหนังสือถึง สนช.และ กมธ.เพื่อขอให้ทบทวนมติดังกล่าวแล้ว และวันที่ 21 ก.พ.นี้ กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) และ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.) จะยื่นหนังสือถึง สนช. และ กมธ. เพื่อขอให้ทบทวนเช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากไม่เร่งทบทวนและปล่อยไว้จะเกิดความโกลาหลขึ้นแน่ เพราะมหาวิทยาลัยต่างไม่พอใจกับร่างดังกล่าว ซึ่งหากจะมีการทบทวนร่าง พ.ร.บ.กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ต้องดำเนินการในการพิจารณาของ สนช.วาระ 2 และ วาระ 3 ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เพราะถ้าเข้าสู่การพิจาณาวาระ 3 ส่วนใหญ่จะพิจารณาตามที่ กมธ.วิสามัญฯ เสนอมา