รวบหนุ่มใหญ่! หนีคดีฆ่า 2 ผัวเมียนานร่วม 20 ปี ด้านลูกชายเรียนจบตำรวจ ตามสืบเอง!

20 ปีลูกเป็นตำรวจตามจับคนฆ่าพ่อแม่! กองปราบ รวบหนุ่มใหญ่ชาวชุมพร หนีคดีฆ่า2ผัวเมียนานร่วม20 ปี คดีใกล้หมดอายุความ โดยลูกชายคนตายเรียนจบเป็นตำรวจ ตามสืบคดีจนจับกุมผู้ก่อเหตุได้

นายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี ชาว จ.ชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงวันที่ 22 ก.ย.2551 ฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว และข้อหาอื่น ถูกตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัวที่บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร


โดยคดีนี้เมื่อวันที่ 5 – 6 ธ.ค.2541 นายบุญฤทธิ์ พร้อมพวก ได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดฆ่านายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และนางชาณี ทองหญีต สองสามีภรรยา แล้วนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง บ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยก่อนเกิดเหตุนายประสิทธิ์ และนางชาณี ผู้ตาย ได้ขับรถสิบล้อ เพื่อไปบรรทุกไม้ยางที่บริษัทเมโทร ในเขตพื้นที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อผู้ตายทั้งสองมาถึงที่บริษัท ปรากฏว่าไม่มีไม้ยางจะบรรทุก จึงได้จอดรถรออยู่หน้าบริษัท ในขณะที่รออยู่นั้น นายบุญฤทธิ์ พร้อมพวก ได้มาพบและทำทีว่าจ้างให้ไปบรรทุกทราย แต่ผู้ตายทั้งสองไม่ไป
หลังจากนั้น นายบุญฤทธิ์ พร้อมพวก ได้ใช้อาวุธมีดจี้บังคับ ผู้ตายทั้งสองให้ขึ้นรถยนต์กระบะ โดยใช้ถุงพลาสติกสีดำคลุมศีรษะ และใช้อาวุธมีดฆ่านายประสิทธิ์ และนางชาณี ก่อนนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง ต่อมามีผู้ไปพบศพ จึงแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน และศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหมายจับ ลงวันที่ 22 ก.ย.2551 ซึ่งคดีกำลังจะหมดอายุความ ในวันที่ 2 ธ.ค.2561 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อ ปี 2541

ซึ่งสามี ภรรยา ที่เสียชีวิต มีบุตร ด้วยกัน หลังจากพ่อแม่ตายแล้ว บุตรได้เติบโตจนถึงปัจจุบัน สอบบรรจุเข้ารับราชการตำรวจได้ และสืบสวนจนทราบว่า นายบุญฤทธิ์ เป็นผู้ฆ่าบิดาตนเอง และยังไม่ถูกจับกุม จึงได้ประสานชุดสืบสวน เข้าวางแผนจับกุม ซึ่งชุดสืบสวนทราบว่านายบุญฤทธิ์ ได้มาขับรถไถรับจ้างที่บริเวณสวนปาล์ม ในหมู่บ้าน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จว.ชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบ และพบตัวนายบุญฤทธิ์ จึงนำตัวมาสอบสวน นายบุญฤทธิ์ ให้การยอมรับว่าก่อเหตุเมื่อปี 2541 จริง และทราบว่าตนเองมีหมายจับ จึงหลบหนี และไม่ได้ทำบัตรประชาชนอีกเลย นับตั้งแต่นั้นมา ชุดสืบสวนจึงจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน จว.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป