นายกฯ ยันรัฐบาลเร่งแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา

“ประยุทธ์” ออกรายการศาสตร์พระราชา ชูแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา ด้วยแนวทางเสมอภาค ด้าน “กสศ.” ชวนนักเรียน ม.3/ม.6/ปวช.3 ยากจนแต่เรียนดี-มีความสามารถ สมัครทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กสศ. รุ่นแรกปี 62 รับ 2,500 คน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อคืนวันที่ 15 ก.พ. ถึงเรื่องการศึกษาตอนหนึ่งว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้แก้ปัญหาที่หมักหมมมานานนับสิบๆ ปี พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนาเพื่อวันข้างหน้า ผ่านโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทรัพยากรของชาติ โดยเฉพาะในส่วนที่น้อยคนนักจะมองเห็น หรือให้ความสนใจ ได้แก่ กองทุนส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาในการที่จะดูแลทรัพยากรมนุษย์ของเรา เป็นการขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งรู้หรือไม่ว่าในแต่ละปี มีเด็กไทยมากกว่า 670,000 คน หลุดออกจากระบบการศึกษา เพียงเพราะความยากจน

ด้าน นพ.สุภกร บัวสาย  ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า เด็กเยาวชนยากจนที่สุดของประเทศมีโอกาสเรียนต่อระดับอุดมศึกษาเพียง 5% เพราะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ครัวเรือน นักเรียนอายุ 15 ปีในชนบทมีความรู้ความสามารถล้าหลังกว่านักเรียนในเมืองใหญ่เกือบ 2 ปีการศึกษา โดย กสศ. ได้เล็งเห็นว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ ต้องแก้ไขด้วยแนวทางเสมอภาค เพราะเด็ก เยาวชนแต่ละคนมีความจำเป็นและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาไม่เท่ากัน ความเท่าเทียมในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาจึงไม่อาจเพียงพอ แต่ต้องอยู่บนหลักการของความเสมอภาค ที่คำนึงถึงข้อมูล ความจำเป็นและปัญหาของผู้เรียนแต่ละคนโดยเฉพาะบริบทของพื้นที่ซึ่งแตกต่างกัน กสศ. จึงเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน ด้วยการใช้ความรู้เป็นตัวนำ มีสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ผลิตองค์ความรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศโดยร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยระดับนานาชาติ พัฒนาต้นแบบหรือนวัตกรรมปฏิรูปที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปขยายผล 

“เสนอแนะมาตรการเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย พร้อมกับระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา เกี่ยวกับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่ กสศ. สามารถหักลดหย่อนได้เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคสำหรับบุคคลธรรมดา ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถหักเป็นรายจ่ายได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่บริจาค ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา”นพ.สุภกร กล่าว 

นพ.สุภกร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่สำคัญเป็นรูปธรรม คือการทำงานร่วมกันระหว่าง กสศ. กับ สพฐ. ในการดำเนินการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ และจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไขในปีการศึกษา 2561 จำนวน 1,600 บาทต่อคนให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษจำนวนทั้งสิ้น 517,004 คน ใน 26,557 สถานศึกษาสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ และมีแผนจะขยายผลไปสู่สถานศึกษาสังกัด อปท. และ ตชด. อีกราว 2,200 แห่งทั่วประเทศต่อไป ส่วนในปีการศึกษา 2562 เรื่องนี้ถือเป็นปฏิรูปกระบวนการจัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแก่นักเรียนยากจนที่สุดในระบบการศึกษา ทำให้ สพฐ. เป็นหน่วยผู้จัดการศึกษาแรกในประเทศไทย ที่สามารถจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนตามอุปสงค์ ตรงตามความต้องการของนักเรียนเป็นรายบุคคล

นพ.สุภกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ข้อค้นพบจากผลการสอบ PISA (Program for International Student Assessment) พบว่าประเทศไทยมีเด็กกลุ่มช้างเผือก หรือ Resilient Student หรือนักเรียนที่มีระดับเศรษฐฐานะต่ำสุด 25% ของประเทศ แต่สามารถทำคะแนนสอบได้เป็นกลุ่มสูงที่สุด 25% ของโลก เป็นเด็กที่สามารถเอาชนะอุปสรรคในชีวิตได้จำนวนราว 3.33% แต่หากขจัดอุปสรรคด้านทุนการศึกษา จำนวนนักเรียนช้างเผือกของไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 18% กสศ. จึงได้มีโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สนับสนุนให้เยาวชนชั้น ม.3/ม.6/ปวช.3 ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ด้อยโอกาส แต่มีศักยภาพ ปีละประมาณ 2,500 คนในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ได้รับโอกาสศึกษาต่อสายอาชีพ ในสาขาเป้าหมายของประเทศ สาขาขาดแคลน สาขา STEM และเทคโนโลยี ดิจิทัล ซึ่งทุกสถาบันการศึกษาที่ร่วมโครงการจะพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกับสถานประกอบการโดยตรง ทั้งในและต่างประเทศ จึงมั่นใจได้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วมีโอกาสได้งานทำทันที เพราะเป็นสาขาที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและเศรษฐกิจในอนาคต ที่สำคัญคือ ตรงกับความฝันและความสนใจของผู้เรียนอีกด้วย

​”ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนนอกจากจะสร้างกำลังคนรุ่นใหม่สายอาชีพราวรุ่นละ 2,500 คนแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสสู่การศึกษาระดับสูงแก่นักเรียนที่มีศักยภาพ แต่มีอุปสรรคทางรายได้ของครอบครัว โครงการยังมุ่งปฏิรูปการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาสายอาชีพให้สามารถผลิตกำลังคนที่สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและภาคธุรกิจ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งผลตอบแทนของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูงถือว่ามีความคุ้มทุนอย่างมาก จากนักเรียนผู้รับทุน 2,500 ทุนในปีแรก จากข้อสมมุติฐานว่าผู้รับทุนทุกคนได้ทำงานหลังจบการศึกษาจนถึงเกษียณอายุ 60 ปี จะคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ ประมาณ 10,000 ล้านบาท” นพ.สุภกร กล่าว

​ทั้งนี้ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงได้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.-18 มี.ค. 62 โดยเยาวชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม รายชื่อสถาบันสายอาชีพที่ร่วมโครงการและสาขาที่เปิดรับ ได้ที่เว็บไซต์ www.eef.or.th

แมทธิว-ลิเดีย อัดคลิปอัพเดตอาการข้างเคียงของการทานยา เบลอ มึนหัว หนักมาก!!

แมทธิว-ลิเดีย ขอเล่าข้อมูลที่อาจจะดูเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยแมทธิว ได้อัพเดตอาการเบื้องต้น และอาการในช่วงเเรกที่ได้รับการเข้ารักษาว่า

เปิ้ล นาคร โพสต์ภาพชวนขำ จับลูกมัดรวมพร้อมลั่น!! อุปสรรคในการทำงานจะได้หายไป

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวคนบันเทิงที่น่ารักและอบอุ่นมากสำหรับครอบครัวของ เปิ้ล นาคร กับ จูน กษมา ที่มีลูกๆ ทั้ง 4 ออ ห้อมล้อมหน้าหลัง

ถึงคิว! เครือเนชั่น ประกาศปรับลดเงินเดือนพนง. ช่วงวิกฤติ โควิด19

31 มีค. 63 โควิด19 กระทบหนัก รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

หนุ่ม ศรราม แยกทางกับภรรยา???

หลังจากที่ หนุ่ม ศรราม ออกมาไลฟ์สดชี้เเจงกรณี โกงหน้ากากอนามัยของ ติ๊ก กนิษฐรินทร์ (ภรรยา) ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการข่าวใส่ไข่ ไ