“พิชัย” โพสต์บี้ 4 รมต.พลังประชารัฐ ลาออกได้แล้ว

“คณบดีนิด้า” กระตุ้นสำนึก 4 รัฐมนตรี บีบลาออกได้แล้ว ส่อเอาเปรียบเลือกตั้ง เตือนรัฐหยุดอัดฉีด “ประชานิยม” ซัดพฤติกรรมน่ารังเกียจ จี้ กกต.ผุดบัตรเลือกตั้งข้อมูลครบถ้วน

รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก เรื่อง โหมโรงเลือกตั้ง ระบุว่า “ในวาระที่การเลือกตั้งใกล้เข้ามาทุกขณะ ผมคิดว่ามีเรื่องเบื้องต้นที่รัฐบาล กกต. พรรคการเมือง และกลุ่มประชาสังคมควรและไม่ควรกระทำดังนี้”  

1. รัฐมนตรี 4 คนที่เป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐควรลาออกจากตำแหน่งได้แล้ว เพราะการอยู่ในตำแหน่งสามารถใช้อำนาจหน้าที่และทรัพยากรของรัฐเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคตนเองได้ ทั้งแบบจงใจและไม่จงใจ ซึ่งทำให้เกิดการได้เปรียบในการแข่งขันเลือกตั้งโดยไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมืองอื่นๆ

2. รัฐบาลควรหยุดการใช้นโยบายประชานิยมแจกเงินชาวบ้านได้เสียที เพราะเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจมาก ในการใช้อำนาจหน้าที่ของความเป็นรัฐบาลเอาเงินภาษีของประชาชนไปสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเอง และพรรคการเมืองที่สนับสนุนตนเอง ผู้นำรัฐบาลควรมีความละอายใจบ้างต่อพฤติกรรมแบบนี้

3. กกต. ควรตระหนักในหน้าที่ของตนเองให้มาก โดยต้องสร้างกลไกในการเอื้ออำนวยให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างสะดวก ถูกต้องและตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน ดังนั้นบัตรเลือกตั้งควรมีข้อมูลที่สมบูรณ์ทั้งหมายเลขผู้สมัคร ชื่อผู้สมัคร และชื่อพรรคการเมือง

4. พรรคการเมืองไม่ควรสร้างวาทกรรมที่สร้างความแตกแยกแก่สังคม อันจะนำไปสู่การสร้างเงื่อนไขของความขัดแย้งที่รุนแรงในอนาคต ดังนั้นวาทกรรมที่พ้นสมัยแบบแบ่งขั้วไม่ควรนำกลับมาใช้อีกต่อไป

5. ประชาชนควรเคลื่อนไหวเชิงรุกต่อพรรคการเมือง โดยกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มอาชีพต่างๆ กลุ่มวิชาชีพ สมาคม มูลนิธิ ชมรม หรือ กลุ่มใดๆก็ตาม ควรจัดเสวนาหรือสัมมนากันทั้งภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม เพื่อช่วยกันนำเสนอประเด็น แนวทาง และมาตรการนโยบายที่กลุ่มเห็นร่วมกันว่าควรใช้เป็นนโยบายบริหารประเทศในอนาคต เมื่อทำเสร็จก็เชิญพรรคการเมืองต่างๆเข้ามารับฟังข้อเสนอ และให้พรรคการเมืองเหล่านั้นพิจารณาและให้คำตอบว่า จะนำข้อเสนอใดบ้างของกลุ่มไปใช้เป็นนโยบายบริหารประเทศ หากพรรคการเมืองใดสัญญาว่าจะนำนโยบายที่กลุ่มเสนอไปใช้ในการบริหารประเทศ ก็ขอให้พรรคการเมืองนั้นลงนามเอาไว้ จากนั้นกลุ่มก็นำเอกสารที่พรรคการเมืองลงนามไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่ม เพื่อให้สมาชิกกลุ่มและประชาชนทั่วไปได้รับทราบกันอย่างทั่วถึง