ดร.เซปิง ร้องถูกกลั่นแกล้ง และมีผู้อยู่เบื้องหลัง หลังถูกดำเนินคดีข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน”

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุม น.ส.เซปิง ไชยศาส์น ข้อหา ฉ้อโกงประชาชน โดยโฆษณาการทำศัยกรรมเกินความจริง หลังจากที่กลุ่มผู้เสียว่า 30 ราย ได้เข้าแจ้งความ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการจากการทำศัลยกรรมผล ใบหน้าเป็นแผลและผิดรูปไม่ได้ตามที่ตกลง รวมถึงได้ไม่เป็นไปตามโฆษณา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมหลักฐานและขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลได้อนุมัติหมายจับที่ จ.108/2562 และ จ.109/2562 ลงวันที่ 1 เมษายน 2562

โดยเมื่อวานนี้ (3เม.ย.) ช่วงเวลา 16.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นจับกุม ดร.เซปิง ในบ้านพักหมู่บ้านมณียา มาสเตอร์พิช ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อนำตัวมาโรงพัก
แต่ไม่ยอม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องเจรจากว่าชั่วโมง ถึงจะยอมเดินทางมาโรงพัก แต่ขอขับรถยนต์เบนซ์สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ณ 1987 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถส่วนตัวไปเอง ซึ่งเมื่อมาถึงโรงพัก ดร.เซปิง ไม่ยอมลงจากรถ เนื่องจากไม่อยากพบผู้สื่อข่าว กระทั่งเวลา 19.30 น.ส.เซปิง พร้อม ทนายความ ได้ยอมลงจากรถ

“ดร.เซปิง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ระหว่างทางเดินขึ้นโรงพัก ว่า ตนถูกกลั่นแกล้ง และเรื่องนี้มีผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งศาลจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า ตนผิดหรือถูก ”  ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองห้องพนักงานสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวตามขึ้นไปทำข่าวแต่อย่างใด

สำหรับ น.ส.เซปิง ไชยศาส์น ก่อนที่จะถูกดำเนินคดีดังกล่าว ได้ทำศัลยกรรมให้กับ นายสุรชัย สมบัติเจริญ ในโครงการ “เฟซออฟบายด็อกเตอร์เซปิง” รวมถึงช่องยูทูป “ด็อกเตอร์เซปิง” ซึ่งเป็นช่องนำเสนอวีดีโอเกี่ยวกับการทำศัลยกรรม ในโครงการ เฟซออฟบายด็อกเตอร์เซปิง โดย น.ส.เซปิง ได้โฆษณาว่า ตนเองนั้นจบด็อกเตอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมใบหน้า และโฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถทำศัลยกรรมได้ดีที่สุด ใบหน้าบวมขึ้นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น ไม่มีรอยช้ำ และทำให้อ่อนเยาว์ลง 10-20 ปี นอกจากนั้นยังมีการยื่นข้อเสนอลดราคาค่าบริการให้ถูกลง กลุ่มผู้เสียหายจึงหลงเชื่อชำระค่ามัดจำในการจองคิววันผ่าตัด โดยโอนเข้าบัญชีธนาคาร โครงการเฟซออฟ จึงมีคนหลงเชื่อเพื่อทำศัลยกรรมใบหน้า

แต่หลังจากเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง ผลที่ได้รับกลับไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ บางคนใบหน้าบวมและปวดมาก และจะมีอาการดังกล่าวเป็นระยะเวลา 2-3 เดือน หรือมีอาการชา บริเวณศรีษะ หลังอาการบวมหาย ปรากฏว่าใบหน้าของผู้เสียหายไม่สวย ยังคงมีริ้วรอย ไม่ได้อ่อนวัยลง และกลับมีรอยแผลเป็นเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามที่มีการโฆษณาไว้แต่อย่างใด ทำให้สูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงการคิดค่าบริการเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่แจ้งไว้มาก หากผู้ใดไม่มีชำระก็จะให้ผ่อนชำระได้ ผู้เสียหายจึงยอมทำศัลยกรรมตามโครงการดังกล่าว