ย้อนรอย! เพลิงไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ “อาถรรพ์ หรือ บกพร่อง”

 

ถือเป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ใหญ่ ที่ได้บังเกิดขึ้นก่อนเทศกาลสงกรานต์ กับห้างสรรพสินค้า ในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด ซึ่งหลายคน ตั้งคำถามว่า เกิดขึ้นจากความ”อาถรรพ์ หรือ บกพร่อง”เพราะหากย้อนกลับไปสู่อดีต พบว่า เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 9 ปี ที่เกิดขึ้นกับศูนย์การค้าแห่งนี้ และรอบ 24 ปี ได้เกิดเหตุมาแล้วถึง 3 ครั้ง กับห้างบริษัทฯในเครือ

ครั้งแรก วันที่ 22 พ.ย.2538 เกิดขึ้นที่ เซ็นทรัลชิดลม ซึ่งถือเป็นห้างเซ็นทรัลสาขาแรกที่จำหน่ายสินค้าครบครันทุกแผนก รวมทั้งจำหน่ายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยหลังเปิดบริการไม่ถึงปี สาขานี้สามารถทำกำไรและคืนทุนเร็ว ถือว่าเป็นสาขาทำเงินในบรรดาห้างเซ็นทรัล ทำให้มีการต่อเติมอาคารจาก 4 ชั้น เป็น 7 ชั้น แต่สุดท้าย ถูกเพลิงเผาผลาญอาคารนานกว่า 20 ชั่วโมง จนอาคารถล่ม มีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 11 คน

 

ถัดมาครั้งที่สอง วันที่ 19 พ.ค. 2553 ความสูญเสียได้เกิดขึ้นกับ ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และถือว่าเป็นการกระทำของน้ำมือมนุษยน์ ในผลพวงจากการชุมนุมทางการเมือง ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช)หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง ครั้งขับไล่ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และมีการสลายการชุมนุม จนเกิดมีการเผาบ้าน เผาเมือง

โดยได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นหลายจุดในกรุงเทพมหานคร และจุดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจุดหนึ่ง คือที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งอยู่ใกล้กับเวทีการชุมนุม โดยเพลิงได้เผาผลาญตั้งแต่เย็นวันที่ 19 พ.ค.เรื่อยมาจนเวลาประมาณ 03.00 น.ของวันที่ 20 พ.ค.53เจ้าหน้าที่จึงสามารถเข้าไปควบคุมเพลิงไว้ได้ ล่าสุดเหตุนี้ ยังเป็นคดีฟ้องร้องในชั้นศาล

ล่าสุดครั้งที่สาม วันที่ 10 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 17.30 น.เมื่อเปลวเพลิงได้ลุกไหม้บริเวณห้องท่อร้อยสายชั้น 2 ก่อนที่จะลุกลามเป็นแนวดิ่ง สู่ชั้น 8 ของอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยสามารถควบคุมเพลิงได้ เวลาประมาณ 19.30 น. ส่วนตัวเลขความสูญเสียต่อชีวิต ศูนย์เอราวัณรายงาน เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 17 คน ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ ขณะนี้ยังไม่ชี้ชัดว่า เกิดจากเหตุใด

โดยข้อมูลจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ห้างที่เกิดเหตุมีมาตรการเตือนภัย และระบบดับเพลิงได้ทำงานทุกขั้นตอนในขณะเกิดเหตุ ดังนั้นท้ายสุด เหตุความสูญเสียที่บังเกิดขึ้น จะเป็นเพราะความ “อาถรรพ์ หรือ บกพร่อง”จึงเป็นโจกย์แห่งความสงสัย ที่รอคำตอบ!

คลิปข่าวที่เกี่ยวข้อง