“ประยุทธ์” วอนยุติขัดแย้ง-เดินหน้าประเทศ

“บิ๊กตู่” ออกรายการส่งท้าย! ขอปชช.ฟังสื่อรัฐ ประกอบการตัดใจเดินหน้าประเทศ ลั่นทำหน้าที่สุดกำลัง วอนพรรคการเมืองยุติขัดแย้ง

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 29 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการจัดรายการครั้งสุดท้าย ตอนหนึ่งว่า “ระหว่างที่ยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ขอให้พี่น้องประชาชนได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร จากทุกช่องทางที่เป็นประโยชน์ และเชื่อถือได้ ทั้งช่องทางของรัฐบาล – กระทรวง – กรม – หน่วยงานต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจและเพิ่มการมีส่วนร่วมในการเดินหน้าประเทศของเรา ผมจะยังปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ให้บ้านเมืองของเราสามารถเปลี่ยนผ่านไปได้ ด้วยความสงบสุข ได้ดำเนินการตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูป 11 ด้าน และแผนแม่บทต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ไม่หยุดชะงักภายใต้บริบทของโลกที่ยังคงผันผวนและอยู่เหนือการควบคุม ทั้งนี้ ก็เพื่อจะรักษาเสถียรภาพ ความมั่นคง ของประเทศไว้ให้ดีที่สุดนะครับ เรายังมีทั้งวิกฤตและโอกาส อยู่ใกล้ตัวพวกเราทุกคนอยู่นะครับ

สิ่งที่ผมเป็นห่วงในปัจจุบัน ก็คือ ความพยายามจะสร้างเงื่อนไขในสังคม เพื่อประโยชน์ในการทางการเมือง ซึ่งอาจนำมาสู่ความขัดแย้ง “ครั้งใหม่” ในอนาคต ได้แก่

(1) ความเป็นประชาธิปไตย และไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งควรยุติได้แล้วนะครับ เพราะเราผ่าน การเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มีนาคม มาแล้ว และทุกพรรคการเมืองได้รับเสียง ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ตามครรลองประชาธิปไตย ที่เรารอคอย แล้วก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเรานะครับ ที่ผ่านการลงประชามติมาแล้ว

(2) คนรุ่นเก่า และคนรุ่นใหม่ ก็เป็นอีกวาทกรรมสร้างความแตกแยก แบ่งคนในสังคม รวมทั้ง ในครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันพื้นฐาน ขอให้ลองทบทวนดูนะครับ แม้เราอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน เรียนตำราเล่มเดียวกัน แต่อาจมีความเห็นที่แตกต่างได้ เนื่องจากผ่านประสบการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาต่างกัน

คนอายุ 50 ปีขึ้นไป นอกจากจะมีภาพจำดีๆ “ยุคโชติช่วงชัชวาล” และ “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” ที่ไทยเกือบจะก้าวไปเป็น “เสือตัวที่ 5” ของเอเชียมาแล้ว แต่ก็มีภาพจำที่ไม่ดี เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลา 16 – เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 – แล้วก็พฤษภาทมิฬ ปี 35 นะครับ วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง – การลอยตัวค่าเงินบาท – การเป็นหนี้ IMF – การชุมนุมและการสลายการชุมชนทางการเมือง ห้วง 10 ปีที่ผ่านมา เป็นต้น

ในขณะที่ ต่างคน ต่างช่วงวัย ก็ย่อมจะผ่านชีวิต มีภาพจำทั้งที่ดี – ไม่ดี มากน้อย แตกต่างกันไป เช่น เด็กอายุ 18 ปี ที่เพิ่งมีสิทธิ์เลือกตั้ง ครั้งนี้ อาจไม่เคยสนใจการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลและ คสช. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เพราะมุ่งศึกษาเล่าเรียน ตามหน้าที่ของตน

อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณทุกๆ คน นะครับ เคารพทุกคน ที่ออกมาใช้เสียงเลือกตั้ง โดยเฉพาะความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ ขอให้ทุกคน “เคารพเสียงของประชาชน” และ มีสติในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ทั้งนี้ผมเคารพในความตัดสินใจของประชาชนเสมอ ถือว่าเป็น “วิถีของประชาธิปไตย” ผมขอให้เราทุกคน “รักบ้านเกิดเมืองนอน” ของเราให้มาก

ทั้งนี้ การจะร่วมกันนำพาบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องได้นั้น จะต้องศึกษาประวัติศาสตร์ ต้องคำนึงถึงอัตลักษณ์  ความเป็นไทยของเรา และ ต้องยึดมั่นในสถาบันหลักของบ้านเมือง ได้แก่ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ของเรา ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน กว่า 1,400 ปี จวบจนปัจจุบันนะครับ อย่าลืมว่า เราทำอย่างไร ก็ได้อย่างนั้น เป็นผลตอบแทนมาเสมอนะครับ ไม่ว่าจะดี หรือไม่ดี  เราจะทำเพื่อส่วนรวม ไปด้วได้ไหม มากกว่าจะทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน เพียงอย่างเดียวนะครับ

พี่น้องประชาชน ครับ สิ่งที่ผมต้องการจะฝากให้ “รัฐบาลใหม่” ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จากที่รัฐบาลนี้ได้เริ่มไว้แล้ว เพื่อประโยชน์ของคนในชาติ อาทิ การจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้สมพระเกียรติ การทำหน้าที่ประธานอาเซียนให้สมบูรณ์ การดูแลพี่น้องประชาชน กลุ่มฐานราก – ค้าปลีก – ค้าออนไลน์ – และอาชีพอิสระ

การดูแลคนทุกช่วงวัย ตามขีดความสามารถของแต่ละบุคคล หรือศักยภาพครอบครัว หรือพื้นฐานรายได้ การพัฒนาเด็กแรกเกิด โดยดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ให้มีพัฒนาการที่ดี สมวัย การพัฒนาคุณภาพชีวิต จัดหาที่อยู่อาศัย

ยกระดับมาตรฐานการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภทเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสร้างแรงงานทักษะสูงในอนาคต ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ลดการพึ่งพารัฐ เข้มแข็งด้วยตนเองก่อน จัดการศึกษา ให้หลักคิด ที่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน – โลกาภิวัฒน์ – โลกดิจิทัล

เพิ่มการเรียนรู้ และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เกิดประโยชน์ พัฒนาครู ยกระดับฝีมือแรงงาน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นของเราเอง การพัฒนาประเทศ โดยใช้บุคลากรจากภายนอกในช่วงเริ่มต้น การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ อัยการ และศาล

แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ผลักดันกฎหมายขายฝาก เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน ตั้งธนาคารชุมชน ส่งเสริมการรวมกลุ่ม ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มอำนาจต่อรอง ปรับปรุงโครงสร้างการเกษตรทุกประเภท ทั้งในและนอกเขตชลประทาน ลดต้นทุนราคาปุ๋ย การใช้ Area based ในการบริหารนะครับ ปรับเปลี่ยนการปลูกพืช และสนับสนุนการรวมกลุ่ม เพื่อส่งเสริมได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ตามศักยภาพ มีการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ทั้งระบบ การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย การปรับโครงสร้าง กลไก กฎ ระเบียบ ลดข้อจำกัด

ปรับปรุงบริการรัฐ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรับปรุงระบบภาษี ให้เกิดความเป็นธรรม สร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มรายได้ให้กับประเทศ สอดคล้องกับรายจ่าย ที่ต้องพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การหารายได้ของประเทศเพิ่ม และ ผลักดันการลงทุนเพื่ออนาคต การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การจัดตั้ง EEC และ SEZ 10 แห่ง เปิดช่องทางและโอกาส ให้กับทุกฝ่าย ตลอดจนการสร้างความเชื่อมโยง สร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางพลังงาน พลังงานหลัก พลังงานหมุนเวียน และส่งเสริมการมีส่วนร่วม PDP (แผนพัฒนาการผลิตพลังงานของประเทศ) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ กระแสสื่อโซเชียล

ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ และภาษาอาเซียน ตลอดจนการเจรจาทางการค้า RCEP + ACMECS + GMS แม่น้ำโขงและอื่นๆ เป็นต้น ทั้งนี้ 5 ปีที่ผ่านมา นโยบายเดิมของรัฐบาลก่อนหน้า อะไรที่ดี ที่ประชาชนได้รับประโยชน์ ผมก็ได้ต่อยอด – พัฒนา – เพิ่มประสิทธิภาพ ให้สูง ให้ดีขึ้น โดยยึดความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมือง เป็น “หลักชัย” สำคัญนะครับ

“สุดท้ายนี้ขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน นักการเมือง พรรคการเมือง ช่วยกันทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ขอให้ปวงชนชาวไทย ยึดมั่นในความเป็นประชาธิปไตย ที่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ยุติความขัดแย้ง ขจัดเงื่อนไขความแตกแยกในสังคม เพราะเรายิ่งขัดแย้งกันนานเท่าไหร่ ประเทศชาติและประชาชน ก็จะยิ่งเสียหาย และเสียโอกาส มากขึ้นเท่านั้น จนอาจทำให้ศักยภาพของเราถดถอย เป็นวิกฤติในทุกมิติ เราต้องร่วมมือกัน “สร้างภูมิคุ้มกัน” ให้กับสังคม และประชาชน ด้วย “ความรู้คู่คุณธรรม” ให้มากที่สุดนะครับ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขอบคุณครับ ขอพระบารมีอันแผ่ไพศาลแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ อานุภาพ พระสยามเทวธิราช ทรงปกปักรักษา คุ้มครองภัย ให้บ้านเมืองของเรา และคนไทยทุกคน มีแต่ความสันติสุข โดยทั่วกัน  สวัสดีครับ”

ย้อนรอย แบนสารเคมี พาราควอต และความจำเป็นที่ต้องห้ามใช้

พาราควอต อาจเป็นชื่อที่คนไทยส่วนใหญ่เพิ่งจะได้ยินเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา โดยพาราควอต เป็นชื่อของสารเคมีกำจัดวัชพืช หรือยาฆ่าหญ้าที่เกษตรกรไทยนิยมใช้ในพืชไร่

ร้อนฉ่า! อุ๊ หฤทัย ซัด โบว์ แยกแยะหน่อย ชีวิตลูกสำคัญกว่าค่าเทอม

อุ๊ หฤทัย เปิดศึกดราม่า โบว์ อยากเลือกตั้ง ชี้ เด็กไทยไม่ได้เรียน​โรงเรียน​เอกชน​แพงๆทุกคน ลั่นไม่อยากให้ลูกเสี่ยงติดโควิด ชีวิตสำคัญกว่าค่าเทอม

กรมชลประทาน ส่งน้ำจากอ่างฯลำฉมวก ช่วยประปาพิมายขาดแคลนน้ำ

กรมชลประทาน โครงการชลประทานนครราชสีมา ส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำฉมวก สนับสนุนการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาพิมาย ช่วยเหลือชาวห้วยแถลง

เพิ่มอีก 4 สถานี บีทีเอส สายสีเขียว วิ่งยาวถึงสถานีวัดพระศรีฯ

บีทีเอส ปรับรูปแบบการเดินรถไฟฟ้า สายสีเขียว หมอชิต–สะพานใหม่ เพิ่ม 4 สถานี วิ่งถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ แบ่งระยะเวลาการให้บริการเป็น 2 ช่วง

พช. รับมอบ “บะหมี่ซื่อสัตย์” ส่งต่อประชาชน ตามโครงการ “เติมความสุข บรรเทาความทุกข์ ด้วยการแบ่งปัน”

บะหมี่ซื่อสัตย์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 3003 กรมการพัฒนาชุมชน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน